หลักสูตร โค้ชชิ่งสำหรับผู้จัดการระดับกลาง มอบอำนาจได้ สร้างทีมที่คิดเองได้
(The Adaptive Leader Middle Manager Coaching Training)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

เมื่อหัวหน้าที่เก่งที่สุด ไม่ควรเป็นคนที่ต้องแก้ทุกปัญหาด้วยตัวเอง


หลายองค์กรมี Middle Manager ที่เติบโตขึ้นมาจากการเป็น “คนเก่งของทีม” คือเก่งงาน แก้ปัญหาเร็ว ตัดสินใจได้ และรับผิดชอบสูง แต่เมื่อขึ้นมาเป็นหัวหน้า วิธีทำงานแบบเดิมกลับสร้างปัญหาใหม่
     - ลูกน้องมีปัญหา หัวหน้าช่วยคิด
     - ลูกน้องตัดสินใจไม่ได้ หัวหน้าตัดสินใจแทน
     - งานผิด หัวหน้าลงไปแก้
     - ลูกค้าเร่ง หัวหน้าลงไปจัดการเอง
     - ทีมขัดแย้ง หัวหน้าเป็นคนเคลียร์
งานอาจเดินเร็วขึ้นในวันนี้ แต่ทีมกลับพึ่งหัวหน้ามากขึ้นในวันข้างหน้า และ Middle Manager ก็ค่อย ๆ กลายเป็นจุดคอขวดขององค์กรโดยไม่ตั้งใจ


วงจรที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ คือ แรงกดดันสูงขึ้น หัวหน้าจึงลงไปทำเอง งานเสร็จเร็วขึ้น ทีมได้เรียนรู้น้อยลง หัวหน้ายิ่งขาดไม่ได้ และแรงกดดันก็ยิ่งสูงขึ้นอีก
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หัวหน้า Coaching ไม่เป็น


ปัญหาที่แท้จริงจึงเป็นเรื่องของ องค์กรคาดหวังให้ Middle Manager สร้าง Performance ผ่านคน ขณะที่ Manager จำนวนมากยังใช้วิธีสร้าง Performance ด้วยการลงไปทำเอง


แนวคิดของหลักสูตร
The Adaptive Leader ไม่ได้สอนให้หัวหน้า Coaching ทุกสถานการณ์ เพราะในโลกการทำงานจริง บางเรื่องต้องถาม บางเรื่องต้องสอน บางเรื่องต้องให้ Feedback บางเรื่องต้องตัดสินใจทันที และบางเรื่องควรมอบให้ทีมรับผิดชอบเต็มที่


หลักสูตรจึงพัฒนา Middle Manager ให้ตอบคำถามสำคัญ 4 ข้อนี้ได้ก่อนลงมือทุกครั้ง
        1. คนนี้พร้อมแค่ไหน ทั้ง Skill และ Will
       2. สถานการณ์นี้เสี่ยงแค่ไหน ตาม Risk Boundary
       3. ฉันควรใช้บทบาทอะไร Direct Mentor Coach หรือ Delegate
       4. ฉันจะทำอย่างไรให้ครั้งหน้าเขาจัดการได้ด้วยตัวเองมากขึ้น


นี่คือความแตกต่างระหว่าง Performance Coaching สำหรับหัวหน้างาน กับการเรียน Coaching ทั่วไป เพราะเป้าหมายไม่ใช่บทสนทนาที่ดี แต่คือผลงานที่เดินได้ พร้อมกับทีมที่โตขึ้นทุกครั้งที่คุย

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

Pain Point ที่หลักสูตรนี้ออกแบบมาแก้


สิ่งที่องค์กรมองเห็นมักเป็นเพียงอาการ สิ่งที่หลักสูตรเข้าไปแก้คือสาเหตุที่อยู่ใต้ผิวน้ำ
       - ลูกน้องถามหัวหน้าทุกเรื่อง Decision Boundary ไม่ชัดและกลัวทำผิด ทำให้ Manager กลายเป็น Bottleneck ของหน่วยงาน
       - หัวหน้าทำงานเก่งแต่ทีมไม่โต หัวหน้าแก้แทนมากกว่าพัฒนา ทำให้ Succession Pipeline อ่อนแอ
       - สั่งแล้วงานเดินแต่ไม่มี Ownership ทีมทำตามคำสั่งมากกว่าคิดเอง จึงต้อง Follow-up ตลอดเวลา
       - Feedback แล้วลูกน้องตั้งรับ Feedback กลายเป็นการตัดสินตัวบุคคล ทำให้ Engagement และ Trust ลดลง
       - หัวหน้าหลีกเลี่ยงบทสนทนายาก ไม่รู้วิธีคุยเรื่อง Performance Issue ปัญหาจึงสะสมจนกลายเป็น Conflict
       - ใช้ Coaching กับทุกเรื่อง ไม่แยก Skill Will และ Risk ออกจากกัน ทำให้เสียเวลาและเพิ่มความเสี่ยงของงาน
       - Manager รับแรงกดดันจากบนและปัญหาจากล่าง ไม่มีวิธีบริหาร Emotional Load นำไปสู่ Stress Fatigue และ Burnout
       - Manager ไม่กล้ามอบหมายงาน กลัวคุณภาพงานตก จึงทำงาน Operational มากเกินไปจนไม่มีเวลาพัฒนาทีม


เนื้อหาทั้งหมดถูกร้อยเรียงเป็นเส้นทางเดียวกัน ไม่ใช่การเรียนเครื่องมือแยกชิ้น
       - ASSESS เข้าใจคน งาน ความเสี่ยง และ Capability ของทีม
       - ADAPT เลือกบทบาท Direct Mentor Coach หรือ Delegate ให้ถูกกับสถานการณ์
       - COACH ถาม ฟัง สะท้อน เพื่อให้ทีมคิดและตัดสินใจได้เอง
       - CONVERSE ให้ Feedback และคุยเรื่องยากอย่างสร้างสรรค์
       - EMPOWER กำหนด Ownership และ Decision Boundary ให้ชัด
       - SUSTAIN ทีมแข็งแรงขึ้น Manager ไม่ต้องแบกทุกอย่าง


จุดมุ่งเน้นที่ทำให้หลักสูตรนี้ต่างจาก Coaching Course ทั่วไป       
       ไม่ได้สอนให้ Coaching เก่งขึ้นอย่างเดียว แต่พัฒนาความสามารถในการวินิจฉัยว่า เมื่อไรควร Coach เมื่อไรควร Mentor เมื่อไรควร Direct และเมื่อไรต้อง Delegate Coaching ไม่ได้จบเมื่อบทสนทนาดี แต่ต้องจบด้วย Action Owner Due Date และ Follow-up Point ฝึกจากสถานการณ์จริงที่ Middle Manager เจอทุกวัน เช่น ลูกน้องรอคำสั่ง ไม่กล้าตัดสินใจ ทำผิดซ้ำ โทษหน่วยงานอื่น หรือมี Performance Issue เชื่อม Coaching เข้ากับการลด Manager Overload และ Burnout ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่เทคนิคผ่อนคลาย

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

Behavioral Shift ที่คาดหวังหลังจบหลักสูตร


ผู้เรียนไม่ได้เพียงรู้จัก Coaching แต่ต้องเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริหารทีมอย่างเป็นรูปธรรม
       จาก ทีมมีปัญหา หัวหน้าบอกคำตอบ สู่ หัวหน้าช่วยให้ทีมคิดจนได้คำตอบเอง
       
จาก ใช้วิธีบริหารแบบเดียวกับทุกคน สู่ ประเมิน Skill และ Will เป็นรายคนและรายภารกิจ
       
จาก ลูกน้องไม่รู้ ก็ใช้การถามอย่างเดียว สู่ ไม่รู้ใช้ Mentor ส่วนรู้แต่ไม่มั่นใจใช้ Coach
       
จาก Feedback คือการบอกสิ่งที่ผิด สู่ Feedback คือ Behavior บวก Impact บวก Next Step
       
จาก หลีกเลี่ยง Difficult Conversation สู่ คุยเรื่องยากได้ตรง แต่ยังรักษาความสัมพันธ์
       
จาก ลูกน้องมาปรึกษา หัวหน้าตัดสินใจให้ สู่ ลูกน้องนำ Facts Options Risks และ Recommendation มาเสนอ
       
จาก ต้อง Follow-up ทุกเรื่อง สู่ กำหนด Decision Boundary และ Ownership ให้ชัดตั้งแต่ต้น
       
จาก Manager แบกทุกอย่างไว้คนเดียว สู่ Manager บริหาร Energy และพัฒนาทีมให้รับภาระได้มากขึ้น


Business Impact ระดับ Manager
       - ลดเวลาที่ใช้ไปกับการแก้ปัญหาแทนทีม
       - เพิ่มความสามารถด้าน Delegation Feedback Coaching และ Difficult Conversation
       - บริหาร Emotional Load และแรงกดดันได้ดีขึ้น
       - เปลี่ยนบทบาทจาก Operational Problem Solver เป็น Performance Enabler


Business Impact ระดับทีม
       - ทีมเริ่มคิดก่อนถาม และเสนอ Recommendation แทนการส่งปัญหาขึ้นมา
       - มี Ownership และความมั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น
       - ได้รับ Feedback ที่ชัดเจนโดยไม่รู้สึกถูกโจมตี


Business Impact ระดับองค์กร
       - ลด Manager Dependency และ Decision Bottleneck
       - สร้าง Leadership Pipeline และ Successor ได้เร็วขึ้น
       - เพิ่ม Execution Speed ของหน่วยงาน
       - ลดความเสี่ยงจากการที่ผลงานของทีมขึ้นอยู่กับหัวหน้าคนเก่งเพียงคนเดียว

เนื้อหาหลักสูตร

โครงสร้างการเรียนรู้ 4 Modules ระยะเวลา 2 วัน


Day 1 Part 1 From Manager to Adaptive Performance Leader
เลิกเป็นคนที่ทุกเรื่องต้องผ่าน แล้วสร้างทีมที่ทำงานได้โดยไม่ต้องรอหัวหน้า


       - Manager Dependency Trap ถ้าคุณหยุดงานหนึ่งสัปดาห์ ทีมยังวิเคราะห์ ตัดสินใจ และเดินงานต่อได้มากน้อยแค่ไหน
       - บทบาท 4 แบบของหัวหน้า Direct Mentor Coach และ Delegate
       - ประเมิน Skill และ Will เป็นรายภารกิจ ไม่ตีตราว่าคนนี้เก่งหรือไม่เก่ง
       - Risk Boundary งานแบบใดที่ต้อง Direct ก่อน แม้ลูกน้องจะอยากลองเอง
       - Coaching Mentoring Decision Map


Workshop เลือกลูกทีมจริง 1 คน และงานจริง 1 งาน วิเคราะห์ว่าวันนี้ฉันกำลังใช้บทบาทอะไร และจริง ๆ แล้วควรใช้บทบาทอะไร
Outcome หัวหน้าเริ่มหยุดใช้ตัวเองเป็น Solution ของทุกปัญหา


Day 1 Part 2 From Manager to Performance Coach
ถามให้คิด ฟังให้เข้าใจ และทำให้ทีมเป็นเจ้าของคำตอบ


       - แกนบทสนทนา Ask Listen Reflect Clarify Action แทนวงจรถามแล้วไม่ถูกใจจึงบอกคำตอบ
       - Deep Listening และการสะท้อนเพื่อให้ลูกน้องได้ยินความคิดตัวเอง
       - ชุดคำถาม Goal Evidence Impact Option และ Commitment
       - GROW Model แบบใช้งานจริงในหน้างาน
       - เปลี่ยนประโยคสั่งเป็นประโยคโค้ช เช่น จากทำไมต้องถามผมทุกเรื่อง เป็นส่วนใดที่คุณพร้อมตัดสินใจเอง และส่วนใดต้องการกรอบจากผม


Workshop แปลง Command เป็น Coaching Conversation จาก Case จริงของผู้เรียน
Outcome ทีมเริ่มคิด วิเคราะห์ เสนอทางเลือก และรับผิดชอบการตัดสินใจมากขึ้น


Day 2 Part 3 Constructive Feedback and Difficult Conversations
พูดเรื่องที่ต้องพูด โดยไม่ทำลายคนและความสัมพันธ์


       - SBI Feedback ประกอบด้วย Situation Behavior และ Impact แล้วต่อด้วย Feedforward
       - เลิกใช้คำเหมารวม เช่น ไม่รับผิดชอบ หรือไม่ละเอียด แล้วกลับมาโฟกัสที่พฤติกรรมและผลกระทบ
       - Flow บทสนทนายาก Facts Behavior Impact Listen Clarify Expectation Feedforward และ Commitment
       - สถานการณ์ที่ฝึกจริง ผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน ทำผิดซ้ำ ไม่รับผิดชอบ โทษหน่วยงานอื่น เก่งแต่ไม่กล้าตัดสินใจ ขัดแย้งกับคนในทีม ต่อต้าน Feedback และ Commit แล้วไม่ทำ


Workshop Role Play บทสนทนายากจาก Case จริง พร้อม Feedback จากผู้สอนและเพื่อนร่วมคลาส
Outcome หัวหน้ากล้าคุยเรื่องยากได้เร็วขึ้น และจบบทสนทนาด้วยข้อตกลงที่ชัดเจน


Day 2 Part 4 Sustainable Performance Emotional Resilience and Empowerment
ผลงานสูงไม่ควรเกิดจากหัวหน้าที่แบกทุกอย่างจนหมดแรง


       - Manager Burnout ไม่ได้เกิดจากการจัดการอารมณ์ไม่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากบทบาทที่ไม่ชัด งานที่ไม่มีขอบเขต และทีมที่พึ่งหัวหน้ามากเกินไป
       - Self รู้ Emotional Trigger ของตัวเองก่อนเข้าบทสนทนายาก
       - Team ไม่รับทุกปัญหาของทีมมาเป็นปัญหาของตัวเอง
       - System สร้าง Decision Boundary Escalation Rule Ownership และ Follow-up System


Workshop สิ่งที่ฉันกำลังแบกอยู่ทุกวันนี้ เรื่องใดควร Coach Mentor Delegate หรือ Escalate แทนการรับไว้เอง
Outcome Manager เริ่มเปลี่ยนวิธีทำงานที่สร้าง Overload ตั้งแต่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ดูแลอารมณ์ปลายทาง

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

เครื่องมือและเฟรมเวิร์คหลัก


Part 1 Assess and Adapt
       - Skill Will Matrix ประเมินเป็นรายภารกิจ
       - Team Capability Mapping
       - Risk Boundary Check
       - Coaching Mentoring Decision Map


Part 2 Coaching Conversation
       - Ask Listen Reflect Clarify Action Flow
       - Coaching Question Builder
       - Question Bank ครอบคลุม Goal Evidence Impact Option และ Commitment
       - Deep Listening และ Listen Reflect Clarify
       - GROW Model และ GROW Role Play Form ที่มีทั้ง Reality Facts Assumptions Options Risk Way Forward Owner Due Date และ Follow-up Point


Part 3 Feedback and Difficult Conversation
       - SBI Feedback Model
       - Feedforward Technique
       - Difficult Conversation Flow ตั้งแต่ Facts Behavior Impact Listen Clarify Expectation Feedforward จนถึง Commitment
       - Case Library ของสถานการณ์ยากที่หัวหน้าเจอบ่อย


Part 4 Resilience and Empowerment
       - Manager Load Check
       - Control Influence Escalate Map
       - Emotional Pause ก่อนเข้าบทสนทนายาก
       - Decision Boundary และ Escalation Rule
       - Team Development Loop และ Follow-up System


กิจกรรมการเรียนรู้
       - Self Diagnosis ถ้าคุณหยุดงานหนึ่งสัปดาห์ ทีมจะเดินต่อได้แค่ไหน
       - Role Mapping ลูกทีมจริงกับงานจริง เพื่อเลือกบทบาท Direct Mentor Coach หรือ Delegate
       - Command to Coaching Conversation Lab
       - Role Play บทสนทนา Feedback และ Difficult Conversation พร้อม Observer Sheet
       - Manager Load Workshop เรื่องใดควร Coach Mentor Delegate หรือ Escalate
       - Action Commitment ที่ระบุ Action Owner Due Date และ Follow-up Point


สิ่งที่ผู้เรียนได้รับกลับไป
Coaching Conversation Example Book และ Question Bank ที่รวมชุดคำถามตั้งแต่ Goal Evidence Impact Option Commitment ไปจนถึงตัวอย่างบทสนทนา Feedback และ Coaching แบบเต็ม เป็น Practical Conversation Tools ที่เปิดใช้ได้ทันทีก่อนคุยกับทีม

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้

สัดส่วนเนื้อหา
       - 30 เปอร์เซ็นต์ Concept และ Framework ที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกบทบาท
       - 50 เปอร์เซ็นต์ Workshop Case จริง และ Role Play บทสนทนา
       - 20 เปอร์เซ็นต์ Reflection Group Discussion และ Action Planning


รูปแบบการเรียนรู้


คลาสไม่ได้เริ่มจากการอธิบายทฤษฎี Coaching ยาว ๆ แต่เริ่มจากสถานการณ์จริงที่ Middle Manager พบทุกวัน เช่น ลูกน้องรอคำสั่ง ไม่กล้าตัดสินใจ ทำผิดซ้ำ โทษฝ่ายอื่น หรือมี Performance Issue แล้วให้ผู้เรียนทดลองพูดด้วยวิธีเดิมก่อน จากนั้นจึงนำ Framework เข้าไปช่วย Reframe วิธีสนทนา


ผู้เรียนจึงไม่ได้เพียงรู้ว่า GROW หรือ SBI คืออะไร แต่ได้ฝึกประโยคที่จะพูดจริงกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ และกลับไปพร้อมชุดคำถามที่เปิดใช้ได้ทันที


องค์ประกอบของการเรียนรู้
       - Real Case จากงานของผู้เรียนเอง ไม่ใช่กรณีศึกษาสมมติ
       - Role Play แบบมี Observer และ Feedback ทันทีในห้อง
       - Conversation Template และ Question Bank ให้ใช้ระหว่างฝึก
       - Action Commitment ที่ระบุ Action Owner Due Date และ Follow-up Point
       - รองรับการต่อยอดด้วย Behavioral Tracker และ Follow-up Session หลังอบรม เพื่อวัดการเปลี่ยนพฤติกรรมจริง

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้
       - Middle Manager Manager และ Assistant Manager ที่ต้องสร้างผลงานผ่านทีม
       - Section Head Supervisor และ Team Leader ที่เพิ่งขึ้นมาจากการเป็นคนเก่งของทีม
       - หัวหน้างานที่ทีมยังพึ่งพาการตัดสินใจของตนเองในเกือบทุกเรื่อง
       - ผู้จัดการที่ดูแลทีมข้ามสายงาน หรือทีมที่มีระดับ Skill และ Will แตกต่างกันมาก
       - Successor หรือ Talent ที่กำลังเตรียมขึ้นสู่บทบาทบริหาร
       - HR และ HRD ที่ต้องการวางระบบพัฒนา Leadership Pipeline และลด Manager Dependency


ระดับความรู้พื้นฐาน


ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน Coaching มาก่อน หลักสูตรออกแบบให้เริ่มจากสถานการณ์จริงของผู้เรียน แล้วค่อยเติมเครื่องมือ จึงเหมาะทั้งหัวหน้างานที่เพิ่งรับบทบาทใหม่ และผู้จัดการที่มีประสบการณ์แต่ต้องการเปลี่ยนวิธีบริหารทีมให้พึ่งพาตนเองน้อยลง


จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม


20 ถึง 30 คนต่อรุ่น เพื่อให้ทุกคนได้ฝึก Role Play และได้รับ Feedback รายบุคคล

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Middle Manager ควรเรียน Coaching เพราะอะไร +
เพราะบทบาทของ Middle Manager ไม่ได้มีหน้าที่เพียงควบคุมงาน แต่ต้องทำให้ทีมสร้างผลงานได้โดยไม่ต้องพึ่งหัวหน้าในทุกเรื่อง Coaching ช่วยเปลี่ยนจากการให้คำตอบ เป็นการพัฒนาความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบของทีม
Coaching กับ Mentoring ต่างกันอย่างไร +
Coaching เหมาะเมื่อพนักงานมีพื้นฐานหรือศักยภาพที่จะคิดได้ หัวหน้าจึงใช้คำถาม การฟัง และการสะท้อน เพื่อให้พนักงานสร้างคำตอบด้วยตนเอง ส่วน Mentoring เหมาะเมื่อพนักงานยังขาดความรู้หรือประสบการณ์ หัวหน้าจึงต้องเติมความรู้ ชี้หลักการ ความเสี่ยง และวิธีดำเนินการ ก่อนค่อยเปลี่ยนกลับสู่การ Coaching
หัวหน้าควร Coach ลูกน้องทุกเรื่องหรือไม่ +
ไม่ควร สถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงด้าน Safety Quality Compliance หรือต้องตัดสินใจทันที อาจต้องใช้ Directing หรือ Mentoring ก่อน หลักสูตรจึงใช้ Skill Will ร่วมกับ Risk Boundary เพื่อเลือกบทบาทที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์
จะ Feedback ลูกน้องอย่างไรไม่ให้เสียความสัมพันธ์ +
ควรแยกคนออกจากพฤติกรรม โดยพูดถึง Situation Behavior และ Impact ที่เกิดขึ้นจริง เปิดให้ผู้รับ Feedback อธิบายมุมมอง แล้วจบด้วย Feedforward หรือสิ่งที่จะทำต่างออกไปในครั้งหน้า ไม่ใช้คำเหมารวม เช่น ไม่รับผิดชอบ หรือไม่ละเอียด
หัวหน้าควรจัดการ Difficult Conversation อย่างไร +
เริ่มจากข้อเท็จจริงและพฤติกรรมที่สังเกตได้ อธิบายผลกระทบ รับฟังเหตุผลและความกังวลของอีกฝ่าย ทำความคาดหวังให้ชัด แล้วตกลง Action Owner Timeline และ Follow-up ร่วมกัน
ทำไม Middle Manager ถึง Burnout ง่าย +
Middle Manager มักอยู่ระหว่างความคาดหวังของผู้บริหารกับปัญหาของทีม และในหลายองค์กรต้องทำหน้าที่ทั้งบริหารงาน แก้ปัญหา Coach ประสานงาน และทำ Administrative Work พร้อมกัน การลด Burnout จึงต้องทำทั้งระดับบุคคลและระบบงาน เช่น Role Clarity Delegation Decision Boundary และการพัฒนาทีมให้พึ่งหัวหน้าน้อยลง
หลักสูตร Coaching ช่วยเรื่อง Burnout ได้อย่างไร +
ไม่ใช่เพราะ Coaching เป็นเทคนิคผ่อนคลาย แต่เพราะการ Coach Mentor และ Delegate อย่างเหมาะสม ช่วยลด Manager Dependency ทำให้หัวหน้าไม่จำเป็นต้องรับทุกปัญหามาแก้เอง และทำให้ทีมมี Capability กับ Ownership สูงขึ้นเรื่อย ๆ
หลักสูตรนี้ใช้เวลาอบรมกี่วัน และเหมาะกับผู้เรียนกี่คน +
หลักสูตรมาตรฐานใช้เวลา 2 วัน ครอบคลุมทั้ง 4 Modules พร้อม Workshop และ Role Play จากเคสจริง จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสมคือ 20 ถึง 30 คนต่อรุ่น เพื่อให้ทุกคนได้ฝึกและได้รับ Feedback รายบุคคล และสามารถปรับเป็น 1 วันหรือ 3 วันตามบริบทขององค์กรได้
ดอบรม In-house หลักสูตรนี้ต้องเตรียมอะไรบ้าง และขอใบเสนอราคาอย่างไร +
HR เพียงแจ้งจำนวนผู้เรียน ระดับตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ต้องการ ทีมงานจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมงพร้อม Course Outline และใบเสนอราคา หลักสูตรปรับเคสให้ตรงกับธุรกิจขององค์กรได้ทุกครั้ง โดยจัดได้ทั้งที่สำนักงานของลูกค้า โรงแรม หรือรูปแบบออนไลน์
อบรมแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้จัดการเปลี่ยนพฤติกรรมจริง +
หลักสูตรรองรับการต่อยอดด้วย 8 Weeks Behavioral Tracker ที่ติดตามพฤติกรรมเป้าหมายของผู้เรียนแต่ละคนผ่าน LINE หลังอบรม 8 สัปดาห์ เช่น ความถี่ในการใช้ Coaching Conversation และการให้ Feedback กับทีม HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายทีมเพื่อนำเสนอผู้บริหาร แทนการวัดแค่ความพึงพอใจหลังจบคลาส

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)