หลักสูตร ทำงานเป็นทีมและจัดการความขัดแย้งในที่ทำงาน
(Team Synergy and Conflict Mastery)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

หลักสูตรอบรม Team Synergy and Conflict Mastery สำหรับพัฒนาการทำงานเป็นทีม การสื่อสารในทีม การจัดการความขัดแย้ง และสร้างความร่วมมืออย่างมืออาชีพ


Team Synergy & Conflict Mastery: ทำงานเป็นทีมอย่างมืออาชีพและจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์


ทีมที่ไม่ทะเลาะกันเลย ไม่ได้แปลว่าทีมนั้นแข็งแรง ในหลายองค์กร ทีมที่ดูสงบที่สุดคือทีมที่ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งที่คิดจริง ประชุมแล้วเงียบ เห็นปัญหาแล้วไม่ทัก ไม่เห็นด้วยแต่พยักหน้า แล้วไปคุยกันเองหลังห้อง ความขัดแย้งไม่ได้หายไป มันแค่ย้ายที่ และกลับมาปรากฏในรูปของงานที่ส่งช้า ข้อมูลที่ไม่ถูกส่งต่อ การโยนความรับผิดชอบข้ามหน่วยงาน และคนเก่งที่ค่อยๆ เงียบลงจนสุดท้ายลาออก ปัญหาจึงไม่ใช่การมีความเห็นต่าง แต่คือ ทีมไม่มีวิธีจัดการความเห็นต่างที่ปลอดภัยพอจะใช้ได้จริง หลักสูตรนี้จึงไม่ได้สอนให้ทุกคนเข้ากันได้ แต่สอนให้ทีมสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดความจริง (Psychological Safety) และมีวิธีคุยเรื่องที่เห็นต่างกันจนได้ข้อสรุปที่นำไปทำต่อได้ โดยความสัมพันธ์ยังอยู่


หลักสูตรนี้ถูกออกแบบในมุมของ HR และการพัฒนาองค์กร (Organization Development) โดยมุ่งสร้าง “ระบบการทำงานร่วมกันของทีม” ไม่ใช่เพียงการปรับทัศนคติรายบุคคล ผู้เรียนจะได้สร้าง ภาษากลางของทีม (Team Working Language) ผ่านเครื่องมืออย่าง Team Charter, Role Clarity, RACI Lite และกรอบการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ทีมสามารถคุยเรื่องยาก แก้ความขัดแย้ง และตัดสินใจร่วมกันบนข้อเท็จจริงและเป้าหมายองค์กร


หัวใจสำคัญของหลักสูตรคือการเชื่อม Team Effectiveness, Conflict Management และ Psychological Safety เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ผู้เรียนจะได้ตระหนักรู้บทบาท พฤติกรรม และรูปแบบการตอบสนองต่อความขัดแย้งของตนเอง พร้อมฝึกใช้เครื่องมือที่ HR สามารถนำไปต่อยอดเป็น มาตรฐานการทำงานเป็นทีม (Team Standard / Team Agreement) ในหน่วยงานได้จริง ลดปัญหาการโยนงาน โทษกัน และความตึงเครียดที่บั่นทอน Engagement


สำหรับองค์กรและ HR ผลลัพธ์ของหลักสูตรนี้ไม่ใช่แค่ “บรรยากาศทีมดีขึ้น” แต่คือ การลดงานแก้ซ้ำ ลดความผิดพลาดจากการสื่อสาร เพิ่มความเร็วและคุณภาพในการส่งมอบงาน และสร้างทีมที่กล้าพูด กล้าคิด และร่วมรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Outcome Driven Learning (ODL) และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ 70:20:10, Talent Development, Leadership Development และ Engagement Strategy ขององค์กรได้อย่างชัดเจน

หลักสูตรนี้ต่างจากหลักสูตรพัฒนาทีมตัวอื่นของ Coach Weeraphan อย่างไร
        หลักสูตรนี้พัฒนา ทีมทั้งทีมพร้อมกัน เพื่อสร้างข้อตกลงและบรรยากาศการทำงานร่วมกัน จึงเหมาะกับการจัดให้ทั้งหน่วยงานหรือทั้งทีมข้ามสายงาน
        หากโจทย์คือ พัฒนา หัวหน้างาน ให้โค้ชและให้ Feedback ลูกน้องเป็น ดูหลักสูตร พัฒนาทีมด้วยทักษะโค้ชและเทคนิคการให้ Feedback
        หากโจทย์คือ ผู้จัดการระดับกลาง ที่ต้องคุยเรื่องยากเรื่อง Performance กับทีม ดูหลักสูตร พัฒนาผู้จัดการระดับกลางให้โค้ชเป็น มอบอำนาจได้


ส่วนหลักสูตรนี้เน้นความสัมพันธ์และข้อตกลงระหว่างคนในทีม ไม่ใช่บทสนทนาระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

หลักสูตรอบรม Team Synergy and Conflict Mastery สำหรับพัฒนาการทำงานเป็นทีม การสื่อสารในทีม การจัดการความขัดแย้ง และสร้างความร่วมมืออย่างมืออาชีพ


1)   สร้าง “การตระหนักรู้” ต่อพฤติกรรมที่กระทบการทำงานเป็นทีม
       หลักสูตรมุ่งให้ผู้เรียนเห็นบทบาท รูปแบบการทำงาน และพฤติกรรมของตนเองที่ ทำให้ทีมเดินหน้าหรือสะดุด ผ่าน Self-Assessment และ Reflection เพื่อเปลี่ยนจากการโฟกัสที่ “คนอื่นควรปรับ” มาเป็น “ฉันควรปรับอะไรเพื่อให้ทีมทำงานได้ดีขึ้น”


Focus สำคัญ:
Self-Awareness, Team Awareness, Behavioral Impact


2)   ปรับกรอบความคิดจาก “ปะทะหรือหลีกเลี่ยง” เป็น “จัดการความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์”  
       เนื้อหามุ่งเปลี่ยน Mindset ต่อความขัดแย้ง จากการมองว่าเป็นปัญหา ไปสู่การมองว่าเป็น ข้อมูลสำคัญของระบบงาน พร้อมฝึกการแยก “คนออกจากปัญหา” และสื่อสารบนข้อเท็จจริง ลดอารมณ์และการตีความผิด


Focus สำคัญ:
Conflict Mindset, Psychological Safety, การสนทนาบนข้อเท็จจริง


3)   พัฒนาทักษะการสื่อสารในสถานการณ์ทำงานจริงที่ HR พบซ้ำ
       หลักสูตรเน้นฝึก คุยเรื่องยากในที่ทำงาน เช่น งานล่าช้า งานไม่ครบ การประสานงานผิดพลาด และความคาดหวังไม่ตรง ผ่าน Script, Roleplay และ Feedback เพื่อให้ผู้เรียนมี “ภาษาที่ใช้ได้จริง” ไม่ใช่แค่เข้าใจหลักการ


Focus สำคัญ:
Constructive Communication, การให้ Feedback และการพูดคุยเรื่องที่เห็นต่าง


4)   สร้างมาตรฐานการทำงานร่วมกันของทีม (Team Working Standard) 
       ผู้เรียนจะร่วมกันออกแบบ Team Charter / Team Working Agreement เพื่อสร้างความชัดเจนด้านบทบาท ความรับผิดชอบ การสื่อสาร และกติกาการทำงานร่วมกัน ซึ่ง HR สามารถนำไปต่อยอดเป็นมาตรฐานทีม หรือใช้ในโครงการ OD ได้ทันที


Focus สำคัญ:
Role Clarity, Accountability, Team Alignment


5)   เชื่อมการเรียนรู้สู่การนำไปใช้จริงและวัดผลได้
       เนื้อหาทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมกับ Action Plan, 30-Day Experiment และ Follow-up เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ไม่จบแค่ในห้องอบรม และสนับสนุนการติดตามผลของ HR อย่างเป็นระบบ


Focus สำคัญ:
Behavior Change, Application at Work, Measurable Outcome


6)   สนับสนุนบทบาท HR ในการพัฒนา “ทีมที่ทำงานได้จริง”
       หลักสูตรนี้ถูกออกแบบให้ HR ใช้เป็นเครื่องมือในการ
       - ลดแรงเสียดทานในการทำงานข้ามทีม
       - เพิ่มประสิทธิภาพการประสานงาน
       - สร้างวัฒนธรรมการสื่อสารตรงไปตรงมาอย่างมืออาชีพ


Focus สำคัญ:
HRD Strategy, Organization Development, Team Effectiveness


 


 

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

หลักสูตรอบรม Team Synergy and Conflict Mastery สำหรับพัฒนาการทำงานเป็นทีม การสื่อสารในทีม การจัดการความขัดแย้ง และสร้างความร่วมมืออย่างมืออาชีพ


Outcome ระดับบุคคล (Individual Outcome) หลังจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถ
     - ตระหนักรู้บทบาท พฤติกรรม และรูปแบบการตอบสนองต่อความขัดแย้งของตนเองที่ส่งผลต่อทีม
     - สื่อสารในสถานการณ์เห็นต่างหรือคุยเรื่องยากได้อย่างมีโครงสร้าง ลดอารมณ์และการตีความผิด
     - แยก “คนออกจากปัญหา” และโฟกัสที่เป้าหมายและผลลัพธ์ของงานมากขึ้น
     - มีความมั่นใจในการให้ Feedback และรับ Feedback อย่างสร้างสรรค์


ผลลัพธ์ที่จับต้องได้:
     ผู้เรียนมี Script และเครื่องมือที่ใช้คุยเรื่องยากในงานจริงได้ทันที


Outcome ระดับทีม (Team Outcome) ทีมงานที่เข้าร่วมหลักสูตรจะ
     - มีความชัดเจนด้านบทบาท ความรับผิดชอบ และวิธีประสานงานมากขึ้น
     - ลดความขัดแย้งสะสมจากการสื่อสารไม่ตรงหรือความคาดหวังไม่ชัด
     - สามารถพูดคุยปัญหาเชิงงานได้เร็วขึ้น ก่อนลุกลามเป็นปัญหาความสัมพันธ์
     - สร้าง Team Working Agreement / Team Charter ที่ใช้เป็นกติกาการทำงานร่วมกันจริง


ผลลัพธ์ที่จับต้องได้:
     ทีมมีข้อตกลงการทำงานร่วมกัน และแผนทดลองใช้จริงในช่วง 30 วันหลังอบรม


Outcome ระดับองค์กร (Organization Outcome)  ในมุมขององค์กรและ HR หลักสูตรนี้ช่วยให้
     - ลดแรงเสียดทานในการทำงานข้ามทีม และลดงานแก้ซ้ำจากความเข้าใจไม่ตรง
     - เพิ่มความเร็วและคุณภาพในการส่งมอบงาน (Speed & Quality of Execution)
     - สนับสนุนวัฒนธรรม Psychological Safety และ Accountability ในการทำงานเป็นทีม
     - HR มี Framework และเครื่องมือที่สามารถต่อยอดเป็นมาตรฐานการทำงานของทีม หรือใช้ในโครงการ OD ได้


ผลลัพธ์ที่จับต้องได้:
     การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมที่วัดผลได้ผ่าน Action Plan, Follow-up และ Feedback จากหน้างาน


Outcome เชิงการพัฒนา (Behavioral & Capability Shift) หลักสูตรนี้ออกแบบให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจาก “เข้าใจหลักการ” → “ใช้ได้จริง” → “เกิดพฤติกรรมใหม่ในทีม” โดยเน้น
     - Mindset ที่ถูกต้องต่อการทำงานเป็นทีมและความขัดแย้ง
     - Skill ที่นำไปใช้ได้ทันทีในงานจริง
     - System ที่ช่วยให้พฤติกรรมใหม่ไม่หายไปหลังการอบรม

เนื้อหาหลักสูตร

หลักสูตรอบรม Team Synergy and Conflict Mastery สำหรับพัฒนาการทำงานเป็นทีม การสื่อสารในทีม การจัดการความขัดแย้ง และสร้างความร่วมมืออย่างมืออาชีพ


Self-Assessment (ก่อนเข้า Part 1)
      - Team Collaboration Check (ระดับความร่วมมือ/ความไว้วางใจ/ความชัดเจนงาน
      - Conflict Style Check (แนวโน้มหลีกเลี่ยง/แข่งขัน/ประนีประนอม/ร่วมมือ)


Part 1: การสำรวจตัวเองและสร้าง Awareness
      - คำถามสำรวจ: “ฉันทำให้ทีมง่ายขึ้นหรือยากขึ้น?” “งานสะดุดเพราะอะไร—คน/ระบบ/ข้อมูล?”
      - นิยาม/หลักการ: Team Effectiveness & Psychological Safety
      - ปัจจัย/องค์ประกอบ: เป้าหมายร่วม, บทบาทชัด, ความไว้ใจ, กติกาทีม, Feedback loop
      - Workshop/Activity: Team Mirror Reflection + Mapping “จุดรั่วการทำงานข้ามทีม”
      - Frameworks & Tools: Psychological Safety, Johari Window
      - Forms: Team Self-Assessment Form, Role Clarity Sheet
      - ผลลัพธ์: ผู้เรียนตระหนักรู้จุดแข็ง/จุดอ่อนทีม และเห็นปัญหาเชิงระบบ


Part 2: สร้างกรอบความคิดและแนวทางปฏิบัติ Mindset
      - กรอบความคิดหลัก: “ยึดเป้าหมายร่วมมากกว่าอีโก้” / “คุยเรื่องยากเร็ว = ลดความเสียหาย”
      - กับดักความคิด: Assume intent, Confirmation bias, “เงียบคือยอม”
      - เทคนิคเอาชนะกับดัก: แยกคนออกจากปัญหา, ถามก่อนสรุป, โฟกัสข้อเท็จจริง
      - Workshop/Activity: Case Analysis “ความขัดแย้งจากงานส่งมอบผิด/ข้อมูลไม่ครบ”
      - Frameworks & Tools: Ladder of Inference, NVC (Nonviolent Communication) แบบย่อ
      - Forms: Trigger-to-Response Log, Mindset Mapping Form
      - ผลลัพธ์: ผู้เรียนเข้าใจหลุมพรางความคิดและวิธีตั้งสติคุยอย่างสร้างสรรค์


Part 3: ชุดเทคนิค/ทักษะ/เครื่องมือ
      - เทคนิค 1: Conflict Conversation Script (Fact–Impact–Need–Request)
      - เทคนิค 2: Alignment Checklist (ใครต้องรู้อะไร เมื่อไหร่ ช่องทางใด)
      - เทคนิค 3: Team Charter & Working Agreement (กติกาการทำงานร่วมกัน)
      - Workshop/Activity: Roleplay “เพื่อนร่วมงานส่งงานช้า/ส่งไม่ครบ” + Peer Feedback
      - Frameworks & Tools: Interest-Based Negotiation, RACI (Lite)
      - Forms: Team Charter Template, RACI Lite Worksheet
      - ผลลัพธ์: ผู้เรียนใช้สคริปต์และเครื่องมือได้จริงในสถานการณ์ทำงาน


Part 4: การประยุกต์ใช้ Mindset & Methodology กับสถานการณ์จริง
      - นำไปใช้กับการพัฒนากระบวนการทำงานข้ามทีม (handoff/approval/แจ้งข้อมูล)
      - นำไปใช้แก้ปัญหาความเข้าใจไม่ตรง/ความขัดแย้งซ้ำ
      - นำไปใช้พัฒนาความสัมพันธ์และบรรยากาศทีม
      - Workshop/Activity: สร้าง “Team Agreement 3 ข้อ” + Present แผนทดลองใช้ 30 วัน
      - Frameworks & Tools: After Action Review (AAR), Review Cycle
      - Forms: 30-Day Action Plan Template, Team Agreement Sheet
      - ผลลัพธ์: ได้ข้อตกลงทีมและแผนทดลองใช้จริงแบบวัดผลได้

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

https://www.coachweeraphan.com/imgs/wrp-content/c61e14d0ff902430d61d6d678a690cb9.pngหลักสูตรอบรม Team Synergy and Conflict Mastery สำหรับพัฒนาการทำงานเป็นทีม การสื่อสารในทีม การจัดการความขัดแย้ง และสร้างความร่วมมืออย่างมืออาชีพ


เครื่องมือ (Tools)
- Team Collaboration Check
- Conflict Style Check
- Role Clarity Sheet
- Conflict Conversation Script (Fact–Impact–Need–Request)
- Alignment Checklist
- RACI Lite Worksheet
- Team Charter Template
- 30-Day Action Plan
- After Action Review (AAR)
- Success Tracker & Mini Feedback


เฟรมเวิร์ค (Frameworks)
- Team Effectiveness Model
- Psychological Safety
- Johari Window
- Ladder of Inference
- Nonviolent Communication (NVC – Simplified)
- Interest-Based Negotiation
- Accountability Mindset
- Outcome Driven Learning (ODL)
- 70 : 20 : 10 Learning Model


กิจกรรม (Activities)
- Team & Conflict Self-Assessment
- Team Mirror Reflection
- Cross-Team Pain Mapping
- Case Analysis (Workplace Conflict)
- Roleplay: บทสนทนาเรื่องที่เห็นต่างในทีม
- Peer Feedback Session
- Team Charter Workshop
- Team Agreement Presentation
- 30-Day Experiment Planning
- Group Reflection & Action Sharing

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้


สัดส่วนเนื้อหา
- 30 เปอร์เซ็นต์ Concept และ Framework เรื่องพลวัตของทีมและธรรมชาติของความขัดแย้ง
- 50 เปอร์เซ็นต์ Workshop และ Role Play จากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในองค์กร
- 20 เปอร์เซ็นต์ Reflection Group Dialogue และการตกลงข้อตกลงร่วมของทีม


รูปแบบการเรียนรู้
คลาสไม่ได้เริ่มจากทฤษฎีเรื่องประเภทของความขัดแย้ง แต่เริ่มจากสถานการณ์ที่ผู้เรียนเจอจริงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น งานที่ส่งต่อกันแล้วตกหล่น การประชุมที่ไม่ได้ข้อสรุป หรือเรื่องที่ทุกคนรู้แต่ไม่มีใครพูด ผู้เรียนจะได้ลองพูดด้วยวิธีเดิมก่อน แล้วจึงนำ Framework เข้าไปช่วยเปลี่ยนวิธีสนทนา ทำให้ได้ประโยคที่ใช้พูดจริงกลับไป ไม่ใช่แค่รู้ว่าควรทำอย่างไร


องค์ประกอบของการเรียนรู้
- Real Case จากงานของผู้เรียนเอง ไม่ใช่กรณีศึกษาสมมติ
- Role Play แบบมี Observer และ Feedback ทันทีในห้อง
- Team Agreement ที่ทีมร่วมกันเขียนขึ้นเองในห้องเรียน
- Action Commitment ที่ระบุบทสนทนาจริงที่จะเกิดขึ้นหลังอบรม พร้อมกำหนดเวลา


วัดผลด้วย Outcome-Driven Learning
เรื่องทีมและความขัดแย้งเป็นหัวข้อที่วัดผลยากที่สุด เพราะไม่มีตัวเลขในระบบให้ดู หลักสูตรนี้จึงจัดเป็น Learning Journey เต็มรูปแบบได้ตามระบบของ Coach Weeraphan
- Readiness Check ก่อนอบรม สำรวจว่าทีมกล้าพูดความจริงมากน้อยแค่ไหน ความขัดแย้งที่ค้างอยู่มีเรื่องอะไรบ้าง และแต่ละคนรับมืออย่างไร เพื่อใช้เป็นจุดตั้งต้นและเป็นเคสในห้องเรียน
- Impact Workshop 1 วัน ฝึกบทสนทนาจากเคสจริง จบด้วย Team Agreement และ Action Commitment
- 8 Weeks Behavioral Tracker หลังอบรม ติดตามผ่าน LINE 8 สัปดาห์ เช่น การพูดเรื่องที่เห็นต่างในที่ประชุมแทนการเก็บไว้ การเคลียร์เรื่องค้างกับเพื่อนร่วมงานโดยตรงแทนการบ่นกับคนอื่น และการปฏิบัติตาม Team Agreement ที่ตกลงกันไว้


HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายทีม ซึ่งทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศทีมเป็นรูปธรรม แทนการวัดด้วยความรู้สึก

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

        - ทีมงานที่ต้องทำงานร่วมกันข้ามสายงานเป็นประจำ เช่น ฝ่ายขายกับฝ่ายผลิต หรือฝ่ายโครงการกับฝ่ายจัดซื้อ
       - ทีมที่เพิ่งควบรวมหรือปรับโครงสร้างใหม่ และยังหาวิธีทำงานร่วมกันไม่ลงตัว
       - หัวหน้างานระดับต้นที่ต้องดูแลความสัมพันธ์ในทีมควบคู่กับผลงาน
       - ทีมที่มีสมาชิกหลากหลายช่วงวัยหรือหลากหลายพื้นฐานวิชาชีพ
       - พนักงานที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานอื่นแต่ไม่มีอำนาจสั่งการ
       - HR และ HRD ที่ต้องการวางมาตรฐานการทำงานร่วมกันให้ทั้งองค์กรใช้ภาษาเดียวกัน


เหมาะกับองค์กรที่เจอสถานการณ์เหล่านี้บ่อย
       - ประชุมแล้วเงียบ ไม่มีใครค้าน แต่พอออกจากห้องกลับมีเสียงบ่น
       - งานส่งต่อระหว่างหน่วยงานแล้วตกหล่น จนต้องหาคนรับผิดชอบทีหลัง
       - เรื่องที่ทุกคนรู้ว่าเป็นปัญหา แต่ไม่มีใครพูดในที่ประชุม
       - ความขัดแย้งเก่าที่ไม่เคยเคลียร์ ทำให้สองหน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือกัน
       - พนักงานเก่งลาออกโดยให้เหตุผลว่า "บรรยากาศการทำงาน"
       - หัวหน้าต้องเข้าไปเคลียร์ปัญหาระหว่างลูกน้องเองแทบทุกครั้ง


ระดับความรู้พื้นฐาน ไม่ต้องมีพื้นฐานด้านจิตวิทยาหรือการสื่อสารมาก่อน หลักสูตรออกแบบให้เริ่มจากสถานการณ์จริงของผู้เรียน แล้วค่อยเติมเครื่องมือทีละชิ้น<


จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม 20 ถึง 30 คนต่อรุ่น และได้ผลดีที่สุดเมื่อจัดให้ทีมที่ทำงานร่วมกันจริงมาเรียนพร้อมกัน เพราะข้อตกลงที่เกิดขึ้นในห้องจะถูกนำไปใช้ได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ทำไมทีมที่ไม่มีใครทะเลาะกัน ถึงยังทำงานไม่ลื่น +
เพราะองค์กรวันนี้ไม่ได้แข่งขันกันที่ “คนเก่งรายบุคคล” อย่างเดียว แต่แข่งขันกันที่ความสามารถของทีมในการประสานงาน ทำงานข้ามสายงาน และจัดการความเห็นต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหน้าเว็บหลักสูตรระบุชัดว่าเมื่อทีมสื่อสารไม่ตรงกัน เกิดความขัดแย้งสะสม และขาดพื้นที่ปลอดภัยในการพูดความจริง ประสิทธิภาพการทำงานจะลดลงทันทีแม้จะมีคนเก่งอยู่ในทีมก็ตาม
ความขัดแย้งในทีมส่งผลเสียต่อองค์กรอย่างไรบ้าง +
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ Pain Point หลักเรื่องทีมทำงานไม่ลื่นไหล สื่อสารไม่ตรงกัน เกิดความขัดแย้งสะสม ขาด Psychological Safety และทำให้การส่งมอบงานช้าลงหรือผิดพลาดซ้ำ ๆ โดยคอร์สนี้ออกแบบในมุมของ HR และ Organization Development เพื่อสร้าง “ระบบการทำงานร่วมกันของทีม” มากกว่าการปรับทัศนคติรายบุคคลเพียงอย่างเดียว
หลักสูตรนี้ต่างจากการอบรม Teamwork หรือ Communication ทั่วไปอย่างไร? +
จุดเด่นคือหลักสูตรนี้ไม่ได้พูดเรื่องทีมเวิร์กแบบกว้าง ๆ แต่เชื่อม Team Effectiveness, Conflict Management และ Psychological Safety เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้าง ภาษากลางของทีม ผ่านเครื่องมืออย่าง Team Charter, Role Clarity, RACI Lite และกรอบการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ทีมคุยเรื่องยาก แก้ความขัดแย้ง และตัดสินใจร่วมกันบนข้อเท็จจริงและเป้าหมายองค์กรได้จริง
Psychological Safety คืออะไร สร้างในทีมได้อย่างไร +
Psychological Safety หรือความปลอดภัยทางจิตใจ คือความเชื่อร่วมกันของทีมว่า การพูดความจริง ถามคำถาม ยอมรับว่าไม่รู้ หรือบอกว่าตัวเองทำผิด จะไม่ทำให้ถูกตำหนิหรือถูกมองว่าไร้ความสามารถ ทีมที่ขาดสิ่งนี้จะเงียบในที่ประชุม ไม่ทักเมื่อเห็นปัญหา ไม่รายงานความผิดพลาดจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ และไม่กล้าเสนอความคิดใหม่ วิธีสร้างในทีมมี 5 ข้อ (1) หัวหน้าเปิดก่อนด้วยการยอมรับข้อจำกัดและความผิดพลาดของตัวเอง (2) ตั้งกติกาทีมร่วมกันว่าเรื่องใดต้องพูดและพูดอย่างไร (3) แยกคนออกจากปัญหา พูดถึงพฤติกรรมและผลกระทบแทนการตัดสินตัวบุคคล (4) ตอบสนองต่อข่าวร้ายด้วยการขอบคุณและถามต่อ แทนการตำหนิผู้แจ้ง (5) ปิดทุกการประชุมด้วยการถามความเห็นต่างอย่างจริงจัง ในหลักสูตรนี้ผู้เรียนจะฝึกทั้ง 5 ข้อผ่าน Johari Window การสำรวจปัจจัยของทีมที่มีประสิทธิภาพ และการเขียน Team Agreement ของทีมตนเองในห้องเรียน
จะพูดเรื่องที่เห็นต่างอย่างไรไม่ให้เสียความสัมพันธ์ +
ได้อย่างชัดเจน เพราะจุดมุ่งเน้นของคอร์สระบุว่าผู้เรียนจะได้ปรับกรอบความคิดจาก “ปะทะหรือหลีกเลี่ยง” ไปสู่ “จัดการความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์” พร้อมเรียนรู้การแยกคนออกจากปัญหา ลดอารมณ์ ลดการตีความผิด และฝึกใช้แนวคิด Conflict Mindset, Psychological Safety, การสนทนาบนข้อเท็จจริง กับสถานการณ์ทำงานจริงที่ HR มักพบซ้ำ
ทีมที่ส่งงานต่อกันแล้วตกหล่น ควรแก้ที่ตรงไหน +
หลักสูตรนี้มีเนื้อหาชัดเจนเรื่องการคุยเรื่องยากในที่ทำงาน เช่น งานล่าช้า งานไม่ครบ การประสานงานผิดพลาด หรือความคาดหวังไม่ตรงกัน โดยผู้เรียนจะได้ฝึกผ่าน Script, Roleplay และ Peer Feedback พร้อมใช้เครื่องมืออย่าง Conflict Conversation Script (Fact–Impact–Need–Request) และ Alignment Checklist เพื่อให้มี “ภาษาที่ใช้ได้จริง” ในสถานการณ์กดดัน
หลักสูตรนี้ช่วยสร้างมาตรฐานการทำงานร่วมกันของทีมได้ไหม? +
ได้ เพราะหนึ่งในจุดมุ่งเน้นหลักของคอร์สคือการสร้าง Team Working Standard โดยให้ผู้เรียนร่วมกันออกแบบ Team Charter / Team Working Agreement เพื่อกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ วิธีสื่อสาร และกติกาการทำงานร่วมกัน ซึ่ง HR สามารถนำไปต่อยอดเป็นมาตรฐานทีม หรือใช้ในโครงการ OD ขององค์กรได้ทันที
ผู้เรียนจะได้อะไรกลับไปจากหลักสูตร “Team Synergy and Conflict Mastery” นี้บ้าง? +
ผู้เรียนจะได้อย่างน้อย 5 เรื่องสำคัญ คือ หนึ่ง ตระหนักรู้บทบาท พฤติกรรม และรูปแบบการตอบสนองต่อความขัดแย้งของตนเอง สอง สื่อสารในสถานการณ์เห็นต่างหรือคุยเรื่องยากได้อย่างมีโครงสร้าง สาม แยก “คน” ออกจาก “ปัญหา” และโฟกัสที่เป้าหมายของงานมากขึ้น สี่ มีความมั่นใจในการให้และรับ Feedback อย่างสร้างสรรค์ ห้า มี Script และเครื่องมือที่ใช้คุยเรื่องยากในงานจริงได้ทันที
“Cross-functional Teamwork”, “Team Communication Skills” หรือ “Team Effectiveness Program” หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง? +
หลักสูตรนี้ถูกออกแบบในมุมของ HR และการพัฒนาองค์กรเพื่อใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาทีมที่ต้องทำงานข้ามสายงาน ลดแรงเสียดทานในการประสานงาน และสร้างความร่วมมือที่มีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นจึงเหมาะกับทีมงานในองค์กรที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ความชัดเจนของบทบาท ความคาดหวังไม่ตรงกัน หรือมีความขัดแย้งสะสมในการทำงานร่วมกัน
จัดอบรม In-house ให้ทั้งทีมได้หรือไม่ ขอใบเสนอราคาอย่างไร +
ได้ หลักสูตรออกแบบสำหรับ In-house Training โดยเฉพาะ และได้ผลดีที่สุดเมื่อจัดให้ทีมที่ทำงานร่วมกันจริงมาเรียนพร้อมกัน เพราะ Team Agreement ที่ตกลงกันในห้องจะถูกนำไปใช้ได้ทันที โดยปรับเคสและ Role Play ให้ตรงกับสถานการณ์ที่ทีมกำลังเจอ HR เพียงแจ้งจำนวนผู้เรียน ลักษณะทีม และช่วงเวลาที่ต้องการ ทีมงานจะติดต่อกลับพร้อม Course Outline และใบเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)