หลักสูตร ภาวะผู้นำยุคใหม่ บริหารทีมหลากวัย สื่อสารข้ามเจนให้ทำงานร่วมกันได้
(Leading Across Generations for Thai Workplaces)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

หลักสูตร Leading Across Generations : ภาวะผู้นำยุคใหม่กับทีมหลากวัย (หลักสูตร 2 วัน)


หลักสูตรบริหารทีมต่าง Generation ออกแบบสำหรับหัวหน้างานและผู้บริหารยุคใหม่ ที่ต้องนำทีมซึ่งมีทั้ง Baby Boomer, Gen X, Gen Y และ Gen Z อยู่ร่วมกัน โดย โค้ชวีรพันธ์ มณีวงศ์ (โค้ชแจ๊ค) People & Organization Developer ผู้เชี่ยวชาญด้าน Outcome-Driven Learning และการพัฒนาภาวะผู้นำให้องค์กรภาครัฐและเอกชนชั้นนำ


“วันนี้ผู้นำไม่ได้บริหารแค่งาน แต่ต้องบริหารความต่างของคนในทีมด้วย”


ทำไมองค์กรจึงต้องการหลักสูตรสื่อสารข้ามรุ่นและบริหารคนหลากวัย


งานในองค์กรซับซ้อนขึ้น ต้องการความเชี่ยวชาญหลายด้านในงานเดียวกัน ขณะที่ทีมงานต่างวัย ต่างประสบการณ์ และต่างสายงาน มีมุมมองและวิธีทำงานไม่เหมือนกัน ผู้นำยุคใหม่จึงต้องเข้าใจทั้ง คน งาน และระบบ เพื่อขับเคลื่อนทีมให้ไปถึงเป้าหมายร่วมกัน


Pain Point ที่ HRD และผู้บริหารพบบ่อยที่สุด


       - ผู้นำหลายคนยังใช้รูปแบบการบริหารแบบสั่งการเดิม ที่ไม่สอดคล้องกับทีมยุคใหม่
       - ขาดทักษะการสื่อสารและไม่เข้าใจแรงจูงใจของทีมงานต่าง Generation
       - เกิด ความขัดแย้งในองค์กรระหว่าง Gen X กับ Gen Z จากช่องว่างของความคาดหวัง
       - ผู้นำขาดกรอบความคิดแบบ Growth Mindset ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง
       - ไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจหรือดึงศักยภาพของทีมออกมาได้เต็มที่


แนวคิดหลักของหลักสูตร : Same Goal, Different Expectations


บางคนอยากเร็วขึ้น บางคนอยากชัวร์ก่อน บางฝ่ายอยากได้ข้อมูลเร็วแบบ Real-time บางฝ่ายอยากได้ข้อมูลครบถ้วนตรวจสอบได้ ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน แต่มองวิธีไปถึงเป้าหมายไม่เหมือนกัน “ความต่างของ Generation ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือความคาดหวังที่ไม่เคยถูกพูดออกมา”


เส้นทางการเรียนรู้ From Self to System


       1. Lead Self รู้จักตัวเองและจุดแข็งในฐานะผู้นำ
       2. Understand Others เข้าใจความต่างและความคาดหวังของแต่ละวัย
       3. Communicate Across Differences สื่อสารข้ามความต่างอย่างมีประสิทธิภาพ
       4. Lead Team and Action นำทีมและลงมือสู่ผลลัพธ์ด้วยแผน 90 วัน


หลักสูตรนี้ออกแบบให้ผู้นำ “เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น และเข้าใจทีม” พร้อมเครื่องมือที่เปลี่ยนการนำทีมข้ามวัยให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนา ไม่ใช่อุปสรรค เหมาะสำหรับการจัด In-house Training บริหารคนต่างวัย ทั้งหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชน

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

จุดมุ่งเน้นของหลักสูตร Leading Across Generations


หลักสูตรนี้มุ่งเน้น การเปลี่ยนหัวหน้างานสายสั่งการให้เป็น Leader as Coach ที่บริหารทีมหลากวัยได้จริง ผ่าน 5 วัตถุประสงค์หลัก
       1. ตระหนักรู้และเข้าใจบทบาทของตนเองในฐานะผู้นำยุคใหม่ ผ่าน Self-Leadership และ Adaptive Leadership
       2. เข้าใจและบริหารความแตกต่างของคนแต่ละ Generation อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Generation Expectation Map
       3. พัฒนา Growth Mindset และความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม
       4. เรียนรู้เครื่องมือและเทคนิคการบริหารทีมข้ามวัย อย่างยืดหยุ่น ทั้ง Feedback, NVC, Coaching
       5. ประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงในทีมของตนเองได้ทันที ผ่านแผน 90 วันและ Team Commitment


5 จุดเน้นสำคัญที่แตกต่างจากหลักสูตรภาวะผู้นำทั่วไป


       - เน้น “ความคาดหวัง” มากกว่า “ป้ายแปะ Gen” ไม่สอนให้เหมารวมคนตามอายุ แต่สอนให้ถามว่าเขาคาดหวังอะไร กังวลอะไร และต้องการการสนับสนุนแบบไหน
       - เน้น Psychological Safety สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมกล้าถาม กล้าเสนอ กล้าบอกปัญหาก่อนที่งานจะเสียหาย
       - เน้นทักษะสื่อสารข้ามรุ่นที่ใช้ได้จริง ด้วย SBI Feedback Model และ NVC (Nonviolent Communication) ในองค์กร
       - เน้นการออกแบบระบบทีม ไม่ใช่แก้ที่ตัวคน ด้วย Team Gap Map และ Mission Handoff Simulation
       - เน้นผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Shift) ตามแนวทาง Outcome-Driven Learning (ODL) ไม่ใช่แค่ความรู้ในห้องเรียน


ทุกหัวข้อเชื่อมกันเป็นระบบ ตั้งแต่ Self-Awareness → Generation Gap → Feedback → Team Gap → Conflict → Coaching → 90-Day Plan โดยแต่ละขั้นตอนสร้างฐานให้ขั้นตอนถัดไป

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

Outcome ของหลักสูตร : ผลลัพธ์ที่องค์กรจับต้องได้


1) ผลลัพธ์ระดับบุคคล (ผู้นำ / หัวหน้างาน)


       - รู้จักสไตล์ผู้นำของตนเอง จุดแข็ง และผลกระทบเมื่อใช้มากเกินไป (My Leadership Style)
       - เลือกใช้สไตล์การนำให้เหมาะกับคน งาน และสถานการณ์ ตามแนวคิด Adaptive Leadership
       - รู้เท่าทัน Emotional Trigger ของตนเอง และควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์กดดันได้ดีขึ้น
       - ให้ Feedback ที่ชัดที่พฤติกรรม ไม่โจมตีตัวตน ด้วย SBI Feedback Model
       - เปลี่ยนจาก “สั่งให้ทำ” เป็น “ถามให้คิด” ด้วย GROW Coaching Model


2) ผลลัพธ์ระดับทีม


       - ทีมสื่อสารข้ามรุ่นและข้ามฝ่ายได้ลื่นไหลขึ้น ลดการตามงานซ้ำและงานตกหล่น
       - ลดความขัดแย้งจากการตีความผิด (Ladder of Inference) และเปลี่ยน Blame เป็น Feedback
       - มองเห็นช่องว่างของทีมชัดเจน ทั้ง Skill Gap, Communication Gap, Trust Gap และ Generation Gap
       - จัดคนให้เหมาะกับงาน (Right People, Right Task) ด้วย Team Strength Matrix
       - เกิด Psychological Safety ที่ทำให้คนรุ่นใหม่กล้าถามและคนรุ่นพี่รู้สึกได้รับการเคารพ


3) ผลลัพธ์ระดับองค์กร (Behavioral Shift ที่วัดผลได้)


       - ความพึงพอใจและการมีส่วนร่วม ผู้เรียนมีส่วนร่วม ≥ 80% ตลอดโปรแกรม วัดด้วย Observation Checklist ระหว่างอบรม
       - ความรู้และทักษะ ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาและทักษะที่สอน ≥ 80% วัดด้วย Pre-Post Test หรือ Self-assessment
       - การนำไปใช้จริงในงาน ≥ 70% ของผู้เรียนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ วัดด้วย Follow-up Survey ที่ 1-2 เดือนหลังอบรม
       - แผนพัฒนาที่ชัดเจน ≥ 80% มี Action Plan และ Commitment Review ในช่วงท้ายการอบรม
       - พฤติกรรมผู้นำที่เปลี่ยนไป หัวหน้างานมีพฤติกรรมใหม่ตามที่ฝึก ≥ 60% วัดด้วย Mini 360 Feedback จากทีมหรือหัวหน้า ที่ 1-3 เดือนหลังอบรม


ทั้งหมดนี้คือหัวใจของแนวคิด Solution for Change ที่เปลี่ยนการอบรมให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการจริง ไม่ใช่ “ความรู้ที่ลืมใน 3 วัน”

เนื้อหาหลักสูตร

เนื้อหาหลักสูตร Leading Across Generations (2 วัน)


วันที่ 1 : เข้าใจตนเอง เข้าใจทีม เข้าใจความต่าง


Part 1 : สำรวจตัวเองในฐานะผู้นำ (Lead Self)


       - Coaching Question : “คุณเป็นผู้นำแบบไหน?”
       - แนวคิด Adaptive Leadership ปรับสไตล์ตาม คน–งาน–สถานการณ์
       - 4 มุมผู้นำ : สายมาตรฐาน / สายสนับสนุน / สายพัฒนา / สายประสาน
       - Awareness ต่อสไตล์การนำและผลกระทบต่อทีมต่างวัย
       - Case Study : “หัวหน้าสายมาตรฐาน ดีเกินไปก็มีต้นทุน”


Part 2 : เข้าใจคนต่างวัย เข้าใจทีมที่หลากหลาย


       - เจาะพฤติกรรมและแรงจูงใจของ Gen X, Gen Y, Gen Z แบบไม่เหมารวม
       - Generation Expectation Map : ความเร็ว, Feedback, เทคโนโลยี, การตั้งคำถาม
       - Expectation Gap ความขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ในความคาดหวัง
       - กิจกรรม : วิเคราะห์เคส “เร็ว vs ถูกต้อง” และ “ถามเพราะอยากเข้าใจ หรือท้าทาย?”


Part 3 : ปรับ Mindset ผู้นำให้พร้อมเปลี่ยน


       - Growth Mindset vs Fixed Mindset ในบทบาทหัวหน้างาน
       - Ladder of Inference บันไดแห่งการตีความ ต้นตอของความเข้าใจผิดในทีม
       - วิธีหยุดบันได : ถามแทนที่จะสรุป


Part 4 : สื่อสาร สร้างแรงบันดาลใจ และให้ Feedback


       - เทคนิคการสื่อสารเชิงบวกข้ามรุ่น (Cross Generation Communication)
       - กิจกรรม Feedback Relay : เปลี่ยนประโยค Blame เป็น Feedback
       - SBI Feedback Model (Situation–Behavior–Impact–Next Step)
       - Reflection ปิดวัน : Aha Moment และรูปแบบการตีความที่ฉันมักใช้


วันที่ 2 : สร้างทีม สร้างแนวทาง สร้างผู้นำ


Part 5 : จากการนำคน สู่การออกแบบระบบทีม


       - 4 องค์ประกอบของระบบทีม : เป้าหมาย, บทบาท, ข้อมูลที่ต้องส่งต่อ, วิธีสื่อสารเมื่อเกิดปัญหา
       - กิจกรรมใหญ่ Mission Handoff Simulation จำลองการส่งต่องานข้ามฝ่าย ข้ามวัย ข้ามความเชี่ยวชาญ ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและข้อมูล
       - Debrief : งานหลุดตรงไหน และทำไม


Part 6 : ดึงพลังจากความหลากหลายของทีม


       - Team Gap Map : Skill Gap, Communication Gap, Trust Gap, Generation Gap
       - Team Strength Matrix จัดคนให้เหมาะกับงาน (Right People, Right Task)
       - ตัวอย่างทีมข้ามสายงานที่ใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายให้เกิดพลังร่วม


Part 7 : จัดการอารมณ์และความขัดแย้ง


       - Emotional Trigger Tracker รู้เท่าทันสิ่งที่กระตุ้นให้ผู้นำพลาด
       - NVC (Nonviolent Communication) : Observation – Feeling – Need – Request
       - ฝึกพูดเรื่องยากโดยไม่ทำให้คนปิดใจ ผ่านเคส “ระบบใหม่ แต่ใจยังไม่พร้อม”


Part 8 : Coaching & Empowerment และแผนผู้นำของฉัน


       - จาก “สั่งให้ทำ” สู่ “ถามให้คิด” ด้วย GROW Model (Goal–Reality–Options–Will)
       - กิจกรรม Coaching Triad : Coach / Coachee / Observer ฝึกโค้ชจากเคสจริงในงาน
       - 90-Day Leadership Plan & Team Commitment : จะหยุด / จะเริ่ม / จะทำต่อเนื่อง
       - นำเสนอแผนและแลกเปลี่ยนแนวทางกับเพื่อนร่วมรุ่น


“งานต้องถูกต้อง แต่คนก็ต้องมีกำลังใจที่จะทำให้ถูกต้องไปด้วยกัน”

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

เครื่องมือ เฟรมเวิร์ค และกิจกรรมในหลักสูตร


ทุกเครื่องมือถูกเลือกมาเพื่อให้ผู้นำ “ใช้ได้จริงตั้งแต่วันจันทร์ถัดไป” พร้อม Worksheet ใน Workbook ทุกหัวข้อ


Frameworks หลักที่ใช้ในหลักสูตร


       - Adaptive Leadership & Leadership Quadrants เลือกสไตล์การนำให้เหมาะกับคน งาน สถานการณ์
       - Generation Mindset & Expectation Mapping เข้าใจความคาดหวังของแต่ละวัยโดยไม่เหมารวม
       - Ladder of Inference หยุดวงจรการตีความผิดที่ทำลายความไว้วางใจ
       - SBI Feedback Model (Situation–Behavior–Impact) ให้ Feedback ที่ชัดที่พฤติกรรม
       - NVC (Nonviolent Communication) ในองค์กร Observation – Feeling – Need – Request
       - Team Gap Map & Team Strength Matrix วิเคราะห์ช่องว่างและจุดแข็งของทีม
       - GROW Coaching Model for Generations โค้ชทีมข้ามวัยให้เป็นเจ้าของงาน
       - 90-Day Leadership Plan & Team Commitment แปลงการเรียนรู้เป็นพฤติกรรมที่วัดได้


Worksheet ที่ผู้เรียนได้ใช้จริง


       - Common Ground Worksheet (เราต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วม)
       - My Leadership Style Assessment
       - Expectation Gap Worksheet
       - Positive Feedback Planner (SBI)
       - Mission Output Template (แผนการส่งต่องาน)
       - Team Gap Mapping Worksheet
       - Emotional Trigger Tracker
       - GROW Coaching Worksheet
       - 90-Day Leadership Plan & Team Commitment


กิจกรรมสำคัญ (Workshop & Simulation)


       - กิจกรรมที่ 1 เราต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วม (15 นาที / กลุ่มละ 8 คน)
       - กิจกรรมที่ 2 Expectation Gap วิเคราะห์เคสความขัดแย้งที่ซ่อนในความคาดหวัง (25 นาที)
       - Feedback Relay เปลี่ยน Blame เป็น Feedback แบบ SBI
       - กิจกรรมที่ 3 Mission Handoff Simulation ส่งต่องานข้ามฝ่าย 8 บทบาท (60–75 นาที)
       - กิจกรรมที่ 4 Coaching Triad ฝึกโค้ชจากเคสจริง (Coach / Coachee / Observer)
       - Team Presentation นำเสนอ 90-Day Leadership Plan

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้

สัดส่วนเนื้อหาและรูปแบบการเรียนรู้แบบ
Outcome-Driven Learning (ODL)


โปรแกรมนี้ออกแบบด้วยแนวทาง Outcome-Driven Learning (ODL) ที่มุ่งผลลัพธ์ต่อผู้เรียนและองค์กรเป็นหลัก ไม่ใช่แค่การเรียนรู้เนื้อหา แต่คือการพัฒนา “พฤติกรรมและความสามารถที่จับต้องได้” (Behavioral & Capability Shift)


สัดส่วนการเรียนรู้ตามโมเดล 70:20:10


        - 70% Learning by Doing ฝึกปฏิบัติจริงผ่าน Workshop, Case Study, Simulation และ Worksheet ต่อเนื่อง
        - 20% Learning from Others Group Dialogue, Peer Feedback และ Role Play แลกเปลี่ยนมุมมองข้ามวัย
        - 10% Formal Learning บรรยายหลักการแบบสั้น กระชับ ชัดเจน พร้อมตัวอย่างจากงานจริง


บทบาทของผู้นำการเรียนรู้ (Learning Leader)


        - Trainer ถ่ายทอดหลักการอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย
        - Facilitator กระตุ้นการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม
        - Coach ตั้งคำถามและสะท้อนกลับเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ระดับลึก
        - Consultant แนะนำแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงในบริบทขององค์กร


วัดผลด้วย Outcome-Driven Learning ทั้ง 4 ระดับ ไม่ใช่แค่แบบประเมินความพึงพอใจ
หลักสูตรออกแบบด้วยแนวคิด Outcome-Driven Learning (ODL) โดยกำหนดเกณฑ์วัดผลไว้ตั้งแต่ต้น
ระดับที่ 1 การมีส่วนร่วม มากกว่า 80% ระหว่างการอบรม
ระดับที่ 2 ความเข้าใจ Pre-Post Test มากกว่า 80%
ระดับที่ 3 การนำไปใช้จริง มากกว่า 70% ที่ 1 ถึง 2 เดือนหลังอบรม
ระดับที่ 4 พฤติกรรมผู้นำที่เปลี่ยนไป มากกว่า 60% วัดด้วย Mini 360 Feedback จากทีมงานรอบตัวผู้เรียน


การติดตามผลหลังอบรมด้วย Blended Learning


“จากห้องเรียน สู่การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้จริง” สามารถต่อยอดเป็นระบบติดตามผล 5 รูปแบบ


       1. Post-Training Clinic กลุ่มย่อยหลังอบรม 2-3 สัปดาห์ ใช้เคสจริงของผู้เรียน
       2. Line Group / MS Teams Q&A พื้นที่ Support และ Learning Community ต่อเนื่อง 2 เดือน
       3. Coaching Session 1:1 หรือกลุ่มเล็ก ติดตาม Action Plan และการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม
       4. Project Presentation นำเสนอผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ต่อผู้บริหาร
       5. Self-Tracking & Mini 360 Feedback ประเมินโดยหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานที่ 1-2 เดือนหลังอบรม


ผลลัพธ์ของการต่อยอด : เปลี่ยน “ความรู้” ให้เป็น “พฤติกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร” มี Feedback Loop ที่ชัดเจน และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน เชื่อมโยง HR – ผู้บริหาร – หัวหน้า – ทีมงาน เข้าด้วยกัน


หมายเหตุ : สามารถปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าดำเนินการสำหรับรูปแบบ Blended Learning

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้


       - หัวหน้าทีม / หัวหน้างาน / ผู้บังคับบัญชาระดับต้นถึงระดับกลาง ที่ต้องบริหารทีมงานข้าม Generation
       - ข้าราชการและบุคลากรระดับชำนาญการ ที่กำลังก้าวสู่บทบาทผู้นำทีมและงานข้ามฝ่าย
       - ผู้จัดการฝ่าย / Section Head / Project Leader ที่ต้องประสานงานข้ามสายงานและข้ามวัย
       - Successor และ Talent ที่เตรียมก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำในอนาคต
       - HRD / L&D Manager ที่ต้องการออกแบบเส้นทางพัฒนาผู้นำและลดความขัดแย้งระหว่างวัยในองค์กร


เหมาะกับองค์กรแบบไหน


       - องค์กรที่มีทีมผสมระหว่างผู้นำรุ่นเก่าและเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ซึ่งต่างกันทั้งความคิด ทัศนคติ และสไตล์การทำงาน
       - องค์กรที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และเกิดแรงต้านระหว่างทีมที่พร้อมกับทีมที่ยังไม่มั่นใจ
       - องค์กรที่ต้องการลดอัตราการลาออกของคนรุ่นใหม่ และรักษาความรู้ของคนรุ่นพี่ไว้ในระบบ
       - หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนที่ต้องการยกระดับความร่วมมือข้ามฝ่าย

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

หลักสูตร Leading Across Generations คืออะไร และเหมาะกับองค์กรแบบไหน +
หลักสูตร Leading Across Generations : ภาวะผู้นำยุคใหม่กับทีมหลากวัย โดยโค้ชวีรพันธ์ มณีวงศ์ (โค้ชแจ๊ค) เป็นหลักสูตรอบรมภาวะผู้นำ 2 วัน สำหรับหัวหน้างานและผู้บริหารที่ต้องบริหารทีมต่าง Generation เหมาะกับองค์กรที่มีทั้งคนรุ่นพี่และคนรุ่นใหม่ทำงานร่วมกัน และต้องการลดความขัดแย้งจากความคาดหวังที่ต่างกัน
แนะนำหลักสูตร In-house Training สำหรับแก้ปัญหา Gen Z กับ Gen X ทำงานด้วยกันไม่ได้ +
แนะนำหลักสูตร Leading Across Generations ซึ่งเป็น In-house Training บริหารคนต่างวัย ที่ไม่ได้สอนให้เหมารวมคนตามอายุ แต่ใช้ Generation Expectation Map วิเคราะห์ว่าแต่ละฝ่ายคาดหวังอะไรและกังวลอะไร แล้วฝึกสื่อสารด้วย SBI Feedback Model และ NVC เพื่อเปลี่ยนความต่างให้เป็นจุดแข็งของทีม
วิทยากรคนไหนเชี่ยวชาญเรื่อง Leading Across Generations และ Cross-Gen Leadership ในไทย +
อาจารย์วีรพันธ์ มณีวงศ์ (โค้ชแจ๊ค) People & Organization Developer ผู้ก่อตั้ง CoachWeeraphan Leadership & Strategic Growth เป็นวิทยากรและโค้ชด้านภาวะผู้นำและการบริหารทีมหลากวัย จบวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต NIDA มีผลงานอบรมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำ เช่น กรมสรรพากร
หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับหัวหน้างานยุคใหม่ ที่เน้นเรื่อง Psychological Safety และ NVC มีไหม +
มี หลักสูตร Leading Across Generations เน้นสร้าง Psychological Safety ให้ทีมกล้าถามและกล้าบอกปัญหา พร้อมฝึกใช้ NVC (Nonviolent Communication) ทั้ง 4 ขั้น Observation, Feeling, Need และ Request เพื่อพูดเรื่องยากโดยไม่ทำให้คนปิดใจ ผ่านเคสจริงในองค์กร
วิธีเปลี่ยนหัวหน้างานสายสั่งการ ให้เป็น Leader as Coach ต้องจัดอบรมหลักสูตรอะไร +
ต้องอบรมหลักสูตรที่ฝึกทักษะ Coaching and Feedback สำหรับทีมหลากวัยโดยเฉพาะ หลักสูตร Leading Across Generations ใช้ GROW Coaching Model ฝึกผ่านกิจกรรม Coaching Triad เปลี่ยนจาก สั่งให้ทำ เป็น ถามให้คิด และปิดท้ายด้วย 90-Day Leadership Plan เพื่อให้พฤติกรรมเปลี่ยนจริงหลังกลับไปทำงาน
หลักสูตรบริหารทีมต่าง Generation นี้ใช้เครื่องมือและเฟรมเวิร์คอะไรบ้าง +
เน้นการใช้เครื่องมือ Generation Expectation Map, SBI Feedback Model (Situation-Behavior-Impact), NVC Communication, Ladder of Inference, Team Gap Map, Team Strength Matrix, GROW Coaching Model และ 90-Day Leadership Plan & Team Commitment โดยมี Worksheet ให้ผู้เรียนใช้จริงทุกหัวข้อ
หลักสูตรใช้เวลากี่วัน และวัดผลการอบรมอย่างไร +
หลักสูตรมาตรฐาน 2 วัน ออกแบบด้วยแนวคิด Outcome-Driven Learning (ODL) และวัดผล 4 ระดับ คือ การมีส่วนร่วมมากกว่า 80% ระหว่างอบรม, Pre-Post Test ความเข้าใจมากกว่า 80%, การนำไปใช้จริงมากกว่า 70% ที่ 1-2 เดือนหลังอบรม และพฤติกรรมผู้นำที่เปลี่ยนไปมากกว่า 60% วัดด้วย Mini 360 Feedback
หลักสูตรนี้เคยจัดอบรมให้หน่วยงานใดมาแล้ว +
ผ่านการจัดอบรมให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำ เช่น กรมสรรพากร ในหลักสูตรพัฒนาบุคลากรระดับชำนาญการ โดยออกแบบเคสและกิจกรรมให้ตรงกับบริบทงานจริงของหน่วยงาน เช่น การส่งต่องานข้ามกอง การตรวจสอบเอกสาร และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ e-Tax
ความขัดแย้งระหว่าง Gen X กับ Gen Z ในองค์กรเกิดจากอะไร และผู้นำควรจัดการอย่างไร +
ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจร้าย แต่เกิดจากความคาดหวังที่ไม่เคยถูกพูดออกมา และการตีความผิดตาม Ladder of Inference ผู้นำควรถามก่อนตัดสินว่าอีกฝ่ายกำลังปกป้องอะไร แล้วสื่อสารเป้าหมายร่วมให้ชัด พร้อมออกแบบระบบทีมทั้งเป้าหมาย บทบาท ข้อมูลที่ส่งต่อ และวิธีสื่อสารเมื่อเกิดปัญหา
หลังอบรมมีการติดตามผลอย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง +
ต่อยอดด้วย Blended Learning 5 รูปแบบ ได้แก่ Post-Training Clinic 2-3 สัปดาห์หลังอบรม, Line Group หรือ MS Teams Q&A, Coaching Session รายบุคคลหรือกลุ่มเล็ก, Project Presentation ต่อผู้บริหาร และ Self-Tracking พร้อม Mini 360 Feedback ตามแนวคิด 70:20:10

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)