หลักสูตร การพัฒนาภาวะผู้นำและการบริหารจัดการสำหรับหัวหน้าและผู้จัดการโครงการ
(Leadership and Management Synergy for Site Leader)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

ในฐานะผู้จัดการโครงการก่อสร้างที่ต้องรับมือกับงานหน้างานที่เปลี่ยนแปลงทุกนาที เชื่อว่าเคยเจอความท้าทายแบบเดียวกัน—งานเร่งด่วนชนกับงานสำคัญ คนไม่พอแต่ความคาดหวังของลูกค้ามีแต่จะสูงขึ้น ผู้รับเหมาช่วงส่งงานไม่ทันแผน ต้นทุนบานปลายจากการบริหาร 4M ที่ไม่ลงตัว และที่ท้าทายที่สุดคือการนำทีมงานหลากหลายประสบการณ์ หลายภาษา หลายคาแรกเตอร์ ให้ทำงานไปด้วยกันอย่างมีคุณภาพ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องการบริหารงาน แต่เป็นเรื่องของ “ภาวะผู้นำในงานก่อสร้าง” อย่างแท้จริง


เมื่อย้อนดูสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นว่าบทบาทของหัวหน้างานก่อสร้าง วิศวกรควบคุมงาน และ Project Manager ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นความรู้ด้านเทคนิคเป็นหลัก ตอนนี้พวกเราต้องเป็นทั้งผู้นำ ผู้ประสานงาน นักแก้ปัญหา นักบริหารทรัพยากร และโค้ชให้ทีมงานไปพร้อมกัน ความกดดันและความซับซ้อนของโครงการกลายเป็นเรื่องปกติ การมี “Leadership + Management” แบบสมดุลจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทักษะจำเป็นของคนทำงานก่อสร้างยุคนี้


นี่คือเหตุผลที่หลักสูตร Leadership & Management Synergy for Site Leaders ถูกออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับคนที่อยู่ในบริบทงานก่อสร้างจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Foreman, Site Engineer, Project Manager หรือผู้จัดการสายงานก่อสร้าง เพราะเนื้อหาทั้งหมดตั้งต้นจาก Pain Point ที่เกิดขึ้นจริง เช่น การสื่อสารที่ไม่ตรงกันระหว่างทีม การจัดลำดับงานที่ผิดพลาดจนเกิดดีเลย์ การวางแผนและติดตามงานที่ไม่ต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้ทีมงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดัน ทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในส่วนแนวคิดหลักของหลักสูตรตามไฟล์ต้นฉบับ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาในงานก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว แต่เกิดจากการนำทีมและการบริหารงานพร้อมกันในระดับภาวะผู้นำ


หลักสูตรนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การบรรยาย เพราะสำหรับธุรกิจก่อสร้าง การ “เข้าใจ” ไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการ “ทำได้จริง” กระบวนการเรียนรู้แบบ Outcome Driven Learning จึงถูกนำมาใช้ โดยใช้สัดส่วนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้ใหญ่ในสายงานภาคปฏิบัติ คือ 30% สำหรับการวางกรอบแนวคิดที่กระชับ 50% สำหรับ Workshop, Case Study และ Project Simulation ที่ยกสถานการณ์จริงในงานก่อสร้างมาให้ฝึกคิดและฝึกตัดสินใจ และอีก 20% สำหรับการสะท้อนความคิดร่วมกับกลุ่ม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือผู้เรียนจะไม่เพียงเข้าใจเครื่องมือต่างๆ อย่าง การจัดลำดับงานแบบ Urgent–Important การวาง Milestone การบริหารทรัพยากร 4M หรือการวิเคราะห์ Root Cause ของปัญหาดีเลย์ แต่ยังสามารถนำไปใช้กับงานของตัวเองได้ทันทีหลังจบคลาส


สิ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้โดดเด่นและได้รับการยอมรับจากองค์กรในธุรกิจก่อสร้างจำนวนมาก คือความสามารถในการเชื่อมโยงระหว่าง “ภาวะผู้นำ” และ “การบริหารจัดการงานโครงการ” ให้เป็นภาพเดียวกัน ผู้นำหน้างานจะเข้าใจบทบาทของตนเองชัดเจนขึ้น สามารถสื่อสารกับทีมได้ตรงจุด มองเห็นความคาดหวังของทั้งทีมงานและผู้บริหารได้รอบด้าน และรู้วิธีสร้างแรงจูงใจโดยอาศัยการโค้ชและการให้ Feedback ที่เหมาะกับสไตล์ของแต่ละคน พร้อมกับเรียนรู้วิธีวางแผนงานเชิงระบบ ตั้งแต่การจัดกำลังคน วัสดุ เครื่องจักร ไปจนถึงเงินในโปรเจกต์ เพื่อให้ทุกอย่างเดินตามแผนและควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น


เมื่อเรียนจบ ผู้เรียนจะได้ออกแบบ Action Plan ที่ใช้ได้จริงภายใน 30 วัน โดยใน Workbook ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับหลักสูตรนี้ยังมีแบบฟอร์มที่ช่วยติดตามความคืบหน้าของแต่ละคน เช่น Self-Readiness Check, 4M Assessment, Delay Root Cause Log และ Milestone Planner ซึ่งเป็นเครื่องมือทำงานจริง ไม่ใช่แค่เอกสารประกอบการอบรม นี่คือหนึ่งในจุดแข็งตามไฟล์ต้นฉบับที่ระบุว่า Workbook ถูกสร้างมาเพื่อ “เปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นการลงมือทำ”


และที่สำคัญที่สุด หลักสูตรนี้ไม่ได้จบลงในห้องอบรม เพราะยังรองรับการติดตามผลแบบ Blended Learning เช่น Post-Training Clinic, Line/Teams Q&A และ Coaching Session ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าการเรียนรู้จะไม่หยุดอยู่แค่ในวันอบรม แต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้จริงในงานก่อสร้างของคุณ


 ในมุมของผู้จัดการโครงการที่ต้องเผชิญปัญหาเฉพาะหน้าและแรงกดดันด้านเวลาอยู่เสมอ ผมเชื่อว่าภาวะผู้นำในงานก่อสร้างคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่คุณสามารถพัฒนาได้ การมีหลักสูตรที่เข้าใจบริบทจริงอย่างแท้จริงจึงช่วยให้คุณ “คิดเป็นระบบ นำเป็นภาพใหญ่ และบริหารงานได้แม่นยำขึ้น” พร้อมสร้างทีมที่แข็งแรงขึ้นในทุกโปรเจกต์

นี่คือ หลักสูตรภาวะผู้นำสำหรับธุรกิจก่อสร้าง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนผู้นำหน้างานให้พร้อมรับมือกับความซับซ้อนของโครงการก่อสร้างอย่างมั่นใจ และเป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับ Project Manager, Site Engineer, Foreman และผู้บริหารงานก่อสร้างที่ต้องการพัฒนาทั้ง Leadership และ Construction Management ไปพร้อมกันอย่างแท้จริง

หลักสูตรภาวะผู้นำสำหรับงานก่อสร้าง, Construction Leadership Training, อบรมหัวหน้างานก่อสร้าง, Project Manager Training Thailand, ผู้นำงานภาคสนาม, Site Leader Development, หลักสูตรพัฒนาผู้จัดการโครงการ, Construction Management Training, Leadership & Management for Construction, อบรมผู้รับเหมา / วิศวกรควบคุมงาน


จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

หลักสูตรภาวะผู้นำสำหรับธุรกิจก่อสร้าง ที่พัฒนา “คน–งาน–ระบบคิด” ไปพร้อมกัน


หัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้ คือ การทำให้ผู้นำในงานก่อสร้าง—ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างานภาคสนาม วิศวกรควบคุมงาน หรือผู้จัดการโครงการ—สามารถบริหาร “คน” และ “งาน” ไปพร้อมกันอย่างสมดุลในความกดดันของไซต์จริง หลักสูตรตั้งต้นจากความจริงในวงการก่อสร้างที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้การนำทีมแบบเดิมๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ที่อยู่หน้างานต้องมี “ภาวะผู้นำ” ที่แข็งแรงพอที่จะสร้างความร่วมมือ และมี “ระบบการบริหารจัดการ” ที่ชัดเจนพอจะทำให้งานเดินหน้าได้แม้ทรัพยากรจำกัด


หนึ่งในจุดมุ่งเน้นสำคัญของหลักสูตรคือ การช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทใหม่ของผู้นำก่อสร้างยุคนี้อย่างแท้จริง จากเดิมที่วิศวกรหรือหัวหน้างานมักถูกมองว่าคุณค่าของเขาอยู่ที่ทักษะด้านเทคนิค วันนี้บทบาทของผู้นำในไซต์งานขยายกว้างขึ้นมาก ทั้งการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน การกระตุ้นแรงจูงใจให้ทีมงานที่หลากหลาย การคิดวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบ การบริหารทรัพยากรแบบ 4M ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการควบคุมงานก่อสร้างให้ตรงตาม Milestone ที่องค์กรกำหนด หลักสูตรจึงมุ่งทำให้ผู้เรียนเห็นว่าบทบาทของผู้นำ (Leader) และบทบาทของผู้จัดการงาน (Manager) นั้นต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เลือกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง


อีกหนึ่งจุดเน้นสำคัญคือ การปลูกฝัง “กรอบความคิดของผู้นำ” ที่เหมาะสมกับงานก่อสร้างยุคใหม่ ผู้เรียนจะได้เข้าใจว่าการนำทีมในไซต์งานไม่ได้หมายถึงการสั่งงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถอ่านสถานการณ์ของทีมงาน เข้าใจแรงจูงใจของแต่ละคน และรู้วิธีสื่อสารที่เหมาะกับบริบทที่มีแรงกดดันสูง หลักสูตรนี้มุ่งให้ผู้นำสามารถเปลี่ยนมุมมองจากการ “ควบคุมงาน” ไปเป็นการ “นำงานและโค้ชทีม” เพื่อให้ทีมมีส่วนร่วมและรับผิดชอบงานมากขึ้น การเปลี่ยนกรอบความคิดนี้จะช่วยลดความขัดแย้ง ลดการไม่เข้าใจในการทำงาน และลดโอกาสเกิดงานผิดซ้ำ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูญเสียอย่างมหาศาลในธุรกิจก่อสร้าง


ในด้านการบริหารงานโครงการ หลักสูตรให้ความสำคัญกับการออกแบบเครื่องมือและกระบวนการคิดที่ง่าย ใช้งานได้จริง และสามารถนำไปปรับใช้ทันทีในงานปัจจุบันของผู้เรียน เช่น การจัดลำดับความสำคัญของงานด้วยกรอบคิด Urgent–Important การวางแผน Milestone ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมโครงการได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงการบริหารทรัพยากรในมิติต่างๆ ของงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นคน วัสดุ เครื่องจักร หรือการควบคุมงบประมาณ ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถลดปัญหาดีเลย์ ลดงานซ้ำ และบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนของไซต์งานได้ดีขึ้น


หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการนำความรู้ไปใช้จริง ผู้เรียนจะได้ทดลองคิด ทดลองวิเคราะห์ และทดลองตัดสินใจ ผ่าน Workshop และ Case Study ที่ออกแบบจากสถานการณ์จริงในไซต์ก่อสร้าง เช่น ปัญหางานล่าช้าจากผู้รับเหมาช่วง การสูญเสียวัสดุ การวางแผน 4M ที่ไม่รัดกุม หรือความขัดแย้งในทีมที่เกิดจากความต่างของประสบการณ์และวัฒนธรรม เมื่อผู้เรียนได้ฝึกฝนด้วยสถานการณ์จริง สิ่งที่ได้จึงไม่ใช่แค่ความเข้าใจ แต่เป็นความสามารถในการนำไปประยุกต์ใช้ในงานทันที


อีกจุดเน้นหนึ่งที่เป็นหัวใจของหลักสูตรนี้คือ การสร้าง “การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม” ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้เชิงความรู้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลักสูตรใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Outcome Driven Learning ที่เน้นผลลัพธ์ ไม่เน้นปริมาณเนื้อหา ผู้เรียนจะได้สะท้อนตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำ Action Plan รายบุคคล และกลับไปทดลองใช้ในงานจริง พร้อมด้วยระบบติดตามผลหลังอบรม เพื่อให้เกิดพฤติกรรมใหม่ๆ ที่วัดผลได้ เช่น การสื่อสารที่ดีขึ้น การวางแผนงานที่เป็นระบบมากขึ้น การจูงใจทีมงานได้ดีขึ้น และการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของไซต์งาน


ในท้ายที่สุด จุดมุ่งเน้นของเนื้อหาหลักสูตรนี้คือ การทำให้ผู้นำในงานก่อสร้างสามารถมอง “งานก่อสร้าง” เป็นทั้งภาพรวมและรายละเอียดไปพร้อมกัน มองเห็นทั้งเป้าหมายของโครงการและความท้าทายในแต่ละวัน และสามารถเชื่อมโยงทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกันผ่านภาวะผู้นำและทักษะการบริหารจัดการที่ลงตัวขึ้น เมื่อผู้นำคนหนึ่งเปลี่ยน วิธีคิดของทีมทั้งทีมก็เปลี่ยน และเมื่อทีมทำงานดีขึ้น ผลลัพธ์ของโครงการก่อสร้างก็ชัดเจนขึ้น ทั้งด้านเวลา คุณภาพ ต้นทุน และความร่วมมือของทุกฝ่ายในองค์กร นี่คือสาระสำคัญที่หลักสูตรพยายามผลักดัน—เพื่อให้ผู้นำก่อสร้างยุคใหม่มีความพร้อมและมีพลังมากพอที่จะนำทีมผ่านความท้าทายที่ซับซ้อนของโครงการก่อสร้างได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

ผลลัพธ์ที่หลักสูตรนี้ต้องการสร้าง คือการยกระดับผู้นำหน้างานก่อสร้างให้สามารถรับมือกับความซับซ้อนของโครงการได้อย่างมั่นใจและเป็นระบบมากขึ้น ทั้งในมิติของความคิด พฤติกรรม และผลลัพธ์ในการทำงานจริง ผู้เรียนจะออกจากคลาสด้วยความเข้าใจใหม่ต่อบทบาทของตนเองว่า ภาวะผู้นำในงานก่อสร้างไม่ได้หมายถึงเพียงการสั่งงานหรือตรวจงาน แต่คือการนำทีมให้ไปถึงเป้าหมายอย่างมีพลัง และบริหารทรัพยากรทั้งหมดให้สอดคล้องกับแผนงานของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ผู้เรียนจะมองบทบาทของตนเองได้อย่างสมดุลขึ้นระหว่างการเป็น “ผู้นำ” และ “ผู้จัดการงาน” สามารถแยกแยะได้ว่าเมื่อไรควรใช้ทักษะการนำทีมเพื่อสร้างความร่วมมือ และเมื่อไรควรใช้ทักษะเชิงบริหารเพื่อวางแผน ควบคุมงาน และติดตามความคืบหน้า ความเข้าใจนี้ช่วยลดปัญหาการบริหารงานแบบกระจัดกระจายหรือการทำงานแบบดับไฟที่เกิดจากการมองงานไม่เป็นระบบ


ในด้านการสื่อสาร ผู้เรียนจะมีความสามารถในการสื่อสารกับทีมงานได้ตรงจุดและสร้างความเข้าใจร่วมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทย แรงงานต่างด้าว หรือผู้รับเหมาช่วง การสื่อสารที่ดีขึ้นช่วยลดความผิดพลาด ลดงานซ้ำ และลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น ซึ่งผลลัพธ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพงานและเวลาของโครงการ


ผลลัพธ์สำคัญอีกประการคือ ผู้เรียนจะสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานได้ดีขึ้นและลดความสับสนระหว่างงานเร่งด่วนกับงานที่มีความสำคัญต่อภาพรวมของโครงการ การใช้เครื่องมือจัดลำดับงานและเทคนิควางแผนที่เรียนในคลาสจะช่วยให้ผู้เรียนบริหารเวลาและทรัพยากรได้ดีขึ้น ทำให้งานในไซต์เดินหน้าได้ไหลลื่นมากกว่าเดิม


ในมิติของการบริหารโครงการ ผู้เรียนจะมีความชัดเจนในการวางแผนและติดตามงานตาม Milestone สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหา เช่น Root Cause Log หรือการประเมิน 4M ในการจับสาเหตุของงานล่าช้าได้แม่นยำขึ้น การบริหารทรัพยากรทั้งคน วัสดุ เครื่องจักร และงบประมาณจึงมีความพร้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้โครงการควบคุมความเสี่ยงและต้นทุนได้ดีขึ้น


นอกจากทักษะเชิงเทคนิคแล้ว หลักสูตรยังสร้างผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมที่สำคัญอย่าง “ความมั่นใจในการนำทีม” ผู้เรียนจะเรียนรู้วิธีสร้างแรงจูงใจ การให้ Feedback อย่างเหมาะสม และการใช้ทักษะโค้ชเพื่อให้ทีมงานรู้สึกมีส่วนร่วมและรับผิดชอบงานมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ เหล่านี้ส่งผลให้ทีมทำงานมีพลังมากขึ้น และลดภาระของหัวหน้างานในการบังคับหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา


ท้ายที่สุด ผู้เรียนจะได้ Action Plan รายบุคคลที่สามารถนำไปปฏิบัติจริงภายใน 30 วันหลังจบคลาส ทำให้ความรู้ที่ได้รับไม่หยุดอยู่แค่ในห้องอบรม แต่ถูกนำไปใช้ในงานปัจจุบันทันที การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจเริ่มจากบางส่วนของงาน เช่น การสื่อสาร การวางแผน การติดตามงาน หรือการนำทีม แต่เมื่อดำเนินต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะสะท้อนกลับไปยังโครงการในมิติของเวลา คุณภาพ และต้นทุนอย่างเห็นได้ชัด


กล่าวโดยสรุป Outcome ของหลักสูตรนี้ คือการทำให้ผู้นำในงานก่อสร้างสามารถคิดเป็นระบบ นำทีมได้ดีขึ้น ใช้เครื่องมือบริหารงานได้อย่างมืออาชีพ และสร้างความร่วมมือในทีมได้มากขึ้น ทุกองค์ประกอบเหล่านี้รวมกันทำให้โครงการก่อสร้างเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสีย ลดความผิดพลาด และเพิ่มศักยภาพของทั้งคนและองค์กรในระยะยาว หลักสูตรนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความรู้ แต่คือการเพิ่มพลังให้ผู้นำก่อสร้างสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้จริงในทุกหน้างานครับ

เนื้อหาหลักสูตร

เนื้อหาของหลักสูตรนี้ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทั้ง “การพัฒนาภาวะผู้นำ” และ “การบริหารงานก่อสร้าง” โดยผสานเป็น 4 ส่วนที่ทำงานสอดประสานกัน เพื่อให้ผู้นำในภาคก่อสร้างพัฒนาความสามารถทั้งการคิด การสื่อสาร การนำทีม และการบริหารจัดการงานบนไซต์จริงอย่างครบวงจร


Part 1 คือการสำรวจตัวเองและบทบาทความเป็นผู้นำ ผู้เรียนจะเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา และบทบาทของตนเองในฐานะหัวหน้างานหรือผู้จัดการโครงการ ผ่านการสะท้อนและทำแบบประเมิน เพื่อให้เห็นภาพความรับผิดชอบที่แท้จริงของผู้นำก่อสร้างในยุคที่ต้องนำทีมและบริหารงานไปพร้อมกัน การเข้าใจตัวเองอย่างชัดเจนจึงเป็นจุดตั้งต้นของการพัฒนาที่ถูกทิศทาง


Part 2 มุ่งสร้างกรอบความคิดและทักษะภาวะผู้นำที่เหมาะกับงานก่อสร้าง ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การสื่อสารเพื่อสร้างความร่วมมือ การสร้างแรงจูงใจในทีมงานที่หลากหลาย และการนำทีมด้วยแนวคิดแบบโค้ช เพื่อให้การทำงานในสภาพแวดล้อมกดดันเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้นำจะเข้าใจว่าการสั่งงานอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องอ่านสถานการณ์เป็น ฟังเป็น และสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้ทีมเดินไปในทิศทางเดียวกัน


Part 3 คือการเสริมทักษะการบริหารงานและทรัพยากรแบบเป็นระบบ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีวิเคราะห์งาน วางลำดับความสำคัญ วางแผนโครงการ กำหนด Milestone และบริหารทรัพยากร 4M (Man–Machine–Material–Money) เครื่องมือสำคัญที่ช่วยควบคุมงาน ลดงานซ้ำ ลดงานล่าช้า รวมถึงควบคุมความเสี่ยงที่พบได้บ่อยในงานก่อสร้าง ทักษะส่วนนี้ทำให้ผู้นำหน้างานสามารถบริหารทั้ง “งานวันนี้” และ “ผลลัพธ์ระยะยาวของโครงการ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Part 4 คือการประยุกต์ใช้จริงและออกแบบ Action Plan สำหรับงานปัจจุบันของผู้เรียน ช่วงท้ายของหลักสูตรทุกคนจะได้ออกแบบแผนปฏิบัติจริงที่สามารถเริ่มทำได้ทันที เช่น แนวทางการนำทีม การวางแผนงาน การแก้ปัญหาคอขวด หรือการสื่อสารสำคัญในไซต์งาน พร้อมรับการสะท้อนและคำแนะนำจากผู้สอนและเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อให้สิ่งที่เรียนไม่หยุดอยู่แค่ในคลาส แต่ต่อยอดเป็นพฤติกรรมและวิธีทำงานใหม่ในชีวิตการทำงานจริง


โดยรวมแล้ว ทั้ง 4 ส่วนนี้ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรู้จักตัวเอง ปรับกรอบความคิด พัฒนาทักษะ จนถึงการลงมือทำจริง เพื่อให้ “ผู้นำงานก่อสร้าง” สามารถบริหารทั้งคนและงานได้อย่างมั่นใจ มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความคาดหวังของโครงการและองค์กรในยุคที่ต้องการความเร็ว ความแม่นยำ และความร่วมมือสูงครับ

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

Frameworks / Models


       - Leader–Manager Role Mapping
       - Johari Window สำหรับการสำรวจตัวเองและการรับรู้ร่วมกัน
       - Leadership Competency Model สำหรับบทบาทผู้นำก่อสร้าง
       - Growth Mindset Model สำหรับปรับกรอบความคิดผู้นำ
       - Situational Leadership สำหรับการนำทีมหลากหลายลักษณะ
       - Eisenhower Matrix (Urgent–Important) สำหรับจัดลำดับความสำคัญของงาน
       - 4M Resource Management (Man–Machine–Material–Money)
       - Gantt Chart & Milestone Planning สำหรับวางแผนและติดตามงาน
       - Root Cause Analysis / 5 Why สำหรับจับต้นตอปัญหาหน้างาน
       - PDCA Cycle สำหรับการปรับปรุงงานและการควบคุมคุณภาพ
       - SMART Goal & Action Plan Model สำหรับการวางแผนปฏิบัติจริง


Tools / Worksheets


       - Leadership Self-Readiness Check
       - Communication Scenario Practice Sheet
       - Urgent–Important Prioritization Sheet
       - 4M Readiness & Risk Assessment Checklist
       - Site Project Milestone Planner
       - Problem & Delay Root Cause Log
       - Leader Communication Role Play Log
       - Leadership–Management Alignment Canvas
       - 30-Day Site Action Plan


Activities / Workshops


       - Self-Assessment & Reflection Workshop
       - Leader Communication Challenge (Role Play)
       - Motivation & Conflict Scenario Practice
       - 4M Resource Evaluation (Group Workshop)
       - Case Study: Site Project Management Simulation
       - Workshop: Delay & Problem Diagnosis Lab
       - Group Dialogue & Peer Coaching
       - Action Plan Presentation & Feedback Session
       - Long-Run Simulation ผ่าน Workbook ทั้งคลาส

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)