หลักสูตร พัฒนาทักษะการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์
(Lateral and Creative Thinking)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร


ในยุคที่ปัญหาในองค์กรซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน ทักษะที่องค์กรต้องการอย่างยิ่งคือ การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking) และ การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เพราะไม่ใช่ทุกปัญหาจะมีคำตอบอยู่ในตำรา และไม่ใช่ทุกสถานการณ์จะใช้วิธีเดิมๆ ได้ผล


หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาความสามารถในการ คิดหลุดออกจากข้อจำกัดทางความเชื่อ ค่านิยม หรือประสบการณ์เดิม พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ด้วยเทคนิคที่ช่วยให้ผู้เรียนกล้า “ตั้งคำถามใหม่ มองปัญหาใหม่ และเสนอแนวทางใหม่” ซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม การทำงานร่วมกันอย่างมีพลัง และผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างมีประโยชน์


เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การสร้างทัศนคติแบบ Creative, เทคนิคการระดมความคิด, การฝึกวิเคราะห์ไอเดียให้ใช้งานได้จริง, ไปจนถึงการ เรียนรู้จากความล้มเหลว เพื่อสร้างความกล้าในการคิดและลงมือทำสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตการทำงาน


ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนผ่าน Workshop และการคิดร่วมกันในกลุ่ม ฝึกวิเคราะห์มุมมองที่หลากหลาย และนำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ได้จริงในการรับมือกับความท้าทายในงานและชีวิต


 


Lateral Thinking, Creative Thinking, คิดนอกกรอบ, คิดสร้างสรรค์, ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์, การระดมความคิด, การคิดเพื่อแก้ปัญหา, เทคนิคการคิดใหม่, พัฒนานวัตกรรมในองค์กร, การเรียนรู้จากความล้มเหลว

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และ การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking) เป็นทักษะที่จำเป็นในการทำงานและการแก้ปัญหา หลักสูตร “การคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์” ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถ ปลดล็อกข้อจำกัดทางความคิด คิดนอกกรอบ และสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน และสร้างนวัตกรรมในองค์กร


จุดมุ่งเน้นของเนื้อหาอบรม


        1. ปลดล็อกข้อจำกัดทางความคิด (Breaking Mental Barriers) ทำความเข้าใจอุปสรรคทางความคิดที่ขัดขวางความสร้างสรรค์
              - ระบุ ข้อจำกัดทางความคิด (Mental Blocks) ที่เกิดจาก ความเชื่อเดิม ค่านิยม และอคติ
              - ฝึกเปลี่ยนมุมมองและมองปัญหาจากหลายด้านด้วย Lateral Thinking
              - ใช้ เทคนิคการคิดเชิงบวกและการตั้งคำถาม เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ
       2. พัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์ (Enhancing Creative Thinking Process) สร้างแนวคิดใหม่ๆ ผ่านเทคนิคที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
              - เรียนรู้ SCAMPER Technique เพื่อพัฒนาไอเดียจากแนวคิดเดิม
              - ใช้ Random Word & Mind Mapping ในการระดมสมองและเชื่อมโยงไอเดีย
              - ฝึก Six Thinking Hats เพื่อวิเคราะห์ปัญหาจากมุมมองที่หลากหลาย
       3. การแก้ปัญหาและการตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์ (Creative Problem-Solving) คิดนอกกรอบเพื่อหาทางแก้ปัญหาใหม่ๆ
              - วิเคราะห์ปัญหาโดยใช้ Fishbone Diagram, Why-Why Analysis และ 5W1H
              - ฝึก Brainstorming & Idea Generation เพื่อนำแนวคิดสร้างสรรค์ไปใช้แก้ปัญหาจริง
              - พัฒนาทักษะ Critical Thinking เพื่อประเมินทางเลือกที่ดีที่สุด
       4. การนำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้จริง (From Ideas to Implementation) เชื่อมโยงไอเดียให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน
              - ฝึก การสื่อสารไอเดีย (Idea Presentation) อย่างชัดเจนและน่าสนใจ
              - ใช้ Prototype & Experimentation เพื่อทดสอบแนวคิดก่อนนำไปใช้จริง
              - สร้าง วัฒนธรรมการคิดสร้างสรรค์ในองค์กร (Creative Culture in Workplace)


 


อบรมการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking Training), พัฒนาทักษะการคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking Course), หลักสูตรการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Problem Solving Workshop), อบรมการคิดเชิงนวัตกรรม (Innovation Thinking Training), ฝึกทักษะการคิดนอกกรอบและคิดสร้างสรรค์ (Lateral and Creative Thinking Skills), วิธีคิดนอกกรอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Thinking Outside the Box for Work), เทคนิคคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหา (Creative Thinking Techniques for Problem Solving)

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)


โลกของการทำงานและการใช้ชีวิตเต็มไปด้วย ความเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย ผู้ที่สามารถ คิดนอกกรอบ (Lateral Thinking) และ คิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ได้ จะมี ความได้เปรียบ ในการแก้ปัญหา คิดหาทางเลือกใหม่ และปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง


หลักสูตร “การคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์” ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ ผู้เข้ารับการอบรมสามารถขยายกรอบความคิดของตนเอง ปลดล็อกข้อจำกัดในการคิด และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์


ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการอบรม
        1. ปลดล็อกข้อจำกัดทางความคิด (Breaking Mental Barriers)
              - เรียนรู้ กับดักทางความคิด (Cognitive Bias) ที่ขัดขวางความคิดสร้างสรรค์
              - เปลี่ยน Mindset จาก Fixed Mindset → Growth Mindset
              - รู้จัก เทคนิคคิดนอกกรอบ เพื่อนำเสนอแนวทางใหม่ๆ ที่แตกต่าง
       2. พัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์ (Enhancing Creative Thinking Process)
              - ฝึก สร้างไอเดียใหม่ๆ โดยใช้เทคนิค เช่น SCAMPER, Random Word Association, Six Thinking Hats
              - พัฒนา ความสามารถในการระดมความคิด (Brainstorming) อย่างมีประสิทธิภาพ
              - รู้จักใช้ ความล้มเหลวเป็นโอกาสเรียนรู้ และปรับแนวคิดในการแก้ปัญหา
       3. คิดวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างเป็นระบบ (Systematic Problem-Solving)
              - ใช้ การคิดแบบ Lateral Thinking เพื่อมองปัญหาจากมุมที่แตกต่าง
              - ใช้ Framework การวิเคราะห์ข้อมูล เช่น 5W1H, Fishbone Diagram, Why-Why Analysis
              - ฝึกตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน และคิดหาทางออกที่สร้างสรรค์
       4. การนำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้จริง (From Ideas to Implementation)
              - เปลี่ยนแนวคิดให้สามารถ นำไปใช้ได้จริงในงานและชีวิตประจำวัน
              - พัฒนา ทักษะการสื่อสารไอเดีย อย่างมีโครงสร้าง ชัดเจน และโน้มน้าวใจ
              - นำเสนอ แนวคิดสร้างสรรค์ในการทำงานเป็นทีม และกระตุ้นนวัตกรรมในองค์กร


 


อบรมการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking Training), พัฒนาทักษะการคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking Course), หลักสูตรการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Problem Solving Workshop), อบรมการคิดเชิงนวัตกรรม (Innovation Thinking Training), ฝึกทักษะการคิดนอกกรอบและคิดสร้างสรรค์ (Lateral and Creative Thinking Skills), วิธีคิดนอกกรอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Thinking Outside the Box for Work), เทคนิคคิดสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหา (Creative Thinking Techniques for Problem Solving)

เนื้อหาหลักสูตร

ความสำคัญของการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์
   - ความหมายของการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์
   - ความสำคัญของการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์ในองค์กร
   - ตัวอย่างการคิดสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์
   - องค์ประกอบสำคัญของการคิดเชิงสร้างสรรค์
   - ปัญหา / อุปสรรคของการคิดเชิงสร้างสรรค์
Workshop : สร้างแนวความคิดสร้างสรรค์และคิดนอกกรอบด้วยตัวเอง


เทคนิคการสร้างแนวความคิดเชิงสร้างสรรค์
   - สร้างทัศนคติที่สร้างสรรค์
   - มองปัญหาอย่างเป็นระบบ
   - การสร้างไอเดียแนวความคิดใหม่ๆ
   - การคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบ ร่วมกับผู้อื่น
   - การนำไอเดียสร้างสรรค์สู่การปฏิบัติจริง
กิจกรรม : สร้างกระบวนการคิดสร้างสรรค์และคิดนอกกรอบของตัวเอง
Workshop : เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลของตัวเอง


การเรียนรู้จากความล้มเหลวจากกระบวนการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์
   - ความสำคัญของการรับความล้มเหลวในกระบวนการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์
   - การวิเคราะห์และทบทวนความล้มเลวในการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์
   - การเรียนรู้จากความล้มเหลว
Workshop : เล่าประสบการณ์ความล้มเหลวและแนวทางการแก้ไข


การประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์กับเหตุการณ์ต่างๆ 
   - การรับโจทย์ที่ยากและท้าทาย
   - การแก้ปัญหากับการทำงาน
   - การเผชิญกับแรงกดดันในการทำงาน
   - การสื่อสารและแบ่งปันไอเดีย
Workshop : แนวทางการปฏิบัติตัวเองใหม่


 

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม


เครื่องมือ (Tools)
1️⃣ SCAMPER Technique  ปรับเปลี่ยนไอเดียเดิมให้เกิดไอเดียใหม่ โดยใช้หลักการ Substitute, Combine, Adapt, Modify, Put to another use, Eliminate, Reverse
2️⃣ Random Word Association ใช้คำแบบสุ่มมาสร้างแนวคิดใหม่ โดยหาความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่
3️⃣ Mind Mapping ใช้แผนที่ความคิดช่วยเชื่อมโยงไอเดีย และคิดเชิงสร้างสรรค์ให้เป็นระบบ
4️⃣ Six Thinking Hats ใช้หมวก 6 ใบแทนมุมมองที่แตกต่างในการคิด เช่น ความคิดสร้างสรรค์ (หมวกเขียว) การวิเคราะห์ (หมวกดำ) การมองในแง่ดี (หมวกเหลือง) ฯลฯ
5️⃣ Why-Why Analysis  ใช้การถาม "ทำไม?" หลายครั้งเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา
6️⃣ 5W1H (Who, What, Where, When, Why, How) วิเคราะห์ปัญหาและแนวคิดเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ
7️⃣ Fishbone Diagram (Ishikawa Diagram)  ค้นหาสาเหตุของปัญหาและเชื่อมโยงแนวคิดในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
8️⃣ Storyboarding & Visual Thinking ใช้ภาพและการเล่าเรื่องช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์




สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้


Theory 30%
Mindset 30%
Workshop+Share 40%


ทฤษฎี (Theory) – 30% อธิบายหลักการคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบ พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่าย
ความหมายของ Lateral Thinking & Creative Thinking และความสำคัญในองค์กร
     - เข้าใจ กับดักทางความคิด (Cognitive Bias) และข้อจำกัดที่ขัดขวางความคิดสร้างสรรค์
     - เรียนรู้ เทคนิคการคิดนอกกรอบ เช่น SCAMPER, Six Thinking Hats, Mind Mapping
     - ศึกษาตัวอย่าง นวัตกรรมที่เกิดจากการคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบ
วิธีการสอนในส่วนนี้
     - บรรยายแบบโต้ตอบ (Interactive Lecture)
     - ใช้ Case Study ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากแนวคิดสร้างสรรค์
     - กระตุ้นการคิดผ่าน คำถามปลายเปิด เช่น "มีไอเดียใหม่อะไรบ้างที่สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณแตกต่าง?"


การพัฒนากรอบความคิด (Mindset) – 30% ฝึกให้ผู้เรียนเปิดรับแนวคิดใหม่และพัฒนา Growth Mindset ในการสร้างสรรค์
     - ระบุ ความเชื่อเดิมๆ ที่ขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ เช่น "เราทำแบบนี้มาตลอด"
     - เปลี่ยนมุมมองจาก Fixed Mindset → Growth Mindset
     - ฝึก Reframing (ปรับมุมมองใหม่) เพื่อมองปัญหาและโอกาสจากมุมที่แตกต่าง
     - เรียนรู้การทำงานของสมองกับ Creative Thinking Process
วิธีการสอนในส่วนนี้
     - ใช้ Self-Assessment & Reflection Questions เพื่อให้ผู้เข้าอบรมประเมินกรอบความคิดของตนเอง
     - กิจกรรม "เปลี่ยนมุมมอง" เช่น "ถ้าคุณต้องสร้างผลิตภัณฑ์โดยไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ คุณจะออกแบบอะไร?"
     -
แลกเปลี่ยนแนวคิดกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อขยายกรอบความคิด


Workshop + Share – 40% ลงมือทำจริงผ่านกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบ
     -  ใช้ เครื่องมือช่วยคิดสร้างสรรค์ เช่น Mind Mapping, SCAMPER, Six Thinking Hats
     -  ฝึก Brainstorming แบบไม่มีข้อจำกัด เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ
     -  ทดลอง Divergent & Convergent Thinking เพื่อขยายและคัดเลือกไอเดีย
     -  พัฒนา Prototype & Experimentation เพื่อทดลองแนวคิดก่อนนำไปใช้จริง
     -  แชร์และแลกเปลี่ยนมุมมอง กับเพื่อนร่วมทีมเพื่อกระตุ้นไอเดียที่แตกต่าง
ตัวอย่างกิจกรรม Workshop
     - Creative Challenge: คิดแบบไร้ข้อจำกัด ให้โจทย์ปัญหาหนึ่ง และให้กลุ่มเสนอแนวทางแก้ไข โดยห้ามใช้วิธีแบบเดิม
     - Random Word Association สุ่มคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แล้วให้กลุ่มพัฒนาไอเดียที่สร้างสรรค์จากคำนั้น
     - Six Thinking Hats Role-Playing แบ่งกลุ่มให้แต่ละคนคิดจากมุมมองที่แตกต่าง เช่น หมวกขาว = ข้อมูล, หมวกดำ = ความเสี่ยง, หมวกเขียว = ไอเดียใหม่
     - Storyboarding & Visual Thinking ให้แต่ละกลุ่มสร้างแนวคิดเป็นภาพหรือเรื่องราว เพื่อช่วยให้เห็นไอเดียอย่างชัดเจน
     - Prototype & Pitching ให้กลุ่มพัฒนาแนวคิดของตนเองเป็นต้นแบบ แล้วนำเสนอไอเดียกับทีมอื่นเพื่อรับฟีดแบ็ก

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

ทุกระดับ

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ทำไมองค์กรควรจัดอบรมหลักสูตร “พัฒนาทักษะการคิดนอกกรอบและการคิดสร้างสรรค์ (Lateral and Creative Thinking)” ในปีนี้? +
เพราะหน้าเว็บหลักสูตรระบุชัดว่าในยุคที่ปัญหาในองค์กรซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็ว ทักษะที่จำเป็นมากคือ การคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking) และ การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เนื่องจากไม่ใช่ทุกปัญหาจะใช้คำตอบเดิมหรือวิธีเดิมได้ผล หลักสูตรนี้จึงตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการคิดทางเลือกใหม่และรับมือกับโจทย์ที่ไม่แน่นอนได้ดีขึ้น
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ Pain Point อะไรขององค์กรได้บ้างในมุม “Creative Problem Solving Workshop”? +
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องคนทำงานติดกรอบ คิดซ้ำแบบเดิม ไม่กล้าตั้งคำถามใหม่ และขาดวิธีสร้างทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหา โดยหลักสูตรมุ่งให้ผู้เรียนปลดล็อกข้อจำกัดทางความคิด เปิดมุมมองใหม่ และเสนอแนวทางใหม่ที่นำไปสู่การทำงานร่วมกันที่มีพลังขึ้น รวมถึงผลลัพธ์ที่แตกต่างและใช้ได้จริง
หลักสูตร “Creative Thinking Training / Lateral Thinking Course” นี้ต่างจากหลักสูตรคิดทั่วไปอย่างไร? +
หลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่ “คิดสร้างสรรค์” แบบนามธรรม แต่มีโครงสร้างชัดเจนตั้งแต่ Breaking Mental Barriers, Enhancing Creative Thinking Process, Creative Problem-Solving ไปจนถึง From Ideas to Implementation และใช้เครื่องมือจริง เช่น SCAMPER, Random Word Association, Mind Mapping, Six Thinking Hats, Fishbone Diagram, Why-Why Analysis และ 5W1H ทำให้ผู้เรียนเห็นทั้งวิธีคิดและวิธีนำไปใช้
ถ้าองค์กรต้องการพัฒนาทักษะ “Thinking Outside the Box for Work” หลักสูตรนี้ตอบโจทย์อย่างไร? +
หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้เรียน คิดหลุดออกจากข้อจำกัดทางความเชื่อ ค่านิยม หรือประสบการณ์เดิม พร้อมฝึกตั้งคำถามใหม่ มองปัญหาใหม่ และมองจากหลายมุมด้วยแนวทาง Lateral Thinking จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้พนักงานไม่ติดกับวิธีเดิมเมื่อเจอปัญหาหรือความท้าทายใหม่ในงาน
หลักสูตรนี้ช่วยเรื่อง “Innovation Thinking Training” หรือการสร้างนวัตกรรมในองค์กรได้ไหม? +
ได้ เพราะหน้าเว็บระบุชัดว่าหลักสูตรนี้เชื่อมโยงไปสู่ การพัฒนานวัตกรรม, การทำงานร่วมกันอย่างมีพลัง และการสร้าง Creative Culture in Workplace รวมถึงการฝึกเปลี่ยนไอเดียให้ใช้งานได้จริงผ่าน Prototype & Experimentation และ Idea Presentation ไม่ได้หยุดอยู่แค่การคิดไอเดียสนุก ๆ เท่านั้น
ผู้เรียนจะได้อะไรกลับไปจากหลักสูตร “Lateral and Creative Thinking Skills” นี้บ้าง? +
ผู้เรียนจะได้ 4 เรื่องหลัก คือ ปลดล็อกข้อจำกัดทางความคิด, พัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์, คิดวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างเป็นระบบ, และ นำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้จริง โดยมีรายละเอียดสำคัญ เช่น การรู้เท่าทัน Cognitive Bias, การขยับจาก Fixed Mindset ไปสู่ Growth Mindset, การใช้ SCAMPER และ Six Thinking Hats เพื่อสร้างไอเดียใหม่ และการสื่อสารไอเดียอย่างมีโครงสร้างและโน้มน้าวใจ
“หลักสูตรคิดสร้างสรรค์สำหรับพนักงานทุกระดับ” หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง? +
เหมาะกับทุกระดับ ดังนั้น HR สามารถตอบผู้บริหารได้ว่าหลักสูตรนี้นำไปใช้ได้ทั้งกับพนักงาน ทีมงาน หัวหน้างาน หรือกลุ่มที่องค์กรต้องการให้เปิดมุมคิดใหม่และพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น
ผู้บริหารจะมองเห็นความเป็นรูปธรรมของหลักสูตรนี้จากอะไรบ้าง? +
ความเป็นรูปธรรมอยู่ที่เครื่องมือและกิจกรรม เช่น SCAMPER Technique, Random Word Association, Mind Mapping, Six Thinking Hats, Why-Why Analysis, 5W1H, Fishbone Diagram, Storyboarding & Visual Thinking และ Workshop หลายรูปแบบ เช่น Creative Challenge, Random Word Association, Six Thinking Hats Role-Playing, Storyboarding & Visual Thinking, Prototype & Pitching จึงเป็นหลักสูตรที่เห็นการลงมือคิดและทดลองใช้จริง ไม่ใช่ฟังบรรยายอย่างเดียว
รูปแบบการเรียนรู้ของหลักสูตรนี้เป็นแบบ Workshop มากน้อยแค่ไหน? +
หลักสูตรนี้มีสัดส่วน Theory 30% / Mindset 30% / Workshop+Share 40% โดยในส่วน Workshop ผู้เรียนจะได้ฝึก Brainstorming, Divergent & Convergent Thinking, Prototype & Experimentation และการแชร์มุมมองกับทีม ซึ่งเหมาะมากกับองค์กรที่ต้องการให้ผู้เรียน “ฝึกคิดจริง” มากกว่ารับฟังเนื้อหาเพียงอย่างเดียว
ความคุ้มค่าของหลักสูตร “Creative Thinking Techniques for Problem Solving” นี้คืออะไร HR ควรตอบอย่างไร? +
ความคุ้มค่าของหลักสูตรนี้อยู่ที่การช่วยให้บุคลากร คิดทางเลือกใหม่ได้มากขึ้น, แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ขึ้น, ตัดสินใจภายใต้แรงกดดันได้ดีขึ้น, และ สื่อสารไอเดียเพื่อนำไปใช้จริงได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงาน การทำงานเป็นทีม และการสร้างนวัตกรรมในองค์กรในระยะยาว

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)