ทำไมองค์กรควรจัดอบรมหลักสูตร “Conflict Management for Teamwork” หรือ “Conflict Management Training” ในปีนี้? +
หลักสูตรนี้ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนมุมมองต่อความขัดแย้งจากเรื่องลบ ไปสู่การเข้าใจปัจจัยที่ทำให้คนแต่ละคนขัดแย้งกัน และหาวิธีลดแรงปะทะเพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีขึ้นและทีมเวิร์กที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นแกนหลักที่หน้าเว็บหลักสูตรระบุไว้ชัดเจน
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ Pain Point อะไรขององค์กรได้บ้างในมุม “การบริหารความขัดแย้งในองค์กร” หรือ “ลดความขัดแย้งในทีม”? +
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจกันในทีม มุมมองเชิงลบต่อกัน การสื่อสารที่ทำให้เกิดแรงเสียดทาน และการทำงานร่วมกันที่สะดุด เพราะเนื้อหาหลักสูตรเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง วิเคราะห์สาเหตุ และเรียนรู้ทักษะสำคัญในการลดข้อขัดแย้งกับผู้อื่น
หลักสูตรนี้ต่างจากการอบรม Teamwork หรือ Communication ทั่วไปอย่างไร? +
จุดเด่นคือหลักสูตรนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องการทำงานร่วมกันหรือการสื่อสารทั่วไป แต่โฟกัสตรงที่ “ความขัดแย้ง” โดยเฉพาะ ทั้งในมุมความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และการมองเป้าหมายร่วมของทีม ทำให้ผู้เรียนไม่ได้แค่สื่อสารดีขึ้น แต่เข้าใจรากของปัญหาและลดการปะทะได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ถ้าองค์กรต้องการพัฒนาทักษะ “Conflict Resolution Skill” และ “Team Collaboration” หลักสูตรนี้ตอบโจทย์อย่างไร? +
เพราะหัวข้อสำคัญของคอร์สครอบคลุมทั้งการเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง การวิเคราะห์สาเหตุ หลุมพรางความคิดที่ทำให้มองผู้อื่นในแง่ลบ และทักษะสำคัญในการลดข้อขัดแย้ง รวมถึงการให้ความสำคัญกับเป้าหมายและการทำงานเป็นทีม ซึ่งเชื่อมตรงกับทั้ง Conflict Resolution และ Team Collaboration
หลักสูตรนี้ช่วยให้คนทำงานมองความขัดแย้งเชิงบวกได้จริงไหม? +
หน้าเว็บหลักสูตรระบุชัดว่าคอร์สมุ่งสร้าง “กรอบความคิดเชิงบวกกับความขัดแย้ง” เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่าความขัดแย้งไม่จำเป็นต้องจบลงที่การแตกหักเสมอไป แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจและสร้างความร่วมมือที่ดีขึ้นได้ หากมีวิธีคิดและวิธีจัดการที่เหมาะสม
ผู้เรียนจะได้อะไรกลับไปจากหลักสูตร “บริหารความขัดแย้ง สร้างผลลัพธ์และความเป็นทีม” นี้บ้าง? +
ผู้เรียนจะได้อย่างน้อย 5 เรื่องสำคัญ คือ เข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง วิเคราะห์สาเหตุได้ดีขึ้น รู้เท่าทันหลุมพรางความคิดที่ทำให้มองคนอื่นลบเกินจริง พัฒนาทักษะสำคัญในการลดข้อขัดแย้ง และหันกลับมาให้ความสำคัญกับเป้าหมายร่วมและการทำงานเป็นทีมมากขึ้น
“หลักสูตรบริหารความขัดแย้งสำหรับพนักงานทุกระดับ” หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง? +
หลักสูตรนี้เหมาะกับ ทุกระดับ ดังนั้น HR สามารถตอบผู้บริหารได้ว่า คอร์สนี้ใช้ได้ทั้งกับพนักงาน หัวหน้างาน และผู้บริหาร เพราะความขัดแย้งเป็นเรื่องที่เกิดได้ในทุกบทบาท และการจัดการความขัดแย้งอย่างเหมาะสมเป็นทักษะพื้นฐานของการทำงานร่วมกันในองค์กร
ผู้บริหารจะมองเห็นความเป็นรูปธรรมของหลักสูตรนี้จากอะไรบ้าง? +
ความเป็นรูปธรรมของหลักสูตรอยู่ที่เครื่องมือและกิจกรรมที่ใช้ เช่น Brain Working, ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง, วงจรพฤติกรรม, เทคนิคหมวกหกใบ, Conflict Management Framework และ DISC รวมถึง Storytelling หลายเรื่องที่ช่วยให้ผู้เรียนเห็นภาพความขัดแย้งและมุมมองที่ต่างกันได้ชัดขึ้น จึงไม่ใช่คอร์สที่พูดเชิงแนวคิดอย่างเดียว
รูปแบบการเรียนรู้ของหลักสูตรนี้เป็นแบบบรรยายหรือ Workshop มากกว่ากัน? +
หลักสูตรนี้แบ่งสัดส่วนเป็น Theory 20% / Mindset 30% / Case study + Roleplay 30% / Workshop + Share 20% จึงเป็นคอร์สที่มีทั้งแนวคิด กรณีศึกษา บทบาทสมมติ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้ผู้เรียนฝึกใช้ทักษะบริหารความขัดแย้งกับสถานการณ์จริง ไม่ใช่ฟังบรรยายอย่างเดียว
ความคุ้มค่าของหลักสูตร “Conflict Management for Teamwork” นี้คืออะไร +
ความคุ้มค่าของหลักสูตรนี้อยู่ที่การช่วยให้คนในองค์กร เข้าใจความขัดแย้งดีขึ้น ลดแรงปะทะที่ไม่จำเป็น มองกันด้วยอคติน้อยลง สื่อสารและทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น และกลับมาโฟกัสที่เป้าหมายร่วมของทีมมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทั้งบรรยากาศการทำงานและประสิทธิภาพของทีมในระยะยาว