หลักสูตร สื่อสารอย่างเข้าใจคน พูดเรื่องยากกับลูกน้องได้โดยไม่เสียใจกัน
(Empathic Communication for Leadership)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

หัวหน้างานส่วนใหญ่ไม่ได้สื่อสารไม่เป็น แต่หลีกเลี่ยงบทสนทนาที่ควรเกิดขึ้น
         เรื่องที่หัวหน้ารู้ว่าต้องคุยแต่ยังไม่ได้คุย มักเป็นเรื่องเดียวกันในทุกองค์กร คือ ลูกน้องที่ผลงานตกแต่ยังไม่กล้าบอก คนที่มาสายประจำแต่เก่งงานจึงปล่อยไป ความไม่พอใจระหว่างคนสองคนในทีมที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครพูด และคนที่กำลังจะลาออกโดยที่หัวหน้ายังไม่รู้
         เหตุผลที่ไม่ได้คุยไม่ใช่เพราะไม่กล้า แต่เพราะเคยคุยแล้วผลออกมาแย่กว่าเดิม อีกฝ่ายตั้งรับ เงียบไปหลายวัน หรือความสัมพันธ์เสียไปเลย หัวหน้าจึงเลือกเก็บไว้ก่อน แล้วปัญหาก็สะสมจนกลายเป็นเรื่องใหญ่
         หลักสูตรนี้จึงไม่ได้สอนเทคนิคการพูดให้ดูดี แต่สอน วิธีเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายรู้สึกและต้องการก่อนจะเปิดปาก เพื่อให้บทสนทนาที่ยากที่สุดจบด้วยข้อตกลงที่นำไปทำต่อได้ และความสัมพันธ์ยังอยู่


เหตุผลที่ไม่ได้คุยไม่ใช่เพราะไม่กล้า แต่เพราะเคยคุยแล้วผลออกมาแย่กว่าเดิม อีกฝ่ายตั้งรับ เงียบไปหลายวัน หรือความสัมพันธ์เสียไปเลย หัวหน้าจึงเลือกเก็บไว้ก่อน แล้วปัญหาก็สะสมจนกลายเป็นเรื่องใหญ่


เรื่องที่หัวหน้ารู้ว่าต้องคุยแต่ยังไม่ได้คุย มักเป็นเรื่องเดียวกันในทุกองค์กร คือ ลูกน้องที่ผลงานตกแต่ยังไม่กล้าบอก คนที่มาสายประจำแต่เก่งงานจึงปล่อยไป ความไม่พอใจระหว่างคนสองคนในทีมที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครพูด และคนที่กำลังจะลาออกโดยที่หัวหน้ายังไม่รู้


หัวหน้างานส่วนใหญ่ไม่ได้สื่อสารไม่เป็น แต่หลีกเลี่ยงบทสนทนาที่ควรเกิดขึ้น


          หลักสูตร Empathic Communication for Leadership – สื่อสารให้ชัด ฟังให้เข้าใจ นำทีมไปด้วยกัน ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะการสื่อสารเชิงลึกให้กับ ผู้จัดการ หัวหน้างาน และผู้นำทีม เน้นการสื่อสารที่ชัดเจน (Clear Communication), การฟังเชิงลึก (Deep Listening) และการเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง (Empathic Listening) เพื่อให้การสื่อสารไม่ใช่แค่การพูด แต่เป็นการเชื่อมโยงความเข้าใจร่วมกัน ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความร่วมมือ


          ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ เทคนิคการพูดและการฟังอย่างมืออาชีพ การให้ Feedback ที่สร้างสรรค์ การจัดการบทสนทนาในเรื่องยากและสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง รวมถึงการปรับสไตล์การสื่อสารให้เหมาะสมกับคนที่มีบุคลิกภาพและวิธีรับสารต่างกัน เพื่อสร้างบรรยากาศทีมที่ไว้ใจและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น


          ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ Outcome Driven Learning และโมเดล 70:20:10 ผู้เข้าอบรมจะไม่เพียงแค่เข้าใจหลักการ แต่จะได้ฝึกใช้เครื่องมือจริง ผ่าน Workshop, Case Study, Role Play และ Workbook เฉพาะกิจที่สามารถนำไปใช้ในงานได้ทันที เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง และสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ทั้งในเชิงผลงานและบรรยากาศการทำงาน


หลักสูตรนี้ต่างจากหลักสูตรด้านการสื่อสารตัวอื่นของ Coach Weeraphan อย่างไร
        หลักสูตรนี้เจาะ บทสนทนาระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง โดยเฉพาะเรื่องที่พูดยาก เน้นการเข้าใจความรู้สึกและความต้องการของอีกฝ่ายก่อนเปิดปาก
       หากโจทย์คือความสัมพันธ์และข้อตกลงระหว่างคนในทีมหรือระหว่างแผนก ดูหลักสูตร ทำงานเป็นทีมและจัดการความขัดแย้งในที่ทำงาน
       หากโจทย์คือการใช้คำถามและ Feedback เพื่อพัฒนาลูกน้องให้เก่งขึ้น ดูหลักสูตร พัฒนาทีมด้วยทักษะโค้ชและเทคนิคการให้ Feedback 
       หากโจทย์คือทีมที่มีช่วงวัยต่างกันมากจนสื่อสารไม่ตรงกัน ดูหลักสูตร ภาวะผู้นำยุคใหม่กับทีมหลากวัย

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

          หลักสูตรอบรม Empathic Communication for Leadership พัฒนาทักษะการสื่อสารผู้นำ การฟังเชิงลึก และการสื่อสารลดความขัดแย้งพัฒนาทักษะการสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication Skills) คือหัวใจของการ พัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development) และ การบริหารทีม (Team Management) ให้ประสบความสำเร็จ องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหา การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน, การฟังที่ไม่เข้าใจจริง, และ การให้ Feedback ที่ขาดพลังสร้างสรรค์ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง ลดความร่วมมือ และกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน หลักสูตร Empathic Communication for Leadership – สื่อสารให้ชัด ฟังให้เข้าใจ นำทีมไปด้วยกัน จึงถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้าง ทักษะการสื่อสารสำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ ให้สามารถเชื่อมโยงวิสัยทัศน์องค์กรกับทีมได้อย่างมีพลัง


          จุดมุ่งหมายหลักของหลักสูตรนี้คือ
          1.  เสริมความสามารถของผู้นำในการ สื่อสารอย่างชัดเจน (Clear Communication) เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน
          2. พัฒนาทักษะการ ฟังเชิงลึก (Deep Listening) และ การฟังด้วยความเข้าใจ (Empathic Listening) เพื่อเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของทีม
          3. สอนเทคนิคการให้ Feedback อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าการต้านทาน
          4. ฝึกจัดการบทสนทนาในประเด็นยากและสถานการณ์ขัดแย้งอย่างมืออาชีพ
          5. ปรับสไตล์การสื่อสารให้เหมาะสมกับคนที่มีบุคลิกภาพและวิธีรับสารต่างกัน เพื่อสร้างบรรยากาศทีมที่ไว้ใจกัน
          ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ Outcome Driven Learning และโมเดล 70:20:10 ผู้เข้าอบรมจะได้ทั้งความรู้ เครื่องมือ และการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน และสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ในทั้งผลงานและความสัมพันธ์ของทีม


พัฒนาทักษะการสื่อสารภายในองค์กร, การฟังเชิงลึก, การสื่อสารสำหรับผู้นำ, การสื่อสารลดความขัดแย้ง, พัฒนาภาวะผู้นำ, การบริหารทีม, Empathic Communication, Feedback อย่างมีประสิทธิภาพ, Leadership Skills Training, Clear Communication

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

         หลักสูตรอบรม Empathic Communication for Leadership พัฒนาทักษะการสื่อสารผู้นำ การฟังเชิงลึก และการสื่อสารลดความขัดแย้ง การพัฒนาทักษะการสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication Skills) คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ ผู้นำและหัวหน้างาน สามารถสร้างทีมที่แข็งแกร่ง ลดความขัดแย้ง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง หลักสูตร Empathic Communication for Leadership – สื่อสารให้ชัด ฟังให้เข้าใจ นำทีมไปด้วยกัน ถูกออกแบบให้ผู้เรียนไม่เพียงแค่เข้าใจหลักการ แต่สามารถ นำไปใช้ในงานได้ทันที ผ่านเครื่องมือ เทคนิค และการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและผลงานของทีมอย่างวัดผลได้


ผลลัพธ์หลังจบการอบรม
          1. 
สื่อสารอย่างชัดเจน (Clear Communication) เพื่อลดความเข้าใจผิดและทำให้ทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน
          2. ฟังเชิงลึก (Deep Listening) และ Empathic Listening เพื่อเข้าถึงมุมมอง ความรู้สึก และความต้องการที่แท้จริงของทีม
          3. สามารถให้ Feedback อย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Feedback) ที่สร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาศักยภาพทีม
          4. จัดการบทสนทนาในประเด็นยากและความขัดแย้งได้อย่างมืออาชีพ โดยใช้เครื่องมือและ Framework ที่พิสูจน์แล้ว
          5. ปรับสไตล์การสื่อสารให้เหมาะกับบุคคลและเจนเนอเรชันต่างๆ เพื่อสร้างความร่วมมือและความไว้วางใจ
          6. สร้างวัฒนธรรมทีมที่เปิดใจ รับฟัง และพร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


พัฒนาทักษะการสื่อสารภายในองค์กร, การสื่อสารสำหรับผู้นำ, การฟังเชิงลึก, การให้ Feedback อย่างมีประสิทธิภาพ, การสื่อสารลดความขัดแย้ง, พัฒนาภาวะผู้นำ, การบริหารทีม, Empathic Communication, Leadership Skills Training, Clear Communication


 

เนื้อหาหลักสูตร

หลักสูตรอบรม Empathic Communication for Leadership พัฒนาทักษะการสื่อสารผู้นำ การฟังเชิงลึก และการสื่อสารลดความขัดแย้งSelf Assessment : ทำแบบประเมินตนเองด้าน Empathy , Leadership , Communication


Part 1: การสำรวจตัวเองเพื่อสร้าง Awareness ด้านการสื่อสาร


          - คำถามโค้ช: "ฉันสื่อสารในฐานะหัวหน้าทีมได้ดีแค่ไหน?" "ทีมเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดจริงไหม?"
          - ความหมายของการสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพในบทบาทผู้นำ
          - บทบาทของผู้จัดการ/หัวหน้าในฐานะ “ผู้นำการสื่อสาร” ของทีม
          - Framework: Johari Window, SCARF Model
          - แบบฟอร์ม: Self-Assessment Communication Style Checklist
          - Workshop: สำรวจสไตล์การสื่อสารของตัวเอง ผ่านสถานการณ์จำลอง
          - ผลลัพธ์: ผู้เรียนตระหนักถึงจุดแข็ง-จุดปรับปรุงของตนเองในการสื่อสารกับทีม


 Part 2: การพัฒนากรอบความคิดและการปรับ Mindset ด้านการสื่อสาร
          - อุปสรรคทางความคิดที่ทำให้การสื่อสารล้มเหลว เช่น คิดแทน ฟังเพื่อสวน
          - หลุมพราง “ฉันพูดแล้ว แต่ทำไมเขาไม่เข้าใจ”
          - สร้างกรอบความคิดเชิงเติบโต (Growth Mindset) เพื่อเปิดใจฟังและปรับวิธีพูด
          - Framework: Ladder of Inference, Growth Mindset
          - แบบฟอร์ม: Mindset Reflection Template
          - Workshop: วิเคราะห์เหตุการณ์การสื่อสารที่ล้มเหลว แล้ว Reframe วิธีคิดใหม่
          - ผลลัพธ์: ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนมุมมองและปรับแนวทางสื่อสารให้สอดคล้องกับผู้รับสาร


Part 3: ทักษะ เทคนิค และเครื่องมือเพื่อการสื่อสารอย่างมืออาชีพ
          - เทคนิคการพูดให้ชัดเจน สั้น กระชับ เข้าใจง่าย
          - เทคนิค Feedback เชิงบวก (Feedforward, SBI Model)
          - ทักษะการฟังเชิงลึก และ Empathic Listening
          - Framework: SBI Model, Active Listening Model
          - แบบฟอร์ม: Feedback Script Template, Listening Journal
          - กิจกรรม: Role Play การให้ Feedback และการฟังสถานการณ์จริง
          - ผลลัพธ์: ผู้เรียนสามารถนำเทคนิคไปใช้ในการประชุม การสื่อสารรายวัน และการพัฒนาทีมได้จริง


 Part 4: การประยุกต์ใช้ในการสื่อสารจริงในงาน
          - เทคนิคการสื่อสารในสถานการณ์ยาก เช่น เมื่อต้องตำหนิ พูดเรื่องที่มีความขัดแย้ง หรือประกาศเปลี่ยนแปลง
          - การสื่อสารข้ามเจนเนอเรชั่น และปรับสไตล์ให้เหมาะสม
          - การวางแผนการสื่อสารในฐานะหัวหน้า เพื่อส่งต่อเป้าหมายองค์กร
          - Framework: Crucial Conversations, Communication Planning Matrix
          - แบบฟอร์ม: Difficult Conversation Planner, Audience Mapping Template
          - Case Study & Role Play: วางแผนและจำลองสถานการณ์จริงขององค์กร
          - ผลลัพธ์: ผู้เรียนสามารถจัดการบทสนทนาที่ท้าทาย และวางแผนการสื่อสารกับทีมได้อย่างเป็นระบบ

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

หลักสูตรอบรม Empathic Communication for Leadership พัฒนาทักษะการสื่อสารผู้นำ การฟังเชิงลึก และการสื่อสารลดความขัดแย้งเครื่องมือ (Tools)
          - Self-Assessment Checklist → ประเมินสไตล์การสื่อสารของตนเอง
          - Empathy Mapping Tool → เข้าใจความคิด ความรู้สึก และแรงจูงใจของทีม
          - Feedback Script Template → ใช้ฝึกการให้ Feedback อย่างมีประสิทธิภาพ
          - Difficult Conversation Planner → วางแผนบทสนทนาเรื่องยากอย่างมืออาชีพ
          - Action Plan & Reflection Sheet → ต่อยอดการเรียนรู้สู่งานจริง


เฟรมเวิร์ก (Frameworks)
          - Johari Window → เพิ่มการรับรู้ตนเองและเปิดพื้นที่การสื่อสารกับทีม
          - SCARF Model → เข้าใจปัจจัยด้านจิตวิทยาที่มีผลต่อแรงจูงใจและการสื่อสาร
          - Growth Mindset Framework → พัฒนาทัศนคติผู้นำที่เปิดใจและพร้อมฟัง
          - SBI Model (Situation–Behavior–Impact) → เทคนิค Feedback ที่ชัดเจนและสร้างสรรค์
          - Active & Empathic Listening Model → เสริมทักษะการฟังเชิงลึกและการฟังด้วยความเข้าใจ
          - Crucial Conversations Framework → จัดการบทสนทนาในสถานการณ์ท้าทาย


กิจกรรม (Activities)
          - Workshop: Communication Style Exploration → สำรวจและสะท้อนสไตล์การสื่อสารของแต่ละคน
          - Role Play: Feedback & Listening Practice → ฝึกสถานการณ์จริงเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
          - Case Study: Difficult Conversations → วิเคราะห์และจำลองการสื่อสารในเรื่องยาก
          - Group Dialogue & Reflection → แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน
          - Project Simulationประยุกต์ใช้ Frameworks และ Tools ในงานจริง


เครื่องมือการสื่อสารสำหรับผู้นำ, Communication Tools, Leadership Frameworks, Workshop การสื่อสาร, การพัฒนาทักษะการสื่อสารภายในองค์กร, การฟังเชิงลึก, Feedback อย่างมีประสิทธิภาพ, การสื่อสารลดความขัดแย้ง, Empathic Communication, Leadership Skills Training

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้


สัดส่วนเนื้อหา
      - 30 เปอร์เซ็นต์ Concept และ Framework การสื่อสารเท่าที่จำเป็นต่อการเลือกวิธีพูด
      - 50 เปอร์เซ็นต์ Role Play จากบทสนทนาจริงที่ผู้เรียนกำลังเลี่ยงอยู่
      - 20 เปอร์เซ็นต์ Reflection และการวางแผนบทสนทนาที่จะเกิดขึ้นหลังอบรม


รูปแบบการเรียนรู้ 
        คลาสไม่ได้เริ่มจากทฤษฎีการสื่อสาร แต่เริ่มจากคำถามว่า ตอนนี้มีเรื่องอะไรที่คุณรู้ว่าต้องคุยกับลูกน้องแต่ยังไม่ได้คุย แล้วให้ผู้เรียนลองพูดด้วยวิธีเดิมของตัวเองก่อน
       จากนั้นจึงนำเครื่องมือเข้าไปช่วยเปลี่ยนวิธีสนทนาทีละประโยค ทำให้ผู้เรียนได้ประโยคที่จะใช้พูดจริงกลับไป ไม่ใช่แค่รู้ว่าควรพูดอย่างไร


องค์ประกอบของการเรียนรู้
      - Real Case จากบทสนทนาที่ผู้เรียนกำลังเลี่ยงอยู่จริง ไม่ใช่กรณีศึกษาสมมติ
     - Role Play แบบมี Observer และ Feedback ทันทีในห้อง
      - Script Template และ Planner ที่ใช้เตรียมบทสนทนาครั้งถัดไปได้
      - Action Commitment ระบุบทสนทนาจริงที่จะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์แรกหลังอบรม


วัดผลด้วย Outcome-Driven Learning
       เรื่องการสื่อสารเป็นหัวข้อที่วัดผลยาก เพราะไม่มีตัวเลขในระบบให้ดู หลักสูตรนี้จึงจัดเป็น Learning Journey เต็มรูปแบบได้
      - Readiness Check ก่อนอบรม สำรวจว่าหัวหน้างานแต่ละคนมีเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้คุยกี่เรื่อง เป็นเรื่องอะไร และเคยคุยแล้วผลออกมาอย่างไร เพื่อนำมาเป็นเคส Role Play
      - Impact Workshop 1 วัน ฝึกจากบทสนทนาจริง จบด้วย Action Commitment
      - 8 Weeks Behavioral Tracker หลังอบรม ติดตามผ่าน LINE 8 สัปดาห์ เช่น จำนวนบทสนทนาที่เคยเลี่ยงแล้วได้คุยจริง การถามความเห็นของอีกฝ่ายก่อนสรุปเอง และการปิดบทสนทนาด้วยข้อตกลงที่ชัดเจน


HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายทีม ซึ่งทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมแทนการวัดด้วยความรู้สึก

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้


      - หัวหน้างานและ Supervisor ที่เพิ่งรับบทบาทดูแลคน
      - ผู้จัดการระดับต้นถึงระดับกลาง (Middle Manager) ที่ต้องบริหารทั้งผลงานและความสัมพันธ์
      - Team Leader ที่ต้องสื่อสารกับทีมและกับผู้บริหารพร้อมกัน
      - หัวหน้างานสายเทคนิคที่เก่งงานแต่รู้สึกไม่ถนัดเรื่องการคุยกับคน
      - Talent และ Successor ที่กำลังเตรียมขึ้นเป็นหัวหน้า
      - HR และ HRD ที่ต้องการวางมาตรฐานการสื่อสารของหัวหน้างานให้ทั้งองค์กรใช้แนวเดียวกัน


เหมาะกับองค์กรที่เจอสถานการณ์เหล่านี้บ่อย
      - หัวหน้ารู้ว่ามีปัญหาเรื่องคน แต่เลี่ยงที่จะคุยจนปัญหาสะสม
      - พูดไปแล้วลูกน้องตั้งรับหรือเงียบ ทำให้ครั้งต่อไปไม่กล้าพูดอีก
      - สั่งงานแล้วทีมทำไม่ตรงตามที่คิด เพราะเข้าใจไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น
      - พนักงานลาออกโดยที่หัวหน้าเพิ่งรู้เหตุผลจริงตอนสัมภาษณ์ลาออก
      - หัวหน้าสายเทคนิคสื่อสารตรงเกินไปจนทีมรู้สึกว่าถูกตำหนิ
      - แต่ละหัวหน้าใช้วิธีคุยกับทีมคนละแบบ ทำให้มาตรฐานการดูแลคนไม่เท่ากันในแต่ละแผนก


ระดับความรู้พื้นฐาน
        ไม่ต้องมีพื้นฐานด้านจิตวิทยาหรือการสื่อสารมาก่อน หลักสูตรออกแบบให้เริ่มจากบทสนทนาที่ผู้เรียนใช้อยู่จริงทุกวัน แล้วค่อยปรับทีละประโยค จึงเหมาะเป็นพิเศษกับหัวหน้างานสายเทคนิคที่ไม่ถนัดเรื่องคน


จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม
        20 ถึง 30 คนต่อรุ่น เพื่อให้ทุกคนได้ฝึกจับคู่สนทนาและได้รับ Feedback รายบุคคล


 

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ทำไมหัวหน้ารู้ว่าต้องคุยกับลูกน้อง แต่ก็ยังไม่ได้คุย +
สาเหตุที่พบบ่อยมี 4 เรื่อง (1) เคยคุยแล้วผลออกมาแย่กว่าเดิม อีกฝ่ายตั้งรับหรือเงียบไปหลายวัน จึงเข็ดและเลือกไม่คุยอีก (2) ไม่รู้จะเริ่มประโยคแรกอย่างไรให้ไม่เหมือนการตำหนิ (3) กลัวว่าถ้าพูดแล้วความสัมพันธ์จะเสีย โดยเฉพาะกับลูกน้องที่ทำงานด้วยกันมานาน (4) คิดว่าเดี๋ยวเรื่องจะดีขึ้นเอง จึงเลื่อนออกไปเรื่อยๆ ผลคือปัญหาสะสมจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ยากกว่าเดิม ทางออกไม่ใช่การกล้ามากขึ้น แต่คือการมีโครงสร้างบทสนทนาที่ทำให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกถูกโจมตีตั้งแต่ประโยคแรก
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ Pain Point อะไรขององค์กรได้บ้าง? +
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในองค์กรมี 6 เรื่อง (1) สื่อสารไม่ชัดจนทีมทำงานไม่ตรงกับที่ตั้งใจ (2) ฟังไม่ครบ จึงตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่พอ (3) ให้ Feedback แล้วอีกฝ่ายตั้งรับหรือเงียบ (4) หลีกเลี่ยงบทสนทนาเรื่องยากจนปัญหาสะสม (5) ความไม่พอใจระหว่างคนในทีมที่ไม่มีใครพูดออกมา (6) แต่ละหัวหน้าใช้วิธีคุยกับทีมคนละแบบ ทำให้มาตรฐานการดูแลคนไม่เท่ากันในแต่ละแผนก หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ทั้ง 6 เรื่องนี้โดยตรง
หลักสูตรนี้ต่างจากการอบรมการสื่อสารทั่วไปอย่างไร? +
จุดเด่นคือหลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่ “พูดให้ดีขึ้น” แต่เชื่อมทั้ง Clear Communication, Deep Listening, Empathic Listening, Feedback, การจัดการบทสนทนาเรื่องยาก และการสื่อสารข้ามเจนเนอเรชัน เข้าด้วยกัน พร้อมใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Outcome Driven Learning และโมเดล 70:20:10 เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่นำไปใช้ได้จริงในงาน
ฟังอย่างไรให้ได้ยินสิ่งที่ลูกน้องไม่ได้พูดออกมา +
สิ่งที่ลูกน้องพูดออกมามักเป็นแค่ยอดของเรื่อง ส่วนที่ไม่ได้พูดคือความรู้สึกและความกังวลที่อยู่ข้างหลัง วิธีฟังให้ถึงระดับนั้นมี 3 ขั้น (1) ฟังจนจบโดยไม่เตรียมคำตอบระหว่างที่เขาพูด เพราะเมื่อไรที่เริ่มคิดคำตอบ เราจะหยุดได้ยิน (2) ทวนสิ่งที่ได้ยินด้วยคำของเราเอง แล้วถามว่าเข้าใจถูกไหม ซึ่งเป็นจุดที่อีกฝ่ายมักเติมข้อมูลที่ไม่เคยบอกมาก่อน (3) ถามต่อว่าสิ่งที่กังวลที่สุดในเรื่องนี้คืออะไร เพื่อไปให้ถึงความต้องการที่แท้จริง สัญญาณว่าฟังได้ถึงระดับนี้คืออีกฝ่ายพูดประโยคที่ขึ้นต้นว่า จริงๆ แล้ว
ให้ Feedback อย่างไรไม่ให้ลูกน้องตั้งรับ +
ลูกน้องตั้งรับเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกตัดสินตัวตน ไม่ใช่ถูกพูดถึงพฤติกรรม วิธีที่ลดการตั้งรับมี 4 ข้อ (1) พูดถึงสิ่งที่เห็นและได้ยินจริง แทนคำเหมารวมอย่างไม่ใส่ใจหรือไม่รับผิดชอบ (2) บอกผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกับงาน ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมทีม แทนการบอกว่าผิด (3) เปิดให้อีกฝ่ายอธิบายมุมของเขาก่อนสรุป เพราะหลายครั้งมีข้อมูลที่เราไม่รู้ (4) จบด้วยข้อตกลงว่าครั้งหน้าจะทำอย่างไร แทนการจบที่การชี้ความผิด และควรให้ Feedback เร็วที่สุดหลังเหตุการณ์ แต่ไม่ทำต่อหน้าคนอื่น
จะเริ่มบทสนทนาเรื่องยากอย่างไรให้ไม่บานปลาย +
ประโยคแรกเป็นตัวตัดสินว่าบทสนทนาจะไปทางไหน ลำดับที่ใช้ได้จริงมี 5 ขั้น (1) เลือกเวลาและสถานที่ที่เป็นส่วนตัวและไม่เร่งรีบ (2) เปิดด้วยเจตนา บอกไปตรงๆ ว่าอยากคุยเพราะเป็นห่วงหรืออยากให้งานเดินได้ดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อตำหนิ (3) เล่าข้อเท็จจริงที่สังเกตได้โดยไม่ใส่การตีความ (4) หยุดแล้วถามความเห็นของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นจุดที่หัวหน้าส่วนใหญ่ข้ามไป (5) ปิดด้วยข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายพูดออกมาเอง ไม่ใช่หัวหน้าเป็นคนกำหนดฝ่ายเดียว สิ่งที่ทำให้บานปลายที่สุดคือการเปิดด้วยการตีความ เช่น ดูเหมือนคุณไม่ใส่ใจงานเลย
สื่อสารกับลูกน้องที่เงียบและไม่ค่อยพูดต้องทำอย่างไร +
ลูกน้องที่เงียบไม่ได้แปลว่าไม่มีความเห็น แต่มักแปลว่าเคยพูดแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยน หรือเคยพูดแล้วถูกตอบกลับในทางที่ไม่ดี วิธีที่ได้ผลมี 4 ข้อ (1) เปลี่ยนจากคำถามกว้างอย่าง มีอะไรจะเสนอไหม เป็นคำถามเฉพาะเจาะจง เช่น ในขั้นตอนนี้มีตรงไหนที่ทำแล้วรู้สึกติดขัดบ้าง (2) ให้เวลาเงียบหลังถาม อย่ารีบเติมคำตอบให้ (3) คุยตัวต่อตัวแทนการถามในที่ประชุม เพราะบางคนไม่พูดเมื่อมีคนฟังหลายคน (4) เมื่อเขาพูดแล้วต้องมีอะไรเปลี่ยนจริง แม้เป็นเรื่องเล็ก เพราะนั่นคือหลักฐานว่าการพูดมีความหมาย
ผู้เรียนจะได้เครื่องมืออะไรกลับไปใช้บ้าง +
ผู้เรียนจะได้เครื่องมือที่ใช้ได้ทันที 5 ชิ้น (1) Self-Assessment Checklist สำหรับประเมินสไตล์การสื่อสารของตัวเองและจุดที่มักทำให้อีกฝ่ายตั้งรับ (2) Empathy Mapping Tool สำหรับเข้าใจความคิด ความรู้สึก และแรงจูงใจของลูกน้องก่อนเข้าคุย (3) Feedback Script Template สำหรับเตรียมประโยคที่จะพูดจริง (4) Difficult Conversation Planner สำหรับวางลำดับบทสนทนาเรื่องยากตั้งแต่ประโยคเปิดจนถึงข้อตกลง (5) Action Plan และ Reflection Sheet สำหรับติดตามผลหลังคุย ทั้งหมดเป็นแบบฟอร์มที่นำกลับไปใช้ซ้ำกับบทสนทนาครั้งถัดไปได้
หลังอบรมมีการติดตามผลอย่างไร +
องค์กรสามารถต่อยอดเป็น Learning Journey เต็มรูปแบบได้ เริ่มจาก Readiness Check ก่อนอบรม เพื่อสำรวจว่าหัวหน้างานแต่ละคนมีเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้คุยกี่เรื่อง เป็นเรื่องอะไร และเคยคุยแล้วผลออกมาอย่างไร เพื่อนำมาเป็นเคส Role Play ในห้องเรียน ตามด้วย Action Commitment ที่ระบุบทสนทนาจริงที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์แรก และ 8 Weeks Behavioral Tracker ที่ติดตามผ่าน LINE เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เช่น จำนวนบทสนทนาที่เคยเลี่ยงแล้วได้คุยจริง การถามความเห็นของอีกฝ่ายก่อนสรุปเอง และการปิดบทสนทนาด้วยข้อตกลงที่ชัดเจน HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายทีม
จัดอบรม In-house ให้องค์กรได้หรือไม่ ขอใบเสนอราคาอย่างไร +
ได้ หลักสูตรออกแบบสำหรับ In-house Training โดยเฉพาะ โดยนำบทสนทนาจริงที่หัวหน้างานในองค์กรกำลังเจอมาเป็นเคส Role Play จึงปรับได้ทั้งสายผลิต สายบริการ สายเทคนิค และสายสำนักงาน และได้ผลดีที่สุดเมื่อจัดให้หัวหน้างานในหน่วยงานเดียวกันมาเรียนพร้อมกัน เพราะจะได้มาตรฐานการคุยกับทีมที่เหมือนกัน HR เพียงแจ้งจำนวนผู้เรียน ระดับตำแหน่ง และช่วงเวลาที่ต้องการ ทีมงานจะติดต่อกลับพร้อม Course Outline และใบเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)