Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)
Negotiation and Collaborative Mastery องค์กรจำนวนมากประสบปัญหาเดิมๆ ที่สาเหตุไม่ได้มาจากเทคนิคงานหรือเครื่องมือที่ไม่ดี แต่เกิดจาก “การสื่อสารและการทำงานร่วมกันที่ไม่ลงตัว” ความเข้าใจผิดเล็กๆ กลายเป็นงานล่าช้า ความต้องการที่ไม่ชัดเจนกลายเป็นต้นทุนเพิ่ม และความขัดแย้งที่ไม่ได้รับการจัดการกลายเป็นบาดแผลทางความสัมพันธ์ระหว่างทีม หลายครั้งการตัดสินใจที่ควรเสร็จภายในหนึ่งวัน กลับกลายเป็นหนึ่งสัปดาห์เพียงเพราะไม่มีใครสามารถเจรจาให้ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์ร่วมกันได้อย่างชัดเจน นี่คือสาเหตุที่ทำให้ทักษะ Negotiation and Collaborative Mastery กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ในสายงานใด งานขาย งานจัดซื้อ งานบริการ วิศวกรรม โครงการ ฝ่ายสนับสนุน หรือแม้กระทั่ง HR เอง ต่างต้องเผชิญการเจรจาและความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่รูปแบบและความเสี่ยงอาจต่างกัน แต่ทุกกรณีล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในหลายองค์กร ความขัดแย้งไม่ได้รุนแรง หากแต่ “ฝังลึกอยู่ใต้พรม” จนกลายเป็นต้นทุนลับ ความเงียบแทนการพูดคุย ความเกรงใจแทนการตกลงให้ชัดเจน และการหลีกเลี่ยงแทนการแก้ไขตรงจุด ส่งผลให้ทีมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การประสานงานสะดุด และปัญหาเดิมเกิดซ้ำ Negotiation and Collaborative Mastery จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์ Pain Point เหล่านี้โดยตรง ผ่านวิธีคิดเชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์มุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเจรจาแบบ Value-based Negotiation และการจัดการความขัดแย้งตามโมเดลสากล เช่น BATNA, ZOPA, TKI Conflict Model และ Interest-based Negotiation ซึ่งเป็นเครื่องมือที่องค์กรทั่วโลกใช้ในการสร้างข้อตกลงที่เป็นธรรมและยั่งยืน หลักสูตรนี้มุ่งให้พนักงานเห็นว่า การเจรจา ไม่ใช่การเอาชนะ แต่คือการสร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อลดต้นทุนความไม่แน่นอน และ การจัดการความขัดแย้ง ไม่ใช่การหลีกเลี่ยง แต่คือทักษะในการแปลงความแตกต่างให้กลายเป็นพลังความร่วมมือ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีคิดแบบนักเจรจามืออาชีพ การตั้งคำถามที่ชัดเจน การสื่อสารอย่างมีโครงสร้าง การควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์กดดัน และการสร้างความเชื่อใจระหว่างทีมโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์ที่สำคัญต่อธุรกิจ เมื่อองค์กรมีบุคลากรที่เจรจาเป็น ประสานงานได้ดี และจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ งานก็เดินเร็วขึ้น ต้นทุนลดลง ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น และ Momentum ของการทำงานร่วมกันดีขึ้นอย่างชัดเจน นี่คือ Soft Skills ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ และเป็นหนึ่งในทักษะที่ HR ทั่วโลกจัดอันดับว่า “จำเป็นสำหรับทุกตำแหน่งงาน” ในยุคที่ทีมงานต้องทำงานแบบ Cross-functional และต้องประคองความร่วมมือหลายฝ่ายพร้อมกัน สุดท้าย Negotiation and Collaborative Mastery ไม่ใช่แค่หลักสูตรพัฒนาทักษะ แต่คือเครื่องมือทางกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นมืออาชีพมากขึ้น เมื่อคนในองค์กรสามารถพูดคุย ตกลง และแก้ปัญหาได้อย่างมั่นใจ องค์กรก็สามารถขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น แข็งแรงขึ้น และแข่งขันได้ดีขึ้นในระยะยาว นี่คือเหตุผลที่ HR และผู้บริหารจำนวนมากมองว่าหลักสูตรนี้คือการลงทุนด้านคนที่ให้ผลคุ้มค่าที่สุดสำหรับองค์กรยุคปัจจุบัน Negotiation Training, Conflict Management Course, Corporate Training Thailand, Soft Skills for Employees, Collaborative
ทักษะแก้ความช้า ความคลาดเคลื่อน และความร่วมมือที่หายไปในทุกองค์กร
เนื้อหาของหลักสูตร Negotiation and Collaborative Mastery มุ่งยกระดับ “วิธีคิด” และ “ทักษะเชิงปฏิบัติ” ให้ผู้เรียนเข้าใจบริบทการทำงานร่วมกันในองค์กรยุคใหม่ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย ความซับซ้อนของข้อมูล และความคาดหวังที่แตกต่างกัน หลักสูตรนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนตระหนักว่าทุกคนล้วนต้องเจรจาอยู่ตลอดเวลา ทั้งกับเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ผู้บริหาร คู่ค้า หรือแม้แต่ลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสายงานขายก็สามารถได้รับประโยชน์จากทักษะนี้อย่างชัดเจน สาระสำคัญของเนื้อหาจะเริ่มจากการสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับธรรมชาติของการเจรจาและความขัดแย้ง เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพว่าความขัดแย้งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจไม่ดี แต่เกิดจากช่องว่างของข้อมูล มุมมองที่ต่างกัน และความไม่ชัดเจนในการสื่อสาร จากนั้นจึงพาผู้เรียนเรียนรู้วิธีคิดเชิงกลยุทธ์ในการเตรียมตัวก่อนเจรจา เช่น การวิเคราะห์ผลประโยชน์ร่วม การมองภาพรวมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การประเมินจุดแข็งและจุดเสี่ยงของตัวเอง รวมถึงการเข้าใจความคาดหวังของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง ต่อจากนั้น เนื้อหาจะมุ่งเน้นทักษะเชิงโครงสร้าง เช่น การใช้ BATNA และ ZOPA เพื่อช่วยตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและเหตุผล มากกว่าการใช้อารมณ์หรือการยอมเพียงเพื่อให้เรื่องจบ ผู้เรียนจะได้ทดลองมองมุมมองของอีกฝ่ายผ่านแนวคิด Value-based Negotiation เพื่อให้เห็นว่าการเจรจาที่ดีคือการสร้างคุณค่าร่วม ไม่ใช่การหาผลประโยชน์ฝ่ายเดียว ในส่วนของการจัดการความขัดแย้ง เนื้อหาจะเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมในสถานการณ์กดดันผ่านโมเดล TKI (Thomas-Kilmann Conflict Model) เพื่อให้รู้ว่าควรใช้แนวทางใดกับสถานการณ์แบบไหน ระหว่างการแข่งขัน การยอม การหลีกเลี่ยง การประนีประนอม หรือการร่วมมือ เป้าหมายคือให้ผู้เรียนสามารถเลือกวิธีจัดการความขัดแย้งที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่เลือกตามนิสัยเดิมๆ ที่อาจทำให้งานเสียหาย สุดท้าย เนื้อหาจะเชื่อมโยงสู่การนำไปใช้จริงในงานประจำ ด้วยรูปแบบ Work-based Learning เช่น การจำลองสถานการณ์เจรจา การตีความความต้องการซ่อนเร้นของคู่เจรจา การตั้งคำถามเชิงลึก การสื่อสารเพื่อลดอารมณ์ และการสรุปข้อตกลงอย่างเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนความรู้เป็นทักษะ และเปลี่ยนทักษะเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน เช่น งานเดินเร็วขึ้น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนลดลง ความร่วมมือดีขึ้น และความสัมพันธ์ระยะยาวแข็งแรงขึ้น Negotiation Training, Conflict Management Course, Corporate Training Thailand, Soft Skills for Employees, Business Negotiation Skills, Cross-functional Collaboration, Communication Skills for Work, Professional Negotiation Program, Value-based Negotiation, Conflict Resolution Skills, Training for HR Development, Behavioral Skills Training, Leadership Communication Program, หลักสูตรการเจรจาต่อรอง, หลักสูตรการจัดการความขัดแย้ง, อบรมทักษะการสื่อสาร, อบรม Soft Skills องค์กร, อบรมสำหรับ HR และหัวหน้างาน, หลักสูตรฝึกอบรมพนักงานทุกระดับ, อบรมทักษะทำงานร่วมกัน, Negotiation Framework, BATNA ZOPA Training, Harvard Negotiation Model, TKI Conflict Model Training, Teamwork and Communication, Collaborative Negotiation Techniques, Employee Capability Development, Business Relationship Management, Situational Communication Skills, Team Alignment Training, Organizational Development Program, Training for Engineers and Sales Team, Training for Customer Service Team, บทเรียนการเจรจาเชิงธุรกิจ, พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน, อบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร, สร้างความร่วมมือในทีม, ลดความขัดแย้งในองค์กร

ผลลัพธ์หลักของหลักสูตร Negotiation and Collaborative Mastery คือการทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าการเจรจาและการร่วมมือไม่ใช่ทักษะที่จำกัดเฉพาะคนขายหรือผู้บริหาร แต่เป็น “ทักษะธุรกิจพื้นฐาน” ที่ทุกบทบาทในองค์กรต้องใช้ทุกวัน โดยเนื้อหาถูกออกแบบให้ผู้เรียนมองเห็นภาพใหม่ของการทำงานร่วมกันที่ไม่ใช่เพียงการสื่อสารให้เข้าใจ แต่คือการสร้างความสอดประสานระหว่างผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายให้กลายเป็นเป้าหมายร่วมที่ทุกคนยอมรับได้อย่างมั่นใจ ผลลัพธ์แรกที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนคือผู้เรียนจะสามารถเข้าถึงแก่นของการเจรจาแบบ Value-based Negotiation รู้จักวิเคราะห์ข้อมูลและมุมมองจากหลายฝ่าย เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของคู่เจรจา และสามารถสร้างทางเลือกที่ทำให้ข้อตกลงเกิดขึ้นโดยไม่กระทบคุณภาพงานหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เมื่อผู้เรียนได้ฝึกใช้ Framework ระดับสากล เช่น BATNA, ZOPA และ Interest-based Conversation ทักษะเชิงกลยุทธ์ของพวกเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ว่าจะต้องเจรจากับเพื่อนร่วมงาน ผู้รับเหมา ลูกค้า คู่ค้า หรือผู้บริหารต่างฝ่าย การรู้วิธีเตรียมตัวอย่างมีระบบช่วยให้ทุกการสนทนามีโครงสร้าง ไม่สะเปะสะปะ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ผู้เรียนจะรู้วิธีตั้งคำถามให้ได้ข้อมูลสำคัญ รู้จักฟังอย่างมีคุณภาพ และสามารถอธิบายจุดยืนของตนเองได้อย่างน่าเชื่อถือจนทำให้การเจรจามีความลื่นไหลมากขึ้น อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญของหลักสูตร Negotiation and Collaborative Mastery คือการเสริมทักษะด้าน Collaboration ให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ทำงานร่วมกันแต่เป็นการ “ร่วมคิด ร่วมหาทางออก” ผ่านการทำความเข้าใจกรอบความคิดของอีกฝ่าย การจัดการความสนใจที่แตกต่างกัน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผู้เรียนจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ขัดแย้งให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เปลี่ยนมุมมองที่แตกต่างให้กลายเป็นคุณค่า และเปลี่ยนความเงียบหรือความเกรงใจให้กลายเป็นการสนทนาที่นำไปสู่ความก้าวหน้า ผลลัพธ์ที่เห็นได้ในระดับทีมคือคุณภาพความร่วมมือที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน งานที่เคยล่าช้าจากความคลาดเคลื่อนเริ่มเดินหน้าเร็วขึ้น การตกลงงานกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น และความตึงเครียดในการประสานงานลดลงอย่างมาก เพราะผู้เรียนเข้าใจวิธีสร้าง Alignment ระหว่างฝ่ายที่มีภารกิจและมุมมองต่างกัน การสื่อสารที่เคยมีช่องว่างเริ่มกลายเป็นความชัดเจน การประสานงานที่เคยติดขัดเริ่มมี Flow และการทำงานร่วมกันมีความเป็นมืออาชีพและเป็นระบบมากขึ้น ในระดับองค์กร หลักสูตรนี้ช่วยยกระดับ Productivity และลดต้นทุนความผิดพลาดที่เกิดจากการสื่อสารไม่ตรงประเด็น ผู้เรียนจะสามารถป้องกันปัญหาที่เคยเกิดซ้ำ และสร้างการตัดสินใจร่วมที่มีคุณภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืน ระหว่างทีมภายในองค์กรและคู่ค้าภายนอก พร้อมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เข้มแข็ง อิงข้อมูล และมุ่งสู่การเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ที่องค์กรสามารถคาดหวังได้จากหลักสูตร Negotiation and Collaborative Mastery ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับ Workforce ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความเป็นนักเจรจาที่มั่นใจ และความเป็นผู้ร่วมมือที่ทรงพลัง
หลักสูตร Negotiation and Collaborative Mastery ถูกออกแบบให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า “การเจรจา” และ “การร่วมมือ” คือหัวใจของการทำงานยุคใหม่ที่ต้องใช้ความเข้าใจมนุษย์ การสื่อสารอย่างมีชั้นเชิง และทักษะการมองภาพรวมเชิงกลยุทธ์ หลักสูตรทั้ง 4 Parts จึงถูกวางขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้น เพื่อพาผู้เรียนเดินทางจากความเข้าใจตนเอง ไปสู่การอ่านเกมคนอื่น การจัดการความสัมพันธ์ และการสร้างสภาพแวดล้อมแห่งความร่วมมือที่แข็งแรงและยั่งยืน Part 1 Strategic Mindset for Negotiation and Collaboration – ปรับเลนส์ความคิด เปิดมุมมองใหม่ในการเข้าใจคนและงาน Part 2: Value-based Negotiation Mastery – เจรจาแบบมืออาชีพ บนความมั่นใจและข้อมูลที่ชัดเจน Part 3: Collaborative Communication & Conflict Navigation – สื่อสารเป็น ฟังเป็น และเปลี่ยนความต่างให้เป็นพลังทีม Part 4: Collaborative Problem-Solving & High-Impact Agreements – สร้างข้อตกลงที่นำไปสู่การลงมือทำจริง หลักสูตร Negotiation and Collaborative Mastery ไม่ได้สอนแค่ “พูดอย่างไรให้ชนะ” แต่สอนให้ทีม “เข้าใจกันอย่างลึกซึ้งจนชนะไปด้วยกัน” ผู้เรียนจะออกจากหลักสูตรด้วยความมั่นใจที่มากขึ้น มุมมองที่กว้างขึ้น และทักษะที่พร้อมใช้จริงในการเจรจา ประสานงาน และสร้างความร่วมมือที่เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างแท้จริง
เนื้อหาช่วงแรกจะช่วยให้ผู้เรียนค้นพบว่า การเจรจาไม่ได้เริ่มที่โต๊ะเจรจา แต่เริ่มต้นที่ “มุมมอง” และ “วิธีคิด” ของตนเอง ผู้เรียนจะได้เข้าใจต้นตอของความขัดแย้งที่แท้จริง ไม่ใช่ความเห็นต่าง แต่คือความเข้าใจที่ไม่เคยถูกเปิดเผย การตีความที่ผิดเพี้ยน และความกลัวที่จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ช่วงนี้จะทำให้ผู้เรียนเห็นว่าการเจรจาเชิงธุรกิจและการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องของข้อมูล อารมณ์ มุมมอง และผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่อีกหลายชั้น การละลาย Mindset เดิม ๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความร่วมมือที่แท้จริง
เมื่อผู้เรียนเข้าใจวิธีคิดแล้ว ช่วงถัดมาจะพาเข้าสู่ศิลปะและศาสตร์ของการเจรจาแบบ Value-based Negotiation ที่ไม่ได้ยึดเพียงตำแหน่งหรือเงื่อนไข แต่เน้นค้นหาสิ่งที่มีคุณค่าต่อทุกฝ่าย ผู้เรียนจะรู้จักวิธีอ่านเกมเจรจา การเตรียมทางเลือกสำรอง (BATNA) การหาพื้นที่ตกลงร่วมที่เป็นไปได้ (ZOPA) การตั้งคำถามที่ทำให้เห็นภาพใหญ่ และการจัดเรียงข้อมูลเพื่อสร้างความมั่นใจในสถานการณ์กดดัน การเจรจาจะไม่ใช่การต่อรองแบบเอาแพ้เอาชนะ แต่เป็นกระบวนการสร้างความเข้าใจร่วมกันที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า
ส่วนนี้คือหัวใจของการสร้าง Collaboration ผู้เรียนจะได้เห็นว่าความขัดแย้งไม่ใช่ปัญหา หากแต่เป็นทรัพยากรสำคัญในการสร้างสรรค์วิธีคิดใหม่ ๆ เนื้อหาจะพาผู้เรียนเข้าใจพฤติกรรมในสถานการณ์ความเห็นต่างผ่านกรอบ TKI Conflict Model เพื่อให้รู้วิธีรับมือกับคู่เจรจาที่นิสัยใจคอต่างกัน ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การตั้งคำถามที่ลดระดับอารมณ์ การฟังแบบลึก (Deep Listening) การเลือกใช้คำพูดที่ทำให้การสนทนาเดินหน้า และการสร้างบรรยากาศที่ผู้อื่นรู้สึกปลอดภัยพอที่จะพูดความจริงออกมา เมื่อคนในทีมสื่อสารอย่างถูกวิธี ความร่วมมือจึงเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ
ช่วงสุดท้ายคือการรวมทุกทักษะเข้าด้วยกันผ่านการจำลองสถานการณ์ การประสานงานแบบ Cross-functional การแก้ปัญหาเชิงระบบ และการสร้างข้อตกลงที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง ผู้เรียนจะเห็นภาพว่าข้อตกลงที่ดีต้องไม่ใช่เพียงคำพูด แต่ต้องมาพร้อมความเข้าใจที่ตรงกัน บทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน และแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย การเจรจาและการร่วมมือแบบนี้ทำให้งานเดินเร็วขึ้น ลดงานย้อนกลับ ลดต้นทุนทางความสัมพันธ์ และสร้างความมั่นใจให้องค์กรในการเผชิญความท้าทายร่วมกัน
เครื่องมือ (Tools) เฟรมเวิร์ค (Frameworks) กิจกรรม (Activities)
- BATNA Analysis – วิเคราะห์ทางเลือกสำรองก่อนเข้าสู่การเจรจาเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
- ZOPA Mapping – ระบุขอบเขตพื้นที่ข้อตกลงที่เป็นไปได้เพื่อวางกลยุทธ์เจรจา
- Value-based Negotiation Tools – เครื่องมือช่วยค้นหาคุณค่าร่วมแทนการต่อรองแบบราคา
- Interest Exploration Questions – ชุดคำถามเพื่อค้นหาความต้องการแท้จริงของคู่เจรจา
- Collaborative Communication Techniques – เทคนิคสนทนาให้เกิดความร่วมมือมากกว่าความขัดแย้ง
- Alignment Canvas – เครื่องมือช่วยจัดโครงสร้างให้ทุกฝ่ายเข้าใจเป้าหมายร่วม
- Deep Listening Checklist – ตัวช่วยประเมินระดับการฟังเชิงลึกระหว่างการสนทนา
- Harvard Negotiation Model (Interest-based Negotiation) – เน้นผลประโยชน์ร่วมแทนการยึดตำแหน่ง
- BATNA & ZOPA Strategic Framework – กรอบคิดเพื่อการเตรียมตัวเชิงกลยุทธ์ก่อนเจรจา
- Thomas-Kilmann Conflict Mode (TKI) – วิเคราะห์รูปแบบการจัดการความขัดแย้งของตนเองและของผู้อื่น
- Collaborative Problem-Solving Framework – กระบวนการร่วมคิดร่วมหาทางออกอย่างเป็นระบบ
- Stakeholder Mapping for Negotiation – ทำความเข้าใจบทบาท อำนาจ และความคาดหวังของแต่ละฝ่าย
- Dialogue Mapping – กรอบโครงสร้างสำหรับการสนทนาที่ซับซ้อนให้เกิดการเข้าใจร่วม
- Win-Win-Win Framework – วิธีสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อคุณ ต่ออีกฝ่าย และต่อองค์กรพร้อมกัน
- Negotiation Simulation – จำลองสถานการณ์เจรจาแบบใกล้เคียงงานจริง เพื่อฝึกกลยุทธ์และการสื่อสาร
- TKI Conflict Lab – ทำแบบประเมิน + ฝึกเลือกโหมดจัดการความขัดแย้งที่เหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ
- Collaborative Dialogue Workshop – ฝึกสร้างบทสนทนาที่นำไปสู่ความร่วมมือและการตกลงร่วม
- Cross-functional Case Exercise – แก้ปัญหาจากมุมมองหลายฝ่าย เช่น Sales–Operations–Engineering
- Value Discovery Practice – Drill หาคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของอีกฝ่าย เพื่อป้องกันการเจรจาแบบราคา
- Listening & Questioning Lab – ฝึกการฟังเชิงลึกและการตั้งคำถามให้ได้ข้อมูลจริง
- Consensus Building Exercise – ฝึกการสร้างฉันทามติในกลุ่มแม้มีความคิดเห็นหลากหลาย
- Reflection & Strategy Mapping – ผู้เรียนสะท้อนพฤติกรรมและออกแบบกลยุทธ์เจรจาของตนเอง

เหมาะกับทุกสายงาน ทุกองค์กร ทุกอุตสาหกรรม เช่น ทีมขาย (Sales), วิศวกร (Engineering), PM / Operation / Site / Installation, ฝ่ายบริการลูกค้า (Customer Service), ฝ่ายจัดซื้อ (Procurement), HR & People Manager, Back-office / Support Function, ผู้นำทีมและหัวหน้างานทุกประเภท
เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.
ช่องทางติดต่ออื่นๆ
Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)