แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการคิดเชิงตรรกะ

แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการคิดเชิงตรรกะ

Logical Problem Solving คือการนำเอาหลักการต่างๆของการคิดเชิงตรรกะเข้าไปใช้ในการแก้ปัญหา โดยที่ไม่ได้มองแค่การแก้ให้จบๆไปเท่านั้น แต่มองถึงการทำอย่างไรไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยมุ่งเน้นที่การจัดการโครงสร้างพื้นฐานของปัญหาอย่างมีลำดับขั้นตอน

เช่น เกิดปัญหาเรื่องงานมีความล่าช้า ถ้าเราโฟกัสที่ความล่าช้า เราก็จะพยายามคิดวิธีที่จะทำให้มันเสร็จทัน เช่น เพิ่มเวลา เพิ่มคน เพิ่มทรัพยากร ซึ่งก็อาจจะได้ผลในระยะสั้นคืองานเร็วขึ้น แต่ต้นตอของปัญหาจริงๆอาจยังคงอยู่ก็ได้

หากเรามองภาพรวมของงานนี้แล้วประเมินก่อนว่า งานที่ช้าตอนนี้ ช้าอยู่เท่าไรหากเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ความคืบหน้าอยู่ที่เท่าไร ส่วนไหนที่ได้แล้ว ส่วนไหนที่ยังไม่ได้เมื่อเทียบกับแผน ส่วนนี้เกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง และถ้าจะทำให้ปัจจัยนี้หายไปหรือไม่ส่งผลอีกจะมีวิธีการอย่างไร ซึ่งจะเป็นการมองปัญหาในภาพรวมมากกว่าการแก้ไขระยะสั้น

เราอาจจะเรียกว่ากระบวนการแบบนี้ว่า "การแก้ปัญหาอย่างมีตรรกะ" ก็ได้

เราลองมาดูอย่างละเอียดกันครับว่าการแก้ไขปัญหาอย่างมีตรรกะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

1. สร้างความชัดเจนในเป้าหมาย - ก่อนจะหยิบปัญหามาวิเคราะห์สาเหตุ เราต้องถอยออกมามองภาพใหญ่ของสถานการณ์ที่เกิดปัญหาก่อน เพื่อพิจารณาว่าเป้าหมายจริงๆ วัตถุประสงค์หรือภาพที่อยากเห็นคืออะไร ทั้งเชิงปริมาณ(ที่วัดได้โดยตรง) และเชิงคุณภาพ (ที่วัดทางอ้อม) แล้วตระหนักถึงความสำคัญของเป้าหมายนี้ว่าทำไมเราต้องทำให้สำเร็จ เพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบ

2. ประเมินสภาพปัจจุบันหรือผลลัพธ์เทียบกับเป้าหมาย - เราต้องวิเคราะห์ช่องว่าง ( Gap - Diff - Variance ) ที่เป็นอยู่ตอนนี้ว่าเป็นอย่างไร เช่น ล่าช้ากี่% กี่วัน , ยอดขายต่ำกว่าเป้าเท่าไร , ความพึงพอใจอยู่ที่เท่าไร เป็นต้น

3. ค้นหาปัจจัยที่ทำให้เกิดช่องว่างนี้ - อยู่ดีๆปัญหาจะเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ ต้องมีปัจจัยที่ทำให้มันเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็น คน(Man) สิ่งของ(Material) อุปกรณ์(Machine) วิธีการ(Method) หรือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้(Environment) ในขั้นตอนนี้นี้เราต้องใช้การคิดวิเคราะห์ ( Analytical Thinking ) เพื่อแยกแยะสาเหตุ ปัจจัย องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องออกมา โดยอาจจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์ เช่น Why-Why , Fishbone Diagram , 5W1H ในการวิเคราะห์

4. กำหนดมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม - การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนอาจต้องใช้วิธีการแก้ใหม่ๆ ซึ่งต้องผ่านการสร้างสรรค์ไอเดียในการคิดวิธีการที่หลากหลายออกมาก่อน แล้วค่อยๆประเมินเปรียบเทียบไอเดียหรือแนวทางเพื่อตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด จากนั้นจึงนำมากำหนดเป็นแผนงานพร้อมรูปแบบการติดตาม ก่อนจะนำเสนอผู้เกี่ยวข้องหรือผู้มีอำนาจอนุมัติต่อไป

5. ติดตามและประเมินผลลัพธ์ - ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากพอสมควร เพราะเป็นการติดตามความคืบหน้าของการแก้ปัญหาว่าช่องว่างนั้นลดลงหรือหายไปหรือไม่ สถานการณ์หลังการแก้ไขแล้วดีขึ้นหรือไม่ เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่หากยังไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาอย่างมีตรรกะไม่ได้แก้ทีเดียวแล้วจบ แต่เป็นการแก้ในเชิงระยะยาวซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพื่อหาปัญหานี้ถูกแก้ไขอย่างถาวรจริงๆ

Share บทความนี้บน Social

   Share    Share

สนใจอบรมติดต่อ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :          
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)