ความหมายต่างๆของการโค้ช

การโค้ช (Coaching) เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน ผู้บริหารสูงหลายๆองค์กรกำหนดนโยบายให้ผู้นำทุกระดับในองค์กรฝึกฝนทักษะการโค้ชและใช้การโค้ชควบคู่กับการสอนงานรวมถึงการพัฒนาทีมงาน


สาเหตุหนึ่งที่การโค้ชเป็นที่นิยมเนื่องจากรูปแบบการพัฒนาคนแบบเดิมที่มุ่งเน้นการให้ความรู้ การบอกหรือแนะนำเริ่มได้ผลน้อยลงเนื่องจากโลกเทคโนโลยี ดิจิตอลและอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันผู้คนสามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ง่ายและรวดเร็วกว่าในอดีต และบุคลากรที่เป็น Gen Y – Gen Z มีความสามารถค่อนข้างสูงเนื่องจากเติบโตมาพร้อมเทคโนโลยี เป็นคนกล้าคิด กล้าแสดงออก และสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา


สิ่งที่พนักงานอยากได้จากผู้นำของเขาในด้านการสอนงานคือ การเปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ศักยภาพที่เขามีอยู่ในตัวเองเพื่อแสดงผลงานที่เขาจะได้รู้สึกเป็นเจ้าของงาน(Ownership) อย่างแท้จริง


หากผู้นำใช้การบอก แนะนำ หรือสั่งการให้พนักงานต้องทำตามวิธีของผู้นำเพียงอย่างเดียว ก็อาจกลายเป็นการสกัดกั้นโอกาสแสดงความสามารถและการพัฒนาตัวเองของพนักงานไปโดยไปปริยาย ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของโค้ชที่เชื่อมั่นในศักยภาพของพนักงานและเป็นเพียงผู้คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสคิด วางแผน แก้ปัญหา ตัดสินใจโดยใช้ความรู้ความสามารถที่เข้ามีอยู่อย่างเต็มที่


และแม้ว่าบางครั้งพนักงานอาจจะขาดความมั่นใจ ผู้นำในฐานะโค้ชจะไม่รีบบอกหรือแนะนำโดยทันที แต่จะคอยเป็นกระจกสะท้อนให้พนักงานได้สำรวจตัวเองเพื่อค้นหาทีมาของความกังวลไม่มั่นใจเพื่อก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านี้ด้วยตัวพนักงานเอง


จากที่กล่าวมาทั้งหมดผมขอสรุปความหมายของการโค้ชในหลายๆความหมายเพื่อช่วยให้มองเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น


1.โค้ชเป็นเพียงกระจกเงา


ความสำคัญของกระจกเงาคือช่วยสะท้อนให้เราเห็นตัวเองไม่ว่าจะเป็น รูปร่าง หน้าตา ทรงผม หรืออะไรก็ตามที่เราอยากมองเห็น โดยที่กระจกเงาที่ส่องนั้นไม่สามารถบ่น ติ ชมหรือแนะนำ เพราะกระจกเงาไม่สามารถพูดหรือบอกให้เรารู้ได้ นอกจากเรามองเห็นตัวเองในกระจกและเป็นผู้ยอมรับเอง


โค้ชก็เปรียบเสมือนดังเช่นกระจกเงา แม้โค้ชจะสามารถพูดได้ แต่การพูดของโค้ชนั้นก็เป็นเพียงแค่การสะท้อนให้พนักงานมองเห็นตัวเองแล้วยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นอยู่ หากเขารู้สึกไม่พอใจหรืออยากให้ตัวเขาดีขึ้น เขาจะเป็นผู้เลือกเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่ตัวตนใหม่ที่เขาต้องการ


2.โค้ชคือผู้ช่วยดึงศักยภาพ


กรอบความคิดหนึ่งที่สำคัญของผู้เป็นโค้ช คือ เชื่อว่าคนทุกคนมีศักยภาพซ่อนอยู่และยังนำออกมาใช้ไม่เต็มที่จึงทำให้ยังติดอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน การโค้ชจึงเป็นการทำให้พนักงานได้มองสำรวจศักยภาพ(ความรู้-ทักษะ-ประสบการณ์-คุณลักษณะที่ดี)ของตัวเองที่มีอยู่แล้ว แต่ตัวเขาเองอาจจะลืมนึกถึงไปเพราะรู้สึกกังวล ไม่มั่นใจกับสถานการณ์ที่เจออยู่


3.โค้ชช่วยพาเดินจากจุดปัจจุบันไปสู้เป้าหมาย


เส้นทางจากจุดปัจจุบันไปสู่เป้าหมายที่พนักงานต้องการจะสำเร็จอาจไปได้หลายๆทาง หลายๆวิธี หลายครั้งที่พนักงานเองอาจจะติดกรอบ ข้อจำกัดต่างๆทำให้ไม่สามารถคิดหาวิธีการทำงานที่จะให้บรรลุเป้าหมายได้เพียงลำพัง


การโค้ชจะช่วยกระตุ้นให้พนักงานคิดวิธีการต่างๆออกมาร่วมกันกับโค้ช และพนักงานจะเป็นผู้เลือกวิธีการที่เขาคิดว่าเหมาะสมที่สุดที่จะไปถึงเป้าหมายที่เขาเป็นผู้กำหนดเอง


4.โค้ชช่วยให้ตระหนักรู้ผ่านการชวนคิด ชวนคุย


การโค้ชแตกต่างจากการสอนแบบอื่นๆตรงที่โค้ชไม่ได้บอกหรือแนะนำวิธีการตรงๆ แต่จะใช้การตั้งคำถามเพื่อให้พนักงานได้ทำการคิด วิเคราะห์ สำรวจตัวเอง สำรวจสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอย่างรอบด้าน เพื่อให้เขาได้เกิดการตระหนักรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้พนักงานมีความเชื่อมั่นในการลงมือปฏิบัติด้วยกระบวนการโค้ช


จากความหมายต่างๆที่ได้กล่าวไป จะเห็นได้ว่าการโค้ชอาจจะแตกต่างจากวิธีเดิมๆที่ใช้กันอยู่ ซึ่งผู้นำหลายคนที่อยู่ในช่วงเริ่มฝึดกการโค้ชอาจจะไม่คุ้นเคยและเผลอกับไปใช้วิธีการเดิมๆคือการบอก แนะนำ สั่งการ ซึ่งก็อาจช่วยให้พนักงานทำงานได้สำเร็จ แต่สิ่งที่ตามมาคือวิธีการเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากการคิดของตัวพนักงานเอง ทำให้เขาไม่ได้พัฒนารวมถึงขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของในงานนั้นๆ


ผู้นำที่เริ่มใช้การโค้ชจึงต้องฝึกฝนทักษะต่างๆของโค้ชเช่น การตั้งคำถามชวนคิด การรับฟังเชิงลึก การสะท้อนกลับเชิงบวก เพื่อให้มีกรอบความคิดของการโค้ชที่แท้จริงซึ่งจะช่วยสร้างผลดีต่อตัวพนักงานเองในระยะยาว


Credit : หนังสือ โลกของการโค้ช โดย โค้ชปกรณ์ วงศ์รัตนพิบูลย์ สถาบันฝึกอบรมเอ็นเทรนนิ่ง

Share บทความนี้บน Social

   Share    Share

สนใจอบรมติดต่อ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :          
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)