- 16 October, 2025
- admin
- 259
คำถามที่ HRD เจอทุกปี ช่วง Q4–Q1 ของทุกปี ฝ่าย HRD ต้องทำ Training Roadmap ปีถัดไป เพื่อเสนอผู้บริหาร แต่ Pain Point เดิมๆ มักกลับมาเสมอ ทำไมงบอบรมถึงถูก “จับตามอง” ทุกปี งบอบรมเฉลี่ยขององค์กร (Benchmark 2025–2026) จะใช้งบอย่างไรให้คุ้มค่า? วิธีวัดผล ROI ของการอบรม การวัดผลการอบรมไม่ใช่แค่ “ความพึงพอใจ” แต่ต้องเชื่อมโยงกับ Business Result ตัวอย่างองค์กรที่ใช้งบคุ้มค่า Checklist สำหรับ HRD: ทำแผนงบอบรม 2026 สรุป: งบอบรม 2026 ต้อง “ชัด วัดได้ คุ้มค่า” ปี 2026 ไม่ใช่แค่ “อบรมตามชั่วโมง” แต่ HRD ต้องพิสูจน์ว่าเงินทุกบาทที่ใช้ → สร้างผลลัพธ์จริง หากคุณคือ HRD ที่กำลังวาง Training Plan 2026 และต้องการให้แผนอบรมของคุณ ชัด, วัดได้, และคุ้มค่า ทีมงาน Coach Weeraphan พร้อมช่วยออกแบบโปรแกรมที่เชื่อม Competency → Performance → Business Result Click ที่นี่ HRD Plan 2026, Training Budget 2026, Training ROI, Training Roadmap 2026, HRD Thailand, Outcome Driven Learning, Training Benchmark, Competency Gap 2026, Leadership Training 2026, AI Upskilling
- งบประมาณอบรมควรตั้งไว้เท่าไหร่?
- ทำไมงบอบรมปีที่แล้วใช้ไปแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจน?
- เราจะวัดผล ROI ของ Training ได้อย่างไร?
บทความนี้จะสรุป แนวทางการใช้งบอบรมอย่างคุ้มค่า พร้อม วิธีวัดผล ROI ที่ผู้บริหารเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ HRD ใช้ประกอบการทำแผนอบรมปี 2026
- ผู้บริหารมองว่า Training คือ Cost Center ไม่ใช่ Investment
- HRD ต้องแสดงให้เห็นว่า Training → Competency → Performance → Business Result
- ยิ่งปี 2026 ที่งบหลายองค์กรถูกปรับลด การใช้งบอย่างคุ้มค่าจะยิ่งสำคัญ
- องค์กรไทย: ส่วนใหญ่ใช้งบอบรมอยู่ที่ 1–3% ของ Payroll 5,000–10,000 บาท/หัว เน้น Technical Training
- องค์กรชั้นนำ: ลงทุน 4–5% ของ Payroll 12,000–20,000 บาท/หัว เน้น Soft Skills + Digital โดยเฉพาะใน Leadership, Digital Skill, Future Skills
- ตัวเลขอ้างอิงสากล: SHRM แนะนำงบ Training เฉลี่ย 1,300 USD/คน/ปี
1. Align กับ Strategy ลงทุนใน Competency ที่เชื่อมกับ Business Goal โดยตรง เช่น Strategy = Digital Transformation → ลงทุนใน AI Upskilling + Data-driven Leadership
2. เลือก Format ที่เหมาะสม ใช้ Blended Learning / Micro Learning เพื่อลด Cost และเข้าถึงได้ต่อเนื่อง
3. Focus on Impact ไม่ใช่ Hours ใช้ Outcome Driven Learning (ODL) → ลงทุนน้อยแต่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
1. ใช้ Kirkpatrick’s Model (4 Levels)
- Reaction → ผู้เรียนชอบหรือไม่
- Learning → ได้ทักษะใหม่หรือไม่
- Behavior → ใช้ในงานจริงหรือไม่
- Result → องค์กรได้ผลลัพธ์อะไร
2. คำนวณ ROI ROI = (ผลประโยชน์จาก Training – ค่าใช้จ่าย Training) ÷ ค่าใช้จ่าย Training × 100% ตัวอย่าง
- ค่าอบรม = 500,000 บาท
- Productivity เพิ่ม → ทำให้บริษัทลด Cost ได้ 1,200,000 บาท
- ROI = (1,200,000 – 500,000) ÷ 500,000 × 100% = 140%
บริษัทหนึ่งลงทุนใน Coaching Skill for Managers งบใช้ไป 800,000 บาท แต่ผลคือ Turnover ลดลง 8% ภายใน 6 เดือน คำนวณ Cost Saving
→ ประหยัดได้มากกว่า 3 ล้านบาท
→ ทำให้ผู้บริหารมั่นใจว่า Training คือ Investment
- เรารู้ Benchmark งบอบรมขององค์กรประเภทเดียวกันหรือยัง?
- Competency Gap ไหนที่สำคัญที่สุดในปีหน้า?
- Training Format ที่เลือกเหมาะสมกับบริบทพนักงานหรือไม่?
- เรามีวิธีวัด ROI ที่ชัดเจนหรือยัง?
- ใช้ Benchmark เพื่อกำหนดงบ
- Align กับ Business Strategy
- ใช้ Outcome Driven Learning
- วัดผลด้วย ROI Model
สนใจอบรมติดต่อ
Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)