หลักสูตร สร้างหัวหน้างานให้เป็นครูมืออาชีพในการพัฒนาทีม
(OJT Mastery for Supervisors)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

หัวหน้าที่ใช่...ไม่ใช่แค่สั่งได้ แต่สอนได้ คือหัวใจของการสร้างทีมให้เติบโต


เมื่อการพัฒนาทีมไม่ควรรอการอบรมจาก HR เท่านั้น หัวหน้างานจึงต้องกลายเป็น ครูในงาน ที่มีทั้งทักษะการถ่ายทอด และแนวคิดในการพัฒนาทีมอย่างเป็นระบบ หลักสูตร OJT Mastery for Supervisors สร้างหัวหน้างานให้เป็นครูมืออาชีพในการพัฒนาทีม จึงถูกออกแบบมาเพื่อปั้นหัวหน้าให้เป็นผู้นำการเรียนรู้ที่มีผลลัพธ์จริง


แนวคิดหลักสูตร Supportive Leadership through OJT


หัวหน้างานในองค์กรยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ สั่งงาน แต่ต้องเป็นผู้ สร้างประสบการณ์เรียนรู้ในงานจริง (Work-based Learning) ที่ช่วยให้ทีมเข้าใจ พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกัน หลักสูตรนี้เน้น
       - ยกระดับทักษะของหัวหน้างานให้เป็น ครูมืออาชีพ (Professional OJT Trainer)
       - พัฒนา 4 บทบาทสำคัญ: Teacher, Trainer, Coach และ Mentor
       - สร้างระบบ OJT ที่ วัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่สอนแล้วจบ
       - สร้างกรอบคิดใหม่ผ่านกระบวนการ Coaching, Feedback และ Learning Loop


 


OJT Training for Supervisors, Professional On-the-Job Training, Coaching Skill for Supervisor, คู่มือสอนงาน, วิธีสร้างหัวหน้างานที่ถ่ายทอดได้, เทคนิคการสอนงานในองค์กร, Leadership for Learning Culture, สร้างหัวหน้าให้เป็น Coach, Work-based Learning, พัฒนาทักษะ OJT

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

หัวหน้าสอนเป็น ทีมจะเก่งขึ้นจริง คือหัวใจของหลักสูตรนี้


       เพราะความสามารถของทีม ไม่ได้เกิดจากการอบรมภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่หัวหน้างาน “สอนงานเป็น” และ “พัฒนาคนเป็น” ในหน้างานจริงได้ทุกวัน หลักสูตร OJT Mastery for Supervisors จึงมุ่งพัฒนา ทักษะการถ่ายทอด และ บทบาทการเป็นครูในงาน ให้กับหัวหน้าระดับปฏิบัติการทุกกลุ่ม


จุดมุ่งเน้นของเนื้อหาหลักสูตรนี้
       “เปลี่ยนบทบาทหัวหน้า” ให้กลายเป็นครูและโค้ชที่มีเป้าหมาย เน้นพัฒนาหัวหน้างานจากผู้สั่งงาน มาเป็น “ผู้ปลดล็อกศักยภาพ” ด้วยการสื่อสารแบบเข้าใจผู้เรียน ถ่ายทอดอย่างมีขั้นตอน และให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์
       “สร้างระบบ OJT ที่เป็นจริง ไม่ใช่แค่พูดปากเปล่า” หลักสูตรนี้จะช่วยผู้เรียนออกแบบแผน OJT อย่างเป็นระบบผ่านเครื่องมือ เช่น OJT Canvas, Learning Style Mapping และ Job Breakdown Sheet เพื่อให้การสอนงานมีคุณภาพและวัดผลได้
       “พัฒนาทักษะสื่อสาร-สอนงาน-ติดตามผล” อย่างมืออาชีพ ไม่ใช่แค่พูดเก่ง แต่ต้องเข้าใจสไตล์การเรียนรู้ของลูกน้อง ใช้คำอธิบายให้เข้าใจง่าย และติดตามผลด้วย Feedback Tools (SBI + Feedforward) จนเกิดผลลัพธ์ที่วัดได้
       “เปลี่ยนความรู้ในหัว เป็นพลังให้ทีมเติบโต” หลักสูตรนี้ช่วยปลดล็อกศักยภาพของหัวหน้างาน ด้วยแนวคิด “สอนจากประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ท่องจำ” เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ในงานให้ทีมเรียนรู้เร็วขึ้น ผิดพลาดน้อยลง และเติบโตไวขึ้น



 


 


สอนงานอย่างมีระบบ, OJT สำหรับหัวหน้างาน, หัวหน้าสอนเป็น, พัฒนาทีมด้วยการสอน, OJT Skill Development, Coaching Skill for Supervisor, บทบาทผู้นำแบบโค้ช, หัวหน้าแบบครู, ผู้นำพัฒนาคน, ระบบสอนงานในองค์กร, OJT Planning, OJT Template, สอนงานแบบมืออาชีพ, Communication for Training, วิธีสอนงานให้เข้าใจ, Feedback Skill for Leaders, Transfer in Workplace, การถ่ายทอดประสบการณ์, พัฒนาคนในทีม, วิธีทำให้ทีมเรียนรู้เร็ว

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

“หัวหน้าสอนเป็น ทีมโตไว องค์กรไปไกล” คือผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับ


การเปลี่ยนหัวหน้างานให้กลายเป็น ครูในงาน คือการสร้างแรงขับเคลื่อนที่ยั่งยืนให้กับการพัฒนาทีม หลักสูตรนี้ไม่ใช่แค่การสอนทักษะ OJT แต่คือการวางรากฐาน Culture การเรียนรู้ในที่ทำงาน (Workplace Learning Culture) ที่หัวหน้าคือจุดตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลง


ผลลัพธ์ที่วัดได้จริงจากหลักสูตรนี้
       “หัวหน้ามีกรอบคิดแบบผู้สอน” ไม่ใช่แค่ผู้สั่ง เปลี่ยนบทบาทจากหัวหน้าทั่วไปสู่การเป็น Supportive Leader & Learning Coach ที่รู้วิธีสอนงาน สื่อสารอย่างเข้าใจ และถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ
       “มีเครื่องมือชัดเจน” พร้อมสอน ซ้อม และประเมินผล ผู้เรียนสามารถออกแบบและใช้ OJT Job Breakdown Sheet, OJT Canvas, Learning Tracker และ Feedback Form เพื่อพัฒนาทีมอย่างวัดผลได้ ไม่ใช่แค่สอนไปวันๆ
       “สื่อสารให้เข้าใจ เรียนรู้ได้ไว” ฝึกการให้ Feedback แบบมืออาชีพด้วยเครื่องมือ SBI + Feedforward พร้อมเข้าใจสไตล์การเรียนรู้ของผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละแบบ (4MAT Learning Model)
       “เกิดระบบพัฒนาคนในทีมที่ต่อเนื่อง” ผู้นำสามารถวางแผนพัฒนารายบุคคล (Personalized Learning Plan) และต่อยอดเป็นคู่มือการเรียนรู้เฉพาะบุคคล พร้อมติดตามผลผ่าน Success Tracker
     
 “องค์กรได้หัวหน้า 2-in-1: ทั้งผู้นำและครู”  เมื่อหัวหน้าสามารถ สอนงาน–พัฒนาคน–วัดผลได้ องค์กรจะมีทีมที่เก่งขึ้นไว ลดระยะเวลา OJT จริง ประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน และลดการสูญเสียจากการเรียนรู้ผิดวิธี


 


Leadership Mindset, Coaching Supervisor, หัวหน้าแบบโค้ช, ผู้นำที่สอนคนได้, OJT Tool, เทคนิคการสอนงาน, On-the-Job Learning Framework, เครื่องมือสอนงาน, Feedback Technique, Feedforward Coaching, Communication for Training, การให้คำแนะนำหัวหน้า, Employee Development Plan, การพัฒนาทีมในสายงาน, Learning-by-Doing Outcome, ประสิทธิภาพในการพัฒนา, ความคุ้มค่าในการฝึกงาน, OJT Efficiency, Supervisor Trainer Outcome

เนื้อหาหลักสูตร

Part 1: สำรวจตัวเองในบทบาท “หัวหน้าครู”
     - ชุดคำถามสะท้อนตัวเอง เช่น “ฉันถ่ายทอดงานได้ชัดเจนหรือไม่”, “ฉันเข้าใจผู้เรียนมากน้อยแค่ไหน”
     - แนวคิด OJT 4 บทบาท: Teacher, Trainer, Coach, Consultant
     - โมเดล 4MAT Learning Model และ Learning Styles ของลูกทีม


Workshop/กิจกรรม: “OJT Mirror” – สำรวจตนเองและ feedback แบบโค้ชจากเพื่อนร่วมกลุ่มFramework/Model: 4MAT Model, Learning Style
แบบฟอร์ม: แบบประเมินสไตล์การสอน + แบบประเมินความเข้าใจผู้เรียน
ผลลัพธ์: ผู้เรียนมี Awareness ต่อจุดแข็ง-จุดอ่อนของตนในการเป็นผู้สอนงาน


 


Part 2: ปรับกรอบคิด-วางกลยุทธ์ OJT ให้เข้าเป้า
     - หลุมพรางของหัวหน้างานในการสอนงาน เช่น “สอนไปก็ไม่ทำ”, “ไม่มีเวลาสอน”
     - การวางแนวทาง OJT ให้ตรงเป้า: เข้าใจเป้าหมาย – ผู้เรียน – วิธีสอน – การติดตาม
     - การสื่อสารแบบ “ครูมืออาชีพ”: ใช้คำถามโค้ชเพื่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึก


Workshop/กิจกรรม: กรณีศึกษา “OJT Failed Case” วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางใหม่Framework/Model: GROW Model, OJT Canvas
แบบฟอร์ม: OJT Strategy Plan Template
ผลลัพธ์: ผู้เรียนสามารถวางแผน OJT ที่สอดคล้องกับผู้เรียนและวัตถุประสงค์ได้


 


Part 3: เทคนิค-เครื่องมือ-เฟรมเวิร์คเพื่อ OJT แบบมืออาชีพ
     - การเลือกใช้บทบาทที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์
     - การเขียนคู่มือสอนงานแบบ Step-by-step พร้อมเช็คลิสต์
     - เครื่องมือติดตามผล เช่น Learning Journal, OJT Feedback Form


Workshop/กิจกรรม: ฝึกทำคู่มือสอนงานจริงจาก Case จริง พร้อมจำลองสอน


Framework/Model: OJT Handbook Template, Feedback Loop Tool
แบบฟอร์ม: คู่มือสอนงาน + แบบฟอร์มติดตามผล
ผลลัพธ์: ผู้เรียนสามารถสร้างคู่มือและนำเครื่องมือ OJT ไปใช้ได้จริงในงานจริง


 


Part 4: ประยุกต์ใช้จริงกับทีมงานในสถานการณ์ของตนเอง
     - วิเคราะห์ลูกทีมแบบจริงจัง และเลือกเทคนิคสอนที่เหมาะกับแต่ละคน
     - ฝึกวางแผนและออกแบบ OJT ในทีมของตน
     - ฝึก Role Play การสอนทีมงาน และรับ Feedback เชิงพัฒนา


Workshop/กิจกรรม: สถานการณ์จำลอง – สอนทีมงานจริง (Role Play + Feedback)


Framework/Model: Personalization Plan, Learning Impact Plan
แบบฟอร์ม: Individual OJT Plan + Learning Tracker
ผลลัพธ์: ผู้เรียนสามารถนำความรู้ทั้งหมดไปใช้กับทีมงานจริงได้อย่างเหมาะสมและวัดผลได้


 


การบ้านนำไปประยุกต์ใช้ : Action Commitment ด้วยการระบุสิ่งที่จะไปดำเนินการหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงหลังจากจบการอบรมพร้อมแนวทางดำเนินการเพื่อการติดตามผลและความคืบหน้า

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

เครื่องมือ (Tools)
    - OJT Job Breakdown Sheet - แตกงานให้ชัดเจน สื่อสารเข้าใจง่าย ไม่สับสน
    - Learning Style Mapping - วิเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน
    - OJT Canvas - วางแผนการสอนงานให้ครอบคลุมเป้าหมาย เนื้อหา วิธี และผู้เรียน
    - SBI + Feedforward Template - ให้ Feedback แบบสร้างสรรค์และนำไปปรับใช้ได้ทันที
    - Personal Learning Plan (PLP) - ออกแบบแผนพัฒนารายบุคคล เพื่อวางแผนการสอนอย่างตรงจุด
    - Success Tracker - เครื่องมือติดตามพัฒนาการหลังการสอน เพื่อลดปัญหา “สอนไปแต่ไม่รู้ผล”


เฟรมเวิร์ค (Framework)
    - GROW Model – ใช้โค้ชพนักงานระหว่างและหลัง OJT
    - 4MAT Learning Styles – วิเคราะห์และสอนให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละคน
    - 3A Model: Assign – Assist – Assess – วางโครงการสอนงานที่มีการติดตามต่อเนื่อง
    - Learning Loop: Teach – Try – Feedback – Adjust – วงจรการเรียนรู้ที่เกิดผลลัพธ์จริง


กิจกรรมจำลองสถานการณ์จริง ฝึกให้ทำได้ ไม่ใช่แค่เข้าใจ
    - OJT Self-Scan - สำรวจจุดแข็งจุดอ่อนตนเองในบทบาท “ครูในงาน”
    - Case Workshop: สอนแล้วลูกน้องไม่เข้าใจ เพราะอะไร? - วิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางปรับวิธีสอน
    - Role Play: สอนงานภายใต้ความกดดัน (Time / Safety / ความผิดพลาด) - ฝึกทักษะการสื่อสาร + การควบคุมอารมณ์ระหว่างสอนงาน
    - Team OJT Plan Presentation - สร้างแผนสอนงานทั้งทีมอย่างเป็นระบบ
    - Feedback Challenge - ฝึกการให้ฟีดแบ็กแบบมือโปร ทั้งบวกและแนะเพื่อพัฒนา

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้

       เพื่อให้การเรียนรู้สามารถเปลี่ยนผ่านจาก “ความเข้าใจ” ไปสู่ “การนำไปใช้จริง” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรมนี้ออกแบบให้มี สัดส่วนระหว่างการสอนเนื้อหาและกิจกรรม ดังนี้:


        30% เน้นการเรียนรู้ผ่านการบรรยายสั้น (Mini Lecture) เพื่อปูพื้นฐานแนวคิดและกรอบการคิดอย่างเป็นระบบ


        50% เป็นการทำกิจกรรม Workshop, Case Study และแบบฝึกปฏิบัติที่ต่อเนื่องในรูปแบบ Project Simulation ซึ่งออกแบบมาให้ผู้เรียนได้ฝึกใช้เครื่องมือและวิเคราะห์สถานการณ์จริง


        20% เป็นการสะท้อนความคิด (Reflection), Group Dialogue และการ Coaching ภายในกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนได้ทบทวนมุมมองของตนเอง และเห็นความเชื่อมโยงกับบริบทงานจริง


        โครงสร้างนี้สะท้อนแนวคิด Outcome Driven Learning อย่างแท้จริง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เป็นเครื่องมือในการปลดล็อกกรอบคิดเดิมและติดอาวุธการคิดและลงมือทำให้กับผู้เรียนในทุกช่วงของโปรแกรม


 

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

- หัวหน้างาน (Supervisor)
- ผู้จัดการหน่วยงาน (Manager)
- ผู้สอนงานมือใหม่ในสายงานผลิต บริการ หรือธุรการ
- ผู้ที่มีหน้าที่พัฒนาและฝึกงานพนักงานใหม่ในทีม

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ทำไมองค์กรควรจัดอบรมหลักสูตร “OJT Mastery for Supervisors” หรือ “OJT Training for Supervisors” ในปีนี้? +
หลักสูตรระบุชัดว่า “หัวหน้าที่ใช่...ไม่ใช่แค่สั่งได้ แต่สอนได้” และองค์กรยุคใหม่ไม่ควรรอการพัฒนาคนจาก HR เพียงอย่างเดียว แต่หัวหน้างานต้องกลายเป็น ครูในงาน ที่สร้างประสบการณ์เรียนรู้จริงในหน้างานได้ หลักสูตรนี้จึงออกแบบมาเพื่อยกระดับหัวหน้าให้เป็น Professional OJT Trainer และเป็นผู้นำการเรียนรู้ที่มีผลลัพธ์จริง
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ Pain Point อะไรขององค์กรได้บ้างในมุม “ระบบสอนงานในองค์กร” หรือ “Coaching Skill for Supervisor”? +
คอร์สนี้ช่วยแก้ Pain Point สำคัญที่หน้าเว็บระบุไว้ชัด เช่น หัวหน้างานยังทำหน้าที่แค่ “สั่งงาน” มากกว่าสอนงาน, สอนแบบไม่มีระบบ, อธิบายไม่ตรงกับสไตล์การเรียนรู้ของลูกน้อง, ให้ Feedback ไม่ต่อเนื่อง, และไม่มีเครื่องมือวัดผลหลังสอน ทำให้ทีมเรียนรู้ช้า ผิดพลาดซ้ำ และใช้เวลาพัฒนาคนนานเกินจำเป็น
หลักสูตรนี้ต่างจากการอบรมสอนงานทั่วไปอย่างไร? +
จุดเด่นคือหลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่ “วิธีอธิบายงาน” แต่พัฒนาหัวหน้าให้มี 4 บทบาทสำคัญ คือ Teacher, Trainer, Coach และ Mentor พร้อมทั้งวางระบบ OJT ที่ “วัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่สอนแล้วจบ” ผ่านแนวคิด Supportive Leadership through OJT และ Work-based Learning ที่เชื่อมการสอนงานกับการเติบโตของทีมโดยตรง
ถ้าองค์กรต้องการพัฒนาทักษะ “Work-based Learning” และ “Leadership for Learning Culture” หลักสูตรนี้ตอบโจทย์อย่างไร? +
หัวหน้างานยุคใหม่ต้องเป็นผู้สร้างประสบการณ์เรียนรู้ในงานจริง และหลักสูตรนี้ไม่ได้หยุดที่การสอนเทคนิค OJT แต่ตั้งเป้าไปถึงการวางรากฐาน Workplace Learning Culture หรือวัฒนธรรมการเรียนรู้ในที่ทำงาน โดยให้หัวหน้าเป็นจุดตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลง
หลักสูตรนี้ช่วยเรื่อง “OJT Canvas”, “OJT Job Breakdown Sheet” และ “Learning Style Mapping” ได้จริงไหม? +
ได้อย่างชัดเจน เพราะหน้าเว็บระบุเครื่องมือหลักไว้ครบ เช่น OJT Canvas สำหรับวางแผนการสอนงานให้ครอบคลุมเป้าหมาย เนื้อหา วิธี และผู้เรียน, OJT Job Breakdown Sheet สำหรับแตกงานให้ชัดและสื่อสารง่าย, และ Learning Style Mapping สำหรับวิเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้ของลูกน้องแต่ละคน ทำให้การสอนงานมีคุณภาพและวัดผลได้จริง
หลักสูตรนี้ช่วยเรื่อง “Feedback Skill for Leaders” และการติดตามผลหลังสอนงานอย่างไร? +
ระบุชัดถึงการใช้ SBI + Feedforward Template, Feedback Form, Learning Tracker และ Success Tracker เพื่อให้หัวหน้าสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ติดตามผลได้ต่อเนื่อง และลดปัญหา “สอนไปแต่ไม่รู้ผล” จึงไม่ใช่การสอนงานแบบปากเปล่า แต่เป็นการพัฒนาคนที่ติดตามได้จริง
หลักสูตรนี้ช่วยให้หัวหน้าปรับวิธีสอนให้เหมาะกับลูกทีมแต่ละคนได้หรือไม่? +
ได้ เพราะในเนื้อหาหลักสูตรมีทั้ง 4MAT Learning Model, Learning Styles, และการวิเคราะห์ลูกทีมแบบจริงจังเพื่อเลือกเทคนิคสอนที่เหมาะกับแต่ละคน รวมถึงมี Personalized Learning Plan และ Individual OJT Plan เพื่อให้หัวหน้าวางแผนพัฒนารายบุคคลได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
ผู้เรียนจะได้อะไรกลับไปจากหลักสูตร “OJT Mastery for Supervisors” นี้บ้าง? +
ผู้เรียนจะได้อย่างน้อย 5 เรื่องสำคัญ คือ หนึ่ง เปลี่ยนบทบาทจากหัวหน้าทั่วไปสู่ Supportive Leader & Learning Coach สอง มีเครื่องมือชัดเจน เช่น OJT Canvas, Job Breakdown Sheet, Learning Tracker และ Feedback Form สาม สื่อสารให้เข้าใจง่ายและให้ Feedback แบบมืออาชีพมากขึ้น สี่ วางแผนพัฒนารายบุคคลได้ผ่าน Personalized Learning Plan ห้า ทำให้ทีมเรียนรู้เร็วขึ้น ผิดพลาดน้อยลง และลดระยะเวลา OJT จริงในองค์กรได้
“หลักสูตร OJT สำหรับหัวหน้างาน” หรือ “Professional On-the-Job Training” หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง? +
หลักสูตรนี้เหมาะกับ หัวหน้างาน (Supervisor), ผู้จัดการหน่วยงาน (Manager), ผู้สอนงานมือใหม่ในสายงานผลิต บริการ หรือธุรการ และผู้ที่มีหน้าที่พัฒนาและฝึกงานพนักงานใหม่ในทีม ดังนั้น HR สามารถใช้ตอบผู้บริหารได้ว่า คอร์สนี้เหมาะมากกับทุกบทบาทที่ต้องถ่ายทอดงานและพัฒนาคนในหน้างานจริง
ความคุ้มค่าของหลักสูตร “OJT Mastery for Supervisors” นี้คืออะไร +
ความคุ้มค่าของหลักสูตรนี้อยู่ที่การช่วยให้องค์กรได้หัวหน้าแบบ “2-in-1” คือเป็นทั้ง ผู้นำและครูในงาน สามารถสอนงาน พัฒนาคน วัดผลได้จริง ทำให้ทีมเก่งขึ้นไว ลดระยะเวลา OJT ประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน และลดการสูญเสียจากการเรียนรู้ผิดวิธี ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่หน้าเว็บสรุปไว้ชัดเจนมาก

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)