คนเรียน...แกล้งตาย!!
ตอนเริ่มเป็นวิทยากรใหม่ๆ มีโจทย์หนึ่งที่ยากและท้าทายที่สุดสำหรับผมคือ “ถามแล้วคนเรียนไม่มีใครยกมือตอบ!!!!“ เหตุผลอย่างหนึ่งอาจจะมาจากความไม่คุ้นเคยกันระหว่างวิทยากรกับผู้เรียน ทำให้ไม่แน่ใจว่าหากตอบผิดแล้วจะเกิดผลอย่างไร
ตอนเริ่มเป็นวิทยากรใหม่ๆ มีโจทย์หนึ่งที่ยากและท้าทายที่สุดสำหรับผมคือ “ถามแล้วคนเรียนไม่มีใครยกมือตอบ!!!!“ เหตุผลอย่างหนึ่งอาจจะมาจากความไม่คุ้นเคยกันระหว่างวิทยากรกับผู้เรียน ทำให้ไม่แน่ใจว่าหากตอบผิดแล้วจะเกิดผลอย่างไร
ซึ่งกำแพงของความไม่คุ้นเคยนี้กลายเป็นโจทย์ที่วิทยากรต้องคิดหาวิธีว่า ทำอย่างไรให้บรรยากาศในคลาสกลายเป็น พื้นที่ปลอดภัย ( Safe Zone ) โดยเร็วที่สุด หรือที่เรียกว่า “ Break the Ice “
มีหลายแนวทางในการสร้างความคุ้นเคยให้เกิดขึ้น แต่ผมเลือกโฟกัสที่ กลัวตอบผิด มากที่สุด เพราะการสอนที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) ต้องให้ความสำคัญที่พฤติกรรมเดิมที่เป็นจิตใต้สำนึกของคน การตอบแล้วผิดอาจทำให้ถูกตำหนิ ถูกคอมเมนต์ จนเสียความมั่นใจเพราะถูกมองว่า ไม่เก่ง และไม่อยากหรือไม่กล้าตอบอีก จึงเลือกใช้วิธีนิ่ง เงียบ อยู่เฉย หรือหลักการทำงานสมองเรียกว่า แกล้งตาย การนิ่ง เงียบ ไม่ตอบ ก็เท่ากับว่าเขายังไม่ผิด และหากเขายังไม่ผิดก็เท่ากับไม่มีใครรู้หรือคิดว่าเขาไม่เก่ง
การไม่ตอบคำถามจึงเป็นวิธีปกปิดความไม่เก่ง ไม่รู้ อย่างหนึ่งของคน (ยกเว้นว่าเขาจะ Trust คนถามสูงมากจนรู้ได้ว่าการถูกคอมเมนต์เป็นเจตนาที่ดีของคนถามจริงๆ) การทำให้เขาตระหนักรู้ว่าการจะเติบโตหรือพัฒนาเรื่องใดก็ตาม คือการนำทักษะ/เทคนิคไป ลองใช้ คำว่า”ลองใช้“ มีโอกาสทั้งสำเร็จและล้มเหลว (ผิดพลาด) หากกรอบความคิดของเรายัง มองความล้มเหลวเป็นเชิงลบ ทำให้หยุดการใช้เทคนิคนั้นแล้วกับไปใช้พฤติกรรมเดิม แล้วเมื่อไรจะเกิดการพัฒนาจนไปถึงความสำเร็จได้
มีหลายแนวทางในการสร้างความคุ้นเคยให้เกิดขึ้น แต่ผมเลือกโฟกัสที่ กลัวตอบผิด มากที่สุด เพราะการสอนที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) ต้องให้ความสำคัญที่พฤติกรรมเดิมที่เป็นจิตใต้สำนึกของคน การตอบแล้วผิดอาจทำให้ถูกตำหนิ ถูกคอมเมนต์ จนเสียความมั่นใจเพราะถูกมองว่า ไม่เก่ง และไม่อยากหรือไม่กล้าตอบอีก จึงเลือกใช้วิธีนิ่ง เงียบ อยู่เฉย หรือหลักการทำงานสมองเรียกว่า แกล้งตาย การนิ่ง เงียบ ไม่ตอบ ก็เท่ากับว่าเขายังไม่ผิด และหากเขายังไม่ผิดก็เท่ากับไม่มีใครรู้หรือคิดว่าเขาไม่เก่ง
การไม่ตอบคำถามจึงเป็นวิธีปกปิดความไม่เก่ง ไม่รู้ อย่างหนึ่งของคน (ยกเว้นว่าเขาจะ Trust คนถามสูงมากจนรู้ได้ว่าการถูกคอมเมนต์เป็นเจตนาที่ดีของคนถามจริงๆ) การทำให้เขาตระหนักรู้ว่าการจะเติบโตหรือพัฒนาเรื่องใดก็ตาม คือการนำทักษะ/เทคนิคไป ลองใช้ คำว่า”ลองใช้“ มีโอกาสทั้งสำเร็จและล้มเหลว (ผิดพลาด) หากกรอบความคิดของเรายัง มองความล้มเหลวเป็นเชิงลบ ทำให้หยุดการใช้เทคนิคนั้นแล้วกับไปใช้พฤติกรรมเดิม แล้วเมื่อไรจะเกิดการพัฒนาจนไปถึงความสำเร็จได้
นี่คือแนวทางที่ผมใช้ในการ Break the Ice กับคนเรียนตลอดเส้นทางการเป็นวิทยากรเพื่อให้เขาลดความกังวลกับการตอบ เนื่องจากไม่มีการตอบผิดเลยในคลาสของผม แม้ว่าจะมีหลายๆ คำตอบที่ผมไม่เห็นด้วยหรือรู้สึกว่ายังเป็นเชิงลบ แต่ก็ยังไม่รีบทักหรือคอมเมนต์กลับทันที แต่รอจนถึงจังหวะในสไลด์หลักการ เทคนิค แนวคิด เพื่อกลับมาชวนคนตอบได้สำรวจและเกิดการตระหนักรู้ด้วยตัวเขาเองครับ
จากอาการแกล้งตายจึงกลายเป็นไม่กังวลกับการตอบและได้ชุดความคิดและแนวทางปฏิบัติใหม่ของตัวเองในที่สุดครับ
จากอาการแกล้งตายจึงกลายเป็นไม่กังวลกับการตอบและได้ชุดความคิดและแนวทางปฏิบัติใหม่ของตัวเองในที่สุดครับ
ปล.แม้จะเป็นวิทยากรสอนแนว T&GC มาเก้าปีแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังมีอีกเยอะมากที่ต้องเรียนรู้และเข้าใจแก่นการสอนแนวนี้เพื่อนำไปช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ผู้เรียนในระดับที่ลึกแต่จับต้องได้ ต้องขอบคุณมาสเตอร์โค้ช Pakorn Wongrattanapiboon ที่พร่ำสอนและโค้ชตลอดมาครับ