- 16 October, 2025
- admin
- 270
Learning Journey Design 2026 | HRD Thailand | Outcome Driven Learning - ผู้เข้าอบรมบอกว่า สนุกดีครับ แต่ยังไม่ได้ใช้จริง Learning Journey Design คืออะไร Learning Journey Design (LJD) คือการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่มองจาก “จุดเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Change)” เป็นหลัก ไม่ใช่แค่เนื้อหาการอบรม เพราะ “การเรียนรู้ไม่เกิดในห้องอบรม แต่เกิดเมื่อคนเริ่มลงมือทำ” LJD จึงเน้นให้ผู้เรียนได้ ทำไม Learning Journey ถึงสำคัญในปี 2026 ขั้นตอนการออกแบบ Learning Journey ที่เปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง 1. Define the Outcome ระบุพฤติกรรมหรือผลลัพธ์ที่ต้องการเห็นหลังจบ Journey 2. Design the Journey Map วางเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่ก่อน–ระหว่าง–หลังอบรม 3. Deliver the Experience เลือกวิธีสอนให้หลากหลาย: Workshop, Coaching, Mentoring, E-Learning 4. Reinforce the Change ใช้เครื่องมือ Follow-up เพื่อให้ผู้เรียนลงมือทำ 5. Measure & Reflect วัดผลทั้ง Learning Effectiveness และ Impact ต่อองค์กร Model สำเร็จ: 70:20:10 Learning Framework Case Example: Learning Journey ที่เปลี่ยนพฤติกรรมจริง Case 1 Problem Solving Journey (Manufacturing Company) Case 2 Leader as Coach Journey (Service Company) Case 3 Planning & Coordination Journey (Construction Company) 3 เครื่องมือสำคัญในการออกแบบ Learning Journey การวัดผลลัพธ์ของ Learning Journey วัดผลได้ 3 มิติหลัก - มิติที่ 2 Behavior Change - มิติที่ 3 Business Impact Checklist สำหรับ HRD ก่อนเริ่มออกแบบ Learning Journey หากคุณคือ HRD ที่กำลังออกแบบ Training Roadmap 2026 ทีมงาน Coach Weeraphan พร้อมช่วยวาง Learning Journey Design ที่วัดผลได้จริง Click ที่นี่ Learning Journey Design, Learning Journey 2026, Outcome Driven Learning, HRD Thailand, Learning Experience Design, 70:20:10 Model, Action Learning, Coaching Culture, Learning Impact, Training ROI, HRD Plan 2026, Competency Development, Blended Learning

อบรม 1 วันไม่พอ” คือเสียงจริงจากทุกองค์กร ทุกปี HRD ใช้งบประมาณจำนวนมากกับการอบรม แต่หลายครั้งสิ่งที่ได้คือ…
- ผู้บริหารถามว่า อบรมแล้ว Performance ดีขึ้นไหม?
- HRD เองก็พูดไม่เต็มปากว่า คอร์สนี้เปลี่ยนพฤติกรรมได้แน่
ในยุค 2026 คำตอบของโจทย์นี้คือ Learning Journey Design (LJD) — แนวคิดที่เปลี่ยน อบรมครั้งเดียว ให้กลายเป็น การเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและวัดผลได้จริง
- เรียนรู้ – เข้าใจแนวคิด
- ทดลองใช้ – ผ่านกิจกรรมจำลอง
- ลงมือทำ – กับสถานการณ์จริงในงาน
- รับ Feedback – เพื่อปรับปรุงและเติบโต
- องค์กรต้องการผลลัพธ์ที่วัดได้ (Measurable Result) → Journey จะช่วยวัดผลได้ทั้ง Learning Outcome และ Business Impact
- พฤติกรรมใหม่ไม่เกิดจาก Workshop ครั้งเดียว → ต้องมี Follow-up Coaching, Peer Learning, Action Plan
- ผู้เรียนต้องการความยืดหยุ่น (Flexible Learning) → Journey ช่วยออกแบบรูปแบบ Hybrid, Micro Learning, และ Learning by Doing
ตัวอย่างเครื่องมือ KPI Alignment, Behavioral Goal
ผลลัพธ์ที่ได้ เป้าหมายชัดเจน วัดได้
ตัวอย่างเครื่องมือ Learning Canvas, Timeline Design
ผลลัพธ์ที่ได้ มองเห็นภาพรวมทั้งกระบวนการ
ตัวอย่างเครื่องมือ Blended Learning, Simulation
ผลลัพธ์ที่ได้ สร้างประสบการณ์เรียนรู้จริง
ตัวอย่างเครื่องมือ Action Plan Tracker, Weekly Challenge
ผลลัพธ์ที่ได้ พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยน
ตัวอย่างเครื่องมือ Pre-Post Evaluation, ROI Model
ผลลัพธ์ที่ได้ วัดผลลัพธ์และสรุปผลต่อยอด
Learning Journey ที่ดีต้องผสาน 70:20:10 Model เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงเกิดขึ้น “นอกห้องอบรม” ถึง 90%
- 70% Learning by Doing = ลงมือทำจริงในงาน ตัวอย่างเช่น Action Learning, Project Assignment
- 20% Coaching & Feedback = เรียนรู้จากผู้อื่น ตัวอย่างเช่น Mentoring, Peer Coaching
- 10% Formal Training = ห้องเรียน/ออนไลน์ ตัวอย่างเช่น Workshop, E-learning
Goal ลดการแก้ปัญหาซ้ำซ้อน
Design Workshop - Analytical Thinking & 5 Why, Coaching Clinic 2 ครั้ง, Action Project ในหน้างาน
Result: Defect ลดลง 12% ภายใน 3 เดือน
Goal หัวหน้าพัฒนาทักษะการโค้ช
Design Workshop - Workshop Leader as Coach, Practice Log 8 สัปดาห์ + Peer Feedback, Reflection & Group Review
Result: Engagement ↑15%, Turnover ↓9%
Goal หัวหน้างานวางแผนเป็นระบบและสื่อสารได้ดี
Design Workshop - Workshop 1 วัน + Group Project, Coaching On-site + Action Tracker
Result: Delay ลดลง 25%, ความพึงพอใจทีม ↑20%
- Learning Canvas – ใช้วางโครงสร้างทั้ง Journey ในภาพเดียว
- Action Plan Tracker – ให้ผู้เรียนบันทึกสิ่งที่นำไปใช้จริง
- Coaching Log / Reflection Form – สะท้อนสิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังอบรม
- มิติที่ 1 Learning Effectiveness
→ ตัวชี้วัด (KPIs) Pre-Post Assessment, Quiz, Workshop Feedback
→ เครื่องมือวัด Survey, Test
→ ตัวชี้วัด (KPIs) ใช้จริงในงาน, Feedback จากหัวหน้างาน
→ เครื่องมือวัด Coaching Log, Peer Review
→ ตัวชี้วัด (KPIs) Productivity, Quality, Turnover
→ เครื่องมือวัด KPI Dashboard, ROI Calculation
- เรากำหนด “ผลลัพธ์” ของการเรียนรู้ชัดเจนหรือยัง
- เราออกแบบเส้นทางก่อน–ระหว่าง–หลังอบรมหรือไม่
- เรามีระบบติดตามพฤติกรรมหลังการอบรมไหม
- เรามี KPI ที่วัดผลการเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือยัง
สนใจอบรมติดต่อ
Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)