หลักสูตร เตรียม Successor และหัวหน้างานมือใหม่ให้พร้อมก่อนเลื่อนตำแหน่ง
(High Potential Leadership Accelerator)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่และ High Potential ให้พร้อมเป็นผู้จัดการ ด้วยหลักสูตร Leadership Readiness เสริม Strategic Thinking การบริหารทีม การสื่อสาร การโค้ช และการตัดสินใจอย่างมั่นใจ


เมื่อ "คนเก่ง" ไม่ได้แปลว่า "พร้อมเป็นหัวหน้า" : ปัญหาที่ HRD ทุกองค์กรกำลังเจอ


ปัญหาใหญ่ขององค์กรส่วนใหญ่ไม่ใช่การหาคนเก่ง แต่คือการที่ Top Performer เมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่งกลับไม่สามารถบริหารทีมได้ เพราะยังไม่สามารถเปลี่ยนวิธีคิดจากการสร้างผลงานด้วยตนเอง ไปสู่การสร้างผลงานผ่านผู้อื่น เมื่อ HRD เริ่มมองหาทางแก้ มักตั้งคำถามด้วยอาการเหล่านี้
       - พนักงานเก่ง แต่ยังคิดแบบผู้ปฏิบัติ ทำอย่างไรให้คิดแบบผู้นำ?
       -เตรียมหัวหน้างานรุ่นใหม่และ Successor ก่อนเลื่อนตำแหน่งอย่างไร?
       -อยากได้ Leadership Program หรือ Future Leader Development Program สำหรับกลุ่ม High Potential
       -First-Time Manager Training ที่ผู้เรียนนำไปใช้ได้จริง


เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในองค์กรคือ หัวหน้ารุ่นใหม่จำนวนมาก ไม่ได้ล้มเหลวเพราะขาดความรู้ในงาน แต่ล้มเหลวเพราะกำลังเปลี่ยน "วิธีคิด" จากคนที่เคยสร้างผลงานด้วยตัวเอง ไปเป็นคนที่ต้องสร้างผลงานผ่านทีม ซึ่งเป็นคนละบทบาทกันโดยสิ้นเชิง


5 Pain Point ของคนเก่งในช่วงรอยต่อสู่การเป็นหัวหน้า


       - ยังลงมือทำเองทุกเรื่อง ไม่กล้ามอบหมายงาน
       - คิดเรื่องงานเก่ง แต่ยังคิดไม่เป็นระบบและเชิงกลยุทธ์
       - เริ่มดูแลคน แต่ยังไม่เข้าใจการบริหารคนที่แตกต่างกัน
       - สื่อสารกับทีมได้ แต่ยังสื่อสารเชิงผู้บริหารไม่เป็น
       - เจอแรงกดดันจาก KPI และความคาดหวัง แต่จัดการอารมณ์และทีมได้ไม่ดี


ดังนั้น ปัญหาที่แท้จริงจึงไม่ใช่เรื่อง Leadership Skill แต่คือ Leadership Readiness หรือ "ความพร้อมในการก้าวสู่บทบาทผู้นำ" องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงหัวหน้าที่รู้เครื่องมือบริหาร แต่ต้องการคนที่ "พร้อม" สำหรับบทบาทใหม่ พร้อมคิดแบบผู้นำ พร้อมสื่อสารแบบผู้บริหาร พร้อมพัฒนาทีม พร้อมตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน และพร้อมสร้างผลลัพธ์ผ่านผู้อื่น


นั่นคือเหตุผลที่หลักสูตร High-Potential Leadership Accelerator ถูกออกแบบขึ้น โดยมุ่งเปลี่ยนผู้เรียนจาก Top Performer ไปสู่ Future Leader ผ่านการพัฒนา 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การปรับกรอบความคิด (Mindset Shift) การยกระดับการคิดเชิงตรรกะและเชิงกลยุทธ์ (Thinking Upgrade) และการพัฒนาทักษะการนำคน (People Leadership Toolset) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่บทบาทผู้จัดการอย่างมั่นใจ


 


คนเก่งไม่เท่ากับหัวหน้าที่ดี ทำไมคนเก่งที่สุดในทีม จึงมักไม่ใช่หัวหน้าที่ดีที่สุดในทันที องค์กรส่วนใหญ่เลื่อนตำแหน่งจาก Performance ในบทบาทเดิม คือคนที่ทำงานเก่งที่สุด ส่งงานตรงเวลาที่สุด และแก้ปัญหาได้เร็วที่สุด แต่ทักษะที่ทำให้คนคนนั้นเก่งในฐานะ Individual Contributor กลับไม่ใช่ทักษะเดียวกับที่ทำให้เขาสร้างผลงานผ่านคนอื่นได้
ผลที่ตามมาคือองค์กรเสียคนเก่งไปสองทาง ทางแรกคือได้หัวหน้าที่ยังทำงานเองมากกว่าบริหาร ทางที่สองคือคนเก่งที่เคยมั่นใจกลับรู้สึกล้มเหลวในบทบาทใหม่จนลาออก
หลักสูตรนี้จึงไม่ได้รอให้เลื่อนตำแหน่งแล้วค่อยพัฒนา แต่สร้าง  Leadership Readiness ตั้งแต่ก่อนขึ้นตำแหน่ง เพื่อให้ช่วงเปลี่ยนผ่านสั้นลง และลดความเสี่ยงของทั้งองค์กรและตัวผู้ถูกเลื่อนตำแหน่ง

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

Infographic อธิบายจุดมุ่งเน้นของหลักสูตร High-Potential Leadership Accelerator สำหรับพัฒนา High Potential Talent และ First-Time Manager ผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนกรอบความคิดสู่ผู้นำ การคิดเชิงกลยุทธ์ การบริหารทีมและสร้างอิทธิพล รวมถึงการสื่อสาร การโค้ช และการให้ Feedback เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่บทบาทผู้จัดการ


ไม่ได้สอน "ทักษะการเป็นหัวหน้า" แต่เปลี่ยน "วิธีคิด วิธีตัดสินใจ และวิธีขับเคลื่อนผลงานผ่านผู้อื่น"


การพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ไม่ควรเริ่มจากการสอนเครื่องมือบริหารทีมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีตัดสินใจ และวิธีขับเคลื่อนผลงานผ่านผู้อื่น หลักสูตร High-Potential Leadership Accelerator จึงออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับ High Potential Talent, First-Time Manager และบุคลากรที่กำลังอยู่ในแผน Succession Planning โดยเนื้อหามุ่งเน้นการพัฒนา 4 ด้านสำคัญที่เชื่อมโยงกับบทบาทของผู้จัดการในอนาคต


1. เปลี่ยนกรอบความคิดจาก Top Performer สู่ Future Leader


ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "คนที่สร้างผลงานด้วยตัวเอง" กับ "ผู้นำที่สร้างผลลัพธ์ผ่านทีม" พร้อมเรียนรู้การสร้างระบบงาน การมอบหมายงาน และการพัฒนาคน แทนการแก้ปัญหาด้วยการลงมือทำทุกเรื่องเอง


ตอบโจทย์การค้นหา : พัฒนาหัวหน้างานรุ่นใหม่, เตรียมผู้จัดการรุ่นใหม่, Future Leader Development


2. พัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะและเชิงกลยุทธ์สำหรับการตัดสินใจ


เสริมกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ปัญหา การตัดสินใจจากข้อมูล และการสรุปประเด็นสำคัญเพื่อสื่อสารกับผู้บริหารได้อย่างกระชับและน่าเชื่อถือ


ตอบโจทย์การค้นหา : Strategic Thinking Training, Logical Thinking for Manager, Decision Making Training


3. เรียนรู้การบริหารคนและสร้างอิทธิพล แม้ยังไม่มีอำนาจเต็ม


พัฒนาทักษะการเลือกวิธีบริหารให้เหมาะกับศักยภาพของแต่ละคน การมอบหมายงาน การสร้างแรงจูงใจ และการทำงานข้ามสายงาน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนทีมได้แม้ยังไม่ใช่ผู้จัดการอย่างเป็นทางการ


ตอบโจทย์การค้นหา : Situational Leadership Training, Delegation Skill, Leading Without Authority


4. สื่อสารอย่างมืออาชีพ พร้อมโค้ชและพัฒนาทีมภายใต้แรงกดดัน


พัฒนาทักษะการสื่อสารกับผู้บริหาร การให้ Feedback การโค้ชทีม การสนทนาในสถานการณ์ยาก และการบริหารอารมณ์ของตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือในการทำงาน


ตอบโจทย์การค้นหา : Coaching Skill for Manager, Feedback Training, Leadership Communication

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

Infographic สรุปผลลัพธ์ของหลักสูตร High-Potential Leadership Accelerator สำหรับ High Potential Talent และ First-Time Manager โดยผู้เรียนจะพัฒนา Leadership Readiness ผ่าน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนจาก Top Performer สู่ Future Leader การคิดเชิงกลยุทธ์และตัดสินใจบนข้อมูล การบริหารทีมด้วย Skill-Will Matrix และ Situational Leadership การสร้างอิทธิพลและการมอบหมายงาน การสื่อสาร การให้ Feedback และการโค้ช ตลอดจนการจัดทำ 30-Day Leadership Readiness Plan เพื่อนำไปประยุกต์ใช้จริงในองค์กร พร้อมสนับสนุนการสร้างผู้จัดการรุ่นใหม่และการวางแผน Succession Planning อย่างมีประสิทธิภาพ


เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะไม่เพียงมีความรู้ด้าน Leadership แต่จะมี Leadership Readiness หรือ "ความพร้อมในการก้าวสู่บทบาทผู้นำ" ที่นำไปใช้ได้จริงในองค์กร โดยมีผลลัพธ์ที่วัดผลได้ดังนี้
       - เปลี่ยนกรอบความคิดจาก Top Performer สู่ Future Leader และเข้าใจบทบาทที่แท้จริงของผู้นำที่สร้างผลงานผ่านทีม
       - คิดอย่างเป็นระบบและตัดสินใจจากข้อมูล พร้อมสื่อสารกับผู้บริหารได้อย่างมีโครงสร้าง กระชับ และน่าเชื่อถือ
       - บริหารทีมตามศักยภาพของแต่ละคนได้ ผ่าน Skill-Will Matrix และ Situational Leadership
       - สร้างอิทธิพลเชิงบวกและมอบหมายงานได้ แม้ยังไม่มีอำนาจเต็มในตำแหน่ง
       - สื่อสารชัด ให้ Feedback เชิงพัฒนา และโค้ชทีมได้ พร้อมรักษาสมดุลระหว่างผลงานและความสัมพันธ์ภายใต้แรงกดดัน
       - จัดทำ 30-Day Leadership Readiness Plan และ Action Commitment เพื่อนำไปประยุกต์ใช้จริงและติดตามผลหลังการอบรม


ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างผู้จัดการรุ่นใหม่และการวางแผน Succession Planning ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเลื่อนตำแหน่งคนเก่งที่ยังไม่พร้อม และเพิ่มโอกาสความสำเร็จของหัวหน้างานรุ่นใหม่ตั้งแต่วันแรกที่รับบทบาท

เนื้อหาหลักสูตร

หลักสูตรออกแบบเป็น Leadership Readiness Program ผสมผสาน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Mindset Shift, Thinking Upgrade และ People Leadership Toolset ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผลลัพธ์ แบ่งเป็น 4 Part


PART 1 : From Top Performer to Future Leader — เปลี่ยนบทบาทจากคนเก่ง สู่ผู้นำที่สร้างระบบ


เริ่มด้วย Self-Assessment แบบโค้ช ให้ผู้เรียนสำรวจตนเองว่าวันนี้ใช้เวลา "ทำเอง" กี่เปอร์เซ็นต์ และพร้อม/ไม่พร้อมด้านไหนหากต้องรับตำแหน่ง Manager
       - ความแตกต่างระหว่าง Top Performer กับ Future Leader
       - แนวคิด Task Doer สู่ System Builder
       - กับดักของคนเก่งที่พลาดตอนขึ้นเป็นหัวหน้า
       - การสร้างสมดุลระหว่าง Task และ People
ผลลัพธ์ : ผู้เรียนเห็น Gap ระหว่างบทบาทปัจจุบันกับบทบาทผู้นำในอนาคตอย่างชัดเจน


PART 2 : Think Like a Leader — Logical & Strategic Thinking for Executive Readiness


ยกระดับการคิดและการสื่อสารเมื่อต้องรายงานผู้บริหาร และการตัดสินใจจากข้อมูลแทนความคุ้นเคย
       - โครงสร้างการคิดเชิงตรรกะ (Problem → Cause → Option → Decision)
       - Pyramid Principle (Top-down Thinking)
       - Strategic Thinking : มองผลกระทบระยะสั้น-ยาว
       - PDCA สำหรับการขับเคลื่อนงาน
ผลลัพธ์ : ผู้เรียนสามารถคิดและสื่อสารอย่างมีโครงสร้าง พร้อมสำหรับบทบาทที่ต้องตัดสินใจมากขึ้น


PART 3 : Leading People Before You Have the Title — บริหารคนและอิทธิพล แม้ยังไม่มีอำนาจเต็ม


พัฒนาทักษะการนำคนที่ไม่ใช่ลูกทีมตรง และการสร้างอิทธิพลโดยไม่ใช้อำนาจ
       - Skill-Will Matrix
       - Situational Leadership (S1-S4)
       - Leading Without Authority
       - การมอบหมายงานแบบ 3P (People-Purpose-Process)
ผลลัพธ์ : ผู้เรียนสามารถเลือกสไตล์การนำเหมาะสมกับสถานการณ์ และสร้างอิทธิพลเชิงบวก


PART 4 : Communication & Growth Under Pressure — สื่อสารอย่างมืออาชีพ พัฒนาคนได้ ภายใต้แรงกดดัน


พัฒนาการสื่อสารในภาวะกดดัน และการให้ Feedback แบบพัฒนา ไม่ใช่แบบจับผิด
       - Emotional Agility & Self-Leadership
       - Strategic Communication (Upward / Downward)
       - GROW Model
       - AID Feedback
       - Difficult Conversation
ผลลัพธ์ : ผู้เรียนสามารถสื่อสารชัด โค้ชได้ และรักษาสมดุลระหว่างผลงานและความสัมพันธ์

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

หลักสูตรใช้เครื่องมือและแบบฟอร์มที่ผู้เรียนนำกลับไปใช้ได้จริง พร้อม Workshop เชิงปฏิบัติในทุก Part


Framework / Tools ที่ใช้ในหลักสูตร


       - Circle of Control และ Leadership Balance Canvas
       - Pyramid Principle และ PDCA Model
       - Skill-Will Matrix และ Situational Leadership Model
       - GROW Model และ AID Feedback
       - การมอบหมายงานแบบ 3P (People-Purpose-Process)


แบบฟอร์ม (Templates) ที่ผู้เรียนได้ใช้จริง


       - Decision-Making Grid และ Strategic Thinking Canvas
       - Team Capability Mapping และ Delegation & Influence Planner
       - Coaching Conversation Template และ Difficult Conversation Planner
       - 30-Day Leadership Readiness Plan


Workshop และกิจกรรมเชิงปฏิบัติ


       -Mind Dump และ System Builder Mapping : ระบุสิ่งที่ควรหยุดทำ ระบบที่ควรเริ่มสร้าง และคนที่ควรเริ่มพัฒนา
       - วิเคราะห์เคสธุรกิจ, Executive Brief Simulation และการฝึกสรุปสถานการณ์ซับซ้อนใน 3 นาที
       - ประเมินทีมจริง, Role Play มอบหมายงาน 4 สไตล์ และ Influence Simulation
       - Coaching Simulation (Triad Practice), Feedback Lab และ Action Commitment


การบ้านนำไปประยุกต์ใช้ : Action Commitment ด้วยการระบุสิ่งที่จะไปดำเนินการหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงหลังจบการอบรม พร้อมแนวทางดำเนินการเพื่อการติดตามผลและความคืบหน้า

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้

หลักสูตรใช้เวลา 6 ชั่วโมงต่อวัน (1 วัน) ออกแบบด้วยแนวคิด Outcome-Driven Learning เพื่อให้ผู้เรียนไม่เพียงเข้าใจ แต่ "พร้อม" สำหรับบทบาท Manager อย่างมั่นใจ โดยผสมผสานการเรียนรู้เชิงแนวคิดกับการลงมือปฏิบัติจริง


รูปแบบการเรียนรู้


       - Self-Assessment แบบโค้ช เพื่อให้ผู้เรียนสำรวจตนเองและเห็น Gap ของบทบาทก่อนเริ่มแต่ละ Part
       - บรรยายเชิงแนวคิดพร้อม Framework และ Tools ที่ใช้ได้จริง
       - Workshop, Case Study, Role Play และ Simulation ในทุก Part
       - Coaching และ Feedback แบบ Triad Practice
       - Action Commitment และ 30-Day Leadership Readiness Plan เพื่อต่อยอดหลังการอบรม


สัดส่วนโดยประมาณ


       - แนวคิดและ Framework (Concept & Tools) : ประมาณ 40%
       - Workshop / Case / Role Play / Simulation เชิงปฏิบัติ : ประมาณ 50%
       - Self-Assessment, Reflection และ Action Planning : ประมาณ 10%


เน้นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือทำและนำกลับไปประยุกต์ใช้ในงานจริง เพื่อสร้าง Leadership Readiness ที่ยั่งยืน


การวัดผลการเรียนรู้ Learning Journey 
        วัดผลด้วย Outcome-Driven Learning ไม่ใช่แค่แบบประเมินความพึงพอใจ สำหรับหลักสูตรกลุ่ม Successor และ High Potential คำถามที่ผู้บริหารถามเสมอคือ "แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าคนนี้พร้อมขึ้นตำแหน่งจริง" หลักสูตรนี้จึงจัดเป็น Learning Journey เต็มรูปแบบได้ตามระบบของ Coach Weeraphan
       - ประเมินความพร้อมด้านการคิด การสื่อสาร และการบริหารคนของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อให้ HR เห็นจุดตั้งต้นเป็นรายบุคคลก่อนเริ่มพัฒนา
       - ฝึกจากสถานการณ์จริงที่หัวหน้ามือใหม่เจอ จบด้วย 30-Day Leadership Readiness Plan ที่ระบุ Action Owner และ Due Date
       - 8 Weeks Behavioral Tracker หลังอบรม ดตามพฤติกรรมเป้าหมายผ่าน LINE เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เช่น การมอบหมายงานแทนการลงมือทำเอง การให้ Feedback กับเพื่อนร่วมงาน และการนำเสนอความคืบหน้ากับผู้บริหารด้วยข้อมูล


HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคล ซึ่งใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งได้จริง ไม่ใช่แค่หลักฐานว่าจัดอบรมแล้ว

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

หลักสูตร High-Potential Leadership Accelerator เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเตรียมความพร้อมให้คนเก่งก่อนก้าวสู่บทบาทผู้นำ และเหมาะกับกลุ่มผู้เรียนดังต่อไปนี้
       - กลุ่ม High Potential Talent ที่มีศักยภาพสูงและอยู่ในแผนเติบโตเป็น Manager (โดยเฉพาะช่วงอายุ 25-35 ปี)
       - Successor และบุคลากรที่อยู่ในแผน Succession Planning ขององค์กร
       - First-Time Manager และหัวหน้างานรุ่นใหม่ที่เพิ่งได้รับหรือกำลังจะรับตำแหน่ง
       - Senior / Top Performer ที่ต้องการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ปฏิบัติสู่ผู้นำที่สร้างผลงานผ่านทีม
       - ผู้ที่ต้องเริ่มดูแลน้องหรือประสานงานข้ามทีม โดยยังไม่มีอำนาจเต็ม


เหมาะกับ HRD และองค์กรที่กำลังมองหา


       - หลักสูตรพัฒนาผู้จัดการรุ่นใหม่ / Future Leader Development Program
       - Leadership Program สำหรับกลุ่ม High Potential
       - First-Time Manager Training และการเตรียม Successor ก่อนเลื่อนตำแหน่ง
       - โปรแกรมสร้าง Leadership Readiness เพื่อลดความเสี่ยงจากการเลื่อนตำแหน่งคนเก่งที่ยังไม่พร้อม


วิทยากรผู้ออกแบบและบรรยาย : อาจารย์วีรพันธ์ มณีวงศ์ (โค้ชแจ๊ค) People and Organization Developer ผู้ก่อตั้ง CoachWeeraphan Leadership and Strategic Growth วิทยากรและโค้ชด้านภาวะผู้นำและการพัฒนาผู้บริหารระดับต้นถึงระดับกลาง จบวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ผู้พัฒนาระบบ Outcome-Driven Learning และ 8 Weeks Behavioral Tracker ที่ใช้วัดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้นำหลังอบรมจริง

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ทำไมคนเก่ง (Top Performer) เมื่อได้เลื่อนตำแหน่งแล้วกลับบริหารทีมไม่ได้? +
เพราะคนเก่งชินกับการสร้างผลงานด้วยตัวเอง แต่บทบาทหัวหน้าต้องสร้างผลงานผ่านทีม ซึ่งเป็นคนละวิธีคิด หลักสูตรนี้จึงเน้นเปลี่ยนกรอบความคิดจาก Top Performer สู่ Future Leader ก่อนเสริมเครื่องมือบริหาร
หลักสูตรนี้ต่างจากหลักสูตรผู้นำทั่วไปอย่างไร? +
หลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่ Leadership Skill แต่มุ่งสร้าง Leadership Readiness หรือความพร้อมในการก้าวสู่บทบาทผู้นำ ครอบคลุมทั้ง Mindset, การคิดเชิงกลยุทธ์ และทักษะการนำคน
เหมาะกับกลุ่มผู้เรียนแบบใด? +
เหมาะกับ High Potential Talent, First-Time Manager, Successor ในแผน Succession Planning และ Senior อายุ 25-35 ปีที่กำลังจะเติบโตเป็น Manager
หลักสูตรช่วยแก้ Pain Point อะไรบ้างขององค์กร? +
แก้ปัญหาหัวหน้ารุ่นใหม่ที่ไม่กล้ามอบหมายงาน คิดไม่เป็นระบบ ไม่เข้าใจการบริหารคน สื่อสารเชิงผู้บริหารไม่ได้ และจัดการแรงกดดันได้ไม่ดี
ใช้เวลาอบรมกี่วัน? +
หลักสูตรใช้เวลา 6 ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 1 วัน ออกแบบด้วยแนวคิด Outcome-Driven Learning เน้นทั้งแนวคิดและการลงมือปฏิบัติจริง
ผู้เรียนจะได้เครื่องมืออะไรกลับไปใช้จริงบ้าง? +
ได้เครื่องมือ เช่น Skill-Will Matrix, Situational Leadership, GROW Model, AID Feedback, Pyramid Principle, PDCA และแบบฟอร์ม เช่น 30-Day Leadership Readiness Plan
หลักสูตรนี้ช่วยเรื่อง Succession Planning ได้อย่างไร? +
ช่วยเตรียมความพร้อมให้ Successor และ High Potential ก่อนเลื่อนตำแหน่ง ลดความเสี่ยงจากการเลื่อนตำแหน่งคนเก่งที่ยังไม่พร้อมสู่บทบาทหัวหน้า
ผู้เรียนที่ยังไม่มีตำแหน่งหัวหน้าเรียนได้ไหม? +
ได้ หลักสูตรมีเนื้อหา Leading Without Authority ที่สอนการสร้างอิทธิพลและนำทีมได้แม้ยังไม่มีอำนาจเต็มในตำแหน่ง
มีการติดตามผลหลังอบรมหรือไม่? +
มี ผู้เรียนจะจัดทำ Action Commitment และ 30-Day Leadership Readiness Plan ในห้องเรียน และองค์กรสามารถต่อยอดด้วย Readiness Check ก่อนอบรม พร้อม 8 Weeks Behavioral Tracker ที่ติดตามพฤติกรรมผู้นำผ่าน LINE เป็นเวลา 8 สัปดาห์หลังอบรม HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลื่อนตำแหน่ง
จัดอบรมแบบ In-house ให้องค์กรได้หรือไม่ และเหมาะกับกลุ่มผู้เรียนแบบใด +
ได้ หลักสูตรออกแบบสำหรับ In-house Training โดยเฉพาะ เหมาะกับกลุ่ม Successor, Talent Pool, หัวหน้างานมือใหม่ และคนเก่งที่กำลังจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง โดยปรับเคสและ Workshop ให้ตรงกับบริบทธุรกิจขององค์กร จัดได้ทั้งที่สำนักงานของลูกค้าและนอกสถานที่ ทีมงานติดต่อกลับพร้อม Course Outline และใบเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)