หลักสูตร ครบเครื่องเรื่องการสอนงาน Teach-Train-Coach (OJT Technique)
(Teach-Train-Coach OJT Technique)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

ทีมงานจะปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพภายใต้กรอบที่กำหนดต้องมีความรู้ ความเข้าใจในงาน ดังนั้นหัวหน้างาน หรือผู้ที่ต้องสอนงานจึงควรมีเทคนิคในการถ่ายทอดที่ดีทั้งความรู้ ทักษะการทำงานเพื่อให้ผู้ที่ถูกสอนงานไม่กังวลกับงานที่ได้รับและปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

การสอนงานในแต่ละประเภทมีความเหมือนและความต่างกันอย่างไร ผู้เรียนจะสามารถนำเทคนิคการสอนงานในแต่ละประเภทมาประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อได้เรียนหลักสูตรนี้แล้ว ผู้เรียนจะสามารถสอนงานพนักงานใหม่ได้ และเกิดความรู้สึกที่ดีต่อหน้าที่ เชื่อมั่นและภูมิใจที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สอนงาน โดยจะสามารถนำทักษะการโค้ช และการให้ข้อมูลป้อนกลับ สามารถปรับกระบวนการสอนงานตามสถานการณ์โดยความรู้ที่ได้มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น สถานการณ์ใดควรสอนงาน สถานการณ์ใดควรโค้ช สถานการณ์ใด ควรให้ข้อมูลป้อนกลับ 

เนื้อหาหลักสูตร

1.สำรวจกรอบความคิดของการเป็นผู้สอนงาน
2.คุณจะพัฒนาพนักงานที่มีลักษณะแบบนี้อย่างไร
3.บทบาทต่างและและวัตถุประสงค์ของวิธีการสอนงานที่หลากหลาย
4.การสร้าง Story Board ช่วยในการสอนงานให้เข้าใจง่าย
5.การออกแบบกิจกรรมฝึกปฏิบัติและเทคนิคการให้ความช่วยเหลือ

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

TAPS Model , OJT Technique , กิจกรรม:สำรวจความคาดหวังของผู้เรียน , Storyboard , Storytelling Technique

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้

Theory 30%
Mindset 20%
Case study+Roleplay 20%
Workshop+Share 30%

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

หัวหน้างาน , ผู้จัดการ , ผู้บริหาร , ผู้เชี่ยวชาญในงาน , ผู้ที่ต้องสอนงาน

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ทำไมองค์กรควรจัดอบรมหลักสูตร “Teach-Train-Coach (OJT Technique)” หรือ “OJT Training” ในปีนี้? +
หลักสูตรนี้ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการให้การสอนงานภายในมีคุณภาพมากขึ้น เพราะหน้าเว็บหลักสูตรระบุชัดว่า หากทีมงานจะปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพภายใต้กรอบที่กำหนด ผู้สอนงานต้องมีทั้งความรู้ ความเข้าใจในงาน และมีเทคนิคการถ่ายทอดที่ดี เพื่อให้ผู้ถูกสอนงานไม่กังวลและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องมากขึ้น
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ Pain Point อะไรขององค์กรได้บ้างในมุม “เทคนิคการสอนงาน” หรือ “On-the-Job Training”? +
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ปัญหาคลาสสิกของหลายองค์กรที่มีหัวหน้างานหรือผู้เชี่ยวชาญ “ทำงานเก่ง แต่สอนงานไม่เป็น” ทำให้พนักงานใหม่ไม่มั่นใจ เรียนรู้งานช้า หรือทำงานผิดพลาด โดยเนื้อหาคอร์สออกแบบให้ผู้เรียนเข้าใจว่าวิธีการสอนงานแต่ละประเภทมีความเหมือนและความต่างกันอย่างไร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หลักสูตรนี้ต่างจากการอบรมสอนงานทั่วไปอย่างไร? +
จุดเด่นคือหลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่ “วิธีบอกงาน” แต่สอนให้ผู้เรียนแยกบทบาทและวัตถุประสงค์ของวิธีการพัฒนาคนที่หลากหลาย ทั้งการ Teach, Train, Coach และ Feedback พร้อมทั้งฝึกออกแบบกิจกรรมฝึกปฏิบัติและเทคนิคการให้ความช่วยเหลือ จึงเป็นหลักสูตรที่ช่วยให้ผู้สอนงานเลือกวิธีได้เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น ไม่ใช่ใช้วิธีเดียวกับทุกคน
ถ้าองค์กรต้องการพัฒนาทักษะ “Coaching Skill” และ “Feedback Skill” ในการสอนงาน หลักสูตรนี้ตอบโจทย์อย่างไร? +
หลักสูตรนี้ตอบโจทย์ตรง เพราะในส่วน Outcome ระบุชัดว่าผู้เรียนจะสามารถนำ ทักษะการโค้ช และ การให้ข้อมูลป้อนกลับ ไปใช้ในการสอนงานได้จริง และรู้ว่าสถานการณ์ใดควรสอนงาน สถานการณ์ใดควรโค้ช และสถานการณ์ใดควรให้ข้อมูลป้อนกลับ จึงช่วยให้การพัฒนาคนมีความแม่นยำและเหมาะสมมากขึ้น
หลักสูตรนี้ช่วยให้พนักงานใหม่เรียนรู้งานได้ดีขึ้นจริงไหม? +
ได้อย่างชัดเจน เพราะหน้าเว็บหลักสูตรระบุว่าหลังเรียนแล้ว ผู้เรียนจะสามารถ สอนงานพนักงานใหม่ได้ และยังช่วยให้ผู้ถูกสอนงานเกิดความรู้สึกที่ดีต่อหน้าที่ มีความเชื่อมั่น และภูมิใจที่ได้รับมอบหมายงานมากขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์สำคัญของการทำ OJT ที่มีคุณภาพ
หลักสูตรนี้ช่วยเรื่อง “Employee Development Skills” ได้อย่างไร? +
หลักสูตรนี้ช่วยให้หัวหน้างานและผู้สอนงานพัฒนาคนได้เป็นระบบมากขึ้น เพราะเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจกรอบความคิดของการเป็นผู้สอนงาน การวิเคราะห์ว่าจะพัฒนาพนักงานแต่ละลักษณะอย่างไร ไปจนถึงการออกแบบกิจกรรมฝึกปฏิบัติและเทคนิคการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเชื่อมตรงกับการพัฒนาพนักงานในงานจริง
ผู้เรียนจะได้อะไรกลับไปจากหลักสูตร “Teach-Train-Coach OJT Technique” นี้บ้าง? +
ผู้เรียนจะได้อย่างน้อย 4 เรื่องสำคัญ คือ เข้าใจความต่างของการสอนงานแต่ละประเภท, ประยุกต์ใช้เทคนิคการสอนงานแต่ละแบบกับงานจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติ, สอนงานพนักงานใหม่ได้, และ ใช้ทักษะการโค้ชกับการให้ข้อมูลป้อนกลับเพื่อปรับกระบวนการสอนงานให้เหมาะกับสถานการณ์จริง ซึ่งทั้งหมดระบุไว้ใน Outcome ของหลักสูตรโดยตรง
กำลังค้นหาคำว่า “หลักสูตร OJT สำหรับหัวหน้างาน ผู้จัดการ และผู้ที่ต้องสอนงาน” หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง? +
หลักสูตรนี้เหมาะกับ หัวหน้างาน, ผู้จัดการ, ผู้บริหาร, ผู้เชี่ยวชาญในงาน และผู้ที่ต้องสอนงาน ดังนั้น HR สามารถใช้ตอบผู้บริหารได้ว่า คอร์สนี้เหมาะมากกับทุกคนที่มีบทบาทถ่ายทอดงาน ถ่ายทอดประสบการณ์ หรือดูแลการเรียนรู้งานของคนอื่นภายในองค์กร
ผู้บริหารจะมองเห็นความเป็นรูปธรรมของหลักสูตรนี้จากอะไรบ้าง? +
ความเป็นรูปธรรมของหลักสูตรอยู่ที่เครื่องมือ เฟรมเวิร์ก และกิจกรรมที่ระบุไว้ชัด เช่น TAPS Model, OJT Technique, Storyboard, Storytelling Technique รวมถึงกิจกรรมอย่าง สำรวจความคาดหวังของผู้เรียน และการสร้าง Story Board เพื่อช่วยให้การสอนงานเข้าใจง่ายขึ้น จึงไม่ใช่คอร์สที่พูดเชิงแนวคิดอย่างเดียว แต่มีเครื่องมือที่หยิบไปใช้ต่อได้จริง
ความคุ้มค่าของหลักสูตร “Teach-Train-Coach (OJT Technique)” นี้คืออะไร +
ความคุ้มค่าของหลักสูตรนี้อยู่ที่การช่วยให้คนที่มีหน้าที่สอนงาน ถ่ายทอดงานได้ดีขึ้น เลือกวิธีพัฒนาคนได้เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น ทำให้พนักงานใหม่เรียนรู้งานได้เร็วขึ้น และสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้สอนและผู้ถูกสอน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพงานและการพัฒนาคนในองค์กร

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)