หลักสูตร ผู้จัดการสาขาที่โค้ชเป็น พัฒนาทีมสาขาให้เก่งขึ้นทุกเดือน
(High Impact Coaching Leadership for Branch Managers)

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

High-Impact Coaching Leadership for Branch Managers
ภาวะผู้นำโค้ช + การพัฒนาคนเชิงรุกสำหรับผู้จัดการสาขายุคใหม่


หลักสูตรอบรม High Impact Coaching Leadership for Branch Managers สำหรับพัฒนาภาวะผู้นำโค้ช ทักษะการสื่อสาร Feedback และการพัฒนาทีมงานของผู้จัดการสาขา


ผู้จัดการสาขาไม่ได้ไม่อยากพัฒนาคน แต่ไม่มีเวลาสิบห้านาทีติดกันในหนึ่งวัน


ชีวิตหนึ่งวันของผู้จัดการสาขาคือ เปิดร้าน เช็กสต๊อก ดูยอดเมื่อวาน รับลูกค้าที่ร้องเรียน แก้ปัญหาพนักงานลาไม่บอกล่วงหน้า ตอบไลน์จากสำนักงานใหญ่ และปิดร้าน การจะนั่งคุยพัฒนาลูกน้องแบบเป็นทางการหนึ่งชั่วโมงจึงแทบเป็นไปไม่ได้ ผลที่ตามมาคือสาขาสอนงานด้วยการบอกให้ทำตาม พนักงานใหม่เรียนรู้จากการลองผิดลองถูก คนเก่งไม่ถูกดึงศักยภาพออกมา และเมื่อคนลาออก ทุกอย่างเริ่มนับหนึ่งใหม่


หลักสูตรนี้จึงไม่ได้สอน Coaching แบบห้องประชุมที่ต้องใช้เวลานาน แต่ออกแบบเครื่องมือให้ ใช้ได้ในช่วงเวลาที่ผู้จัดการสาขามีจริง คือให้ Feedback ได้ใน 3 นาที โค้ชได้ใน 10 นาที และวางแผนเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเรื่องใน 7 วัน เพื่อให้การพัฒนาคนเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ไม่ใช่หลังเลิกงาน


ผู้เรียนจะได้พัฒนา Coaching Mindset, ทักษะการโค้ชเชิงปฏิบัติ, เทคนิค Feedback ที่สร้างการเติบโต รวมถึงการใช้เครื่องมือบริหารทีมที่นำไปใช้ได้จริงในทุกสาขา หลักสูตรใช้แนวทาง Outcome Driven Learning เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งพฤติกรรมและผลลัพธ์ในงานจริง


เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเสริมภาวะผู้นำยุคใหม่ สร้างทีมที่คิดเป็น ทำเป็น และพัฒนาได้เอง ช่วยยกระดับคุณภาพการบริหารสาขาให้แข็งแรง พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว


หลักสูตรนี้อยู่ในกลุ่มหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำของ Coach Weeraphan ซึ่งออกแบบแยกตามบริบทของผู้นำแต่ละแบบ
        หากองค์กรต้องการพัฒนาผู้จัดการระดับกลางในสำนักงานที่ต้องสร้างผลงานผ่านทีม ดูหลักสูตร พัฒนาผู้จัดการระดับกลางให้โค้ชเป็น มอบอำนาจได้
       หากต้องการปูพื้นฐานทักษะโค้ชและ Feedback ให้หัวหน้างานระดับต้นในเวลา 1 วัน ดูหลักสูตร พัฒนาทีมด้วยทักษะโค้ชและเทคนิคการให้ Feedback
       ส่วนหลักสูตรนี้ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้จัดการสาขาที่ต้องพัฒนาคนภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและอยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่<


 


Leadership Training, Coaching Leadership, Branch Manager Development, People Development, Performance Coaching, Feedback Skills, Leadership Mindset, Coaching Culture, Multi-Branch Business Leadership

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

หลักสูตรอบรม High Impact Coaching Leadership for Branch Managers สำหรับพัฒนาภาวะผู้นำโค้ช ทักษะการสื่อสาร Feedback และการพัฒนาทีมงานของผู้จัดการสาขา


หัวใจของหลักสูตรนี้คือ การพัฒนาผู้จัดการสาขาให้เข้าใจบทบาทใหม่ของผู้นำยุคปัจจุบัน ที่ไม่ใช่เพียงการควบคุมงานหรือผลักดันตัวเลข แต่คือการ “สร้างคนให้เติบโต” ผ่านทักษะการโค้ชและการพัฒนาคนที่ใช้ได้จริงในสถานการณ์ของสาขาที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องทุกวัน เนื้อหาถูกออกแบบเพื่อเสริมทั้งกรอบความคิด ทักษะ และเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำสามารถเปิดพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสาร ตั้งคำถามอย่างทรงพลัง กระตุ้นการคิดของทีม และสะท้อนกลับอย่างสร้างสรรค์โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์ หรือความมั่นใจของผู้ใต้บังคับบัญชา


หลักสูตรมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจความแตกต่างระหว่างบทบาทของ Boss, Mentor และ Coach และสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับระดับ Skill–Will ของทีม เพื่อให้การบริหารงานประจำวัน ผสานเข้ากับการพัฒนาคนอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้เรียนจะได้ฝึกฝนบทสนทนาแบบ Coaching & Mentoring ผ่านโมเดล 10-Minute Coaching, CARE Model และ Feedback Framework ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ได้จริงในงานภาคสนามและบริบทของหลายสาขาที่ต้องการความรวดเร็ว แม่นยำ และลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร


อีกหนึ่งจุดมุ่งเน้นสำคัญคือการสร้างระบบการพัฒนาคนในทีมผ่าน Performance Coaching, Coaching Calendar และ Micro Action Plan เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกิดขึ้นได้จริงหลังอบรม โดยเนื้อหาจะเชื่อมโยงตั้งแต่การประเมินตัวเอง การตั้งเป้าหมายรายบุคคล การติดตามผล ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในทีมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารสาขาให้เติบโตและลดภาระของผู้จัดการในระยะยาว


หลักสูตรนี้จึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ทฤษฎี แต่เป็นการฝึกปฏิบัติผ่าน Workshop, Case Study และ Template เครื่องมือต่าง ๆ ที่ออกแบบให้ใช้งานได้ทันที เพื่อให้ผู้จัดการสาขาพัฒนาแนวคิดแบบผู้นำโค้ช มองเห็นศักยภาพของทีม และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนทั้งในระดับบุคคลและระดับสาขา โดยยึดหลัก Outcome Driven Learning เพื่อให้ทุกการเรียนรู้เกิดผลลัพธ์จริงในงานของผู้นำยุคใหม่

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

หลักสูตรอบรม High Impact Coaching Leadership for Branch Managers สำหรับพัฒนาภาวะผู้นำโค้ช ทักษะการสื่อสาร Feedback และการพัฒนาทีมงานของผู้จัดการสาขา


ผู้เรียนจะเข้าใจบทบาทใหม่ของผู้นำสาขายุคปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง จากเดิมที่มุ่งควบคุมงาน ไปสู่ผู้นำที่สามารถ “โค้ช พัฒนา และยกระดับคนในทีม” ได้อย่างเป็นระบบ จึงเกิดผลลัพธ์สำคัญสองด้านพร้อมกัน คือผลงานที่ดีขึ้น และทีมที่แข็งแรงขึ้น ผู้จัดการสาขาจะมีความมั่นใจในการสร้างบทสนทนาเชิงโค้ช สามารถตั้งคำถามให้ทีมคิดด้วยตัวเอง สะท้อนกลับแบบไม่กระทบความสัมพันธ์ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ ซึ่งส่งผลให้ทีมมีแรงจูงใจและรับผิดชอบต่อผลงานของตนมากขึ้น


ผู้เรียนยังสามารถใช้เครื่องมือ Coaching และ Mentoring ในสถานการณ์จริงของงานสาขา ไม่ว่าจะเป็นการโค้ชพนักงานผลงานตก การพัฒนาคนที่มีศักยภาพสูง หรือการดูแลพฤติกรรมที่ต้องปรับแก้ ผ่านโมเดล 10-Minute Coaching, CARE Mentoring Model, Feedback 3-Minute Framework และ Performance Conversation Loop ทำให้การติดตามงานเปลี่ยนจาก “การควบคุม” ไปเป็น “การพัฒนา” ที่ช่วยให้ทีมเติบโตอย่างต่อเนื่อง


อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญคือผู้เรียนสามารถสร้างระบบการพัฒนาคนที่ใช้งานได้จริง เช่น Coaching Calendar, Growth Tracker และ Micro Action Plan เพื่อให้สามารถพัฒนาคนรายบุคคลได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในบริบทของสาขาที่มีงานวิ่งตลอดวัน หลักสูตรยังช่วยให้ผู้จัดการเข้าใจมุมมองด้านแรงจูงใจ ความคิด และพฤติกรรมของทีม ทำให้สามารถขับเคลื่อนผลลัพธ์ทั้งด้าน KPI การบริการลูกค้า และมาตรฐานงานของแต่ละสาขาได้อย่างเป็นรูปธรรม


ท้ายที่สุด ผู้เรียนจะออกจากหลักสูตรด้วยความชัดเจนว่า “ควรโค้ชใคร เพื่ออะไร และอย่างไร” พร้อมแผนปฏิบัติการ 7 วัน ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงหลังอบรม ส่งผลให้เกิดการนำทักษะไปใช้ได้จริง เพิ่มคุณภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด สร้างทีมที่เข้มแข็ง และยกระดับบทบาทของผู้จัดการสาขาให้เป็นผู้นำเชิงรุกที่พัฒนาคนได้อย่างยั่งยืน

เนื้อหาหลักสูตร

หลักสูตรอบรม High Impact Coaching Leadership for Branch Managers สำหรับพัฒนาภาวะผู้นำโค้ช ทักษะการสื่อสาร Feedback และการพัฒนาทีมงานของผู้จัดการสาขา


หลักสูตรนี้ออกแบบเพื่อเสริมทักษะและกรอบความคิดของผู้จัดการสาขา ให้สามารถก้าวสู่บทบาท “ผู้นำโค้ช” ที่พัฒนาคนได้อย่างแท้จริง ผ่านโครงสร้างเนื้อหา 4 ส่วนที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ และสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในงานจริงของสาขาที่ต้องรับมือความท้าทายทุกวัน


เนื้อหาเริ่มต้นด้วยการสร้างความตระหนักรู้ในบทบาทของผู้นำยุคใหม่ ให้ผู้เรียนเห็นความต่างระหว่าง Boss, Mentor และ Coach พร้อมทดสอบตัวเองว่าในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา แสดงบทบาทใดมากที่สุด และควรเสริมจุดไหนเพื่อพัฒนาทีมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน เมื่อผู้เรียนเข้าใจแนวคิดพื้นฐานแล้ว จะเข้าสู่ทักษะสำคัญของ Coaching & Mentoring ที่ออกแบบให้ใช้ได้จริงแม้ในพื้นที่สาขาที่มีเวลาจำกัด ผ่านโมเดลที่สร้างผลลัพธ์ เช่น 10-Minute Coaching Model และ CARE Mentoring Model


จากนั้นจะมุ่งไปที่การโค้ชเพื่อจัดการ Performance ของทีม การตั้งโจทย์ที่ถูกต้อง การสังเกตพฤติกรรม การสะท้อนกลับเชิงพัฒนา และการติดตามงานแบบสร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่เพิ่มแรงกดดัน พร้อมเรียนรู้วิธีสร้าง “วัฒนธรรมการเรียนรู้” ภายในสาขา เพื่อให้พนักงานมีความรับผิดชอบสูงขึ้น กล้าคิด กล้าลงมือ และสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น


โปรแกรมจะปิดท้ายด้วยการลงมือวางแผนจริง โดยผู้เรียนจะออกแบบ Micro Action Plan ระยะ 7 วัน เลือกคนที่ต้องโค้ช เลือกพฤติกรรมที่ต้องการเปลี่ยน และวางวิธีติดตามที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ทักษะที่ได้เรียนไม่จบอยู่ในห้องอบรม แต่เกิดผลลัพธ์จริงในงานของสาขาทันทีหลังเรียนจบ พร้อมชุดเครื่องมือประกอบ เช่น Coaching Planner, Performance Tracker และ Coaching Calendar ที่ช่วยให้ผู้จัดการสามารถพัฒนาคนได้ต่อเนื่องในทุกสัปดาห์


ในภาพรวม เนื้อหาทั้งหมดถูกออกแบบในแนว Outcome Driven Learning (ODL) ผสมผสานทั้งแนวคิด ทักษะ และเครื่องมือที่เหมาะกับผู้จัดการสาขาในทุกอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับทั้งผลลัพธ์ของทีมและศักยภาพของคนในสาขาอย่างยั่งยืน

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

เครื่องมือ (Tools)


หลักสูตรอบรม High Impact Coaching Leadership for Branch Managers สำหรับพัฒนาภาวะผู้นำโค้ช ทักษะการสื่อสาร Feedback และการพัฒนาทีมงานของผู้จัดการสาขา
         - Leadership Mindset Checklist – สำรวจทัศนคติและพฤติกรรมผู้นำ 4 มิติ
         - Expectation Setting Template – แบบฟอร์มสื่อสารงานให้ชัดเจนและมีตัวชี้วัดร่วม
         - Feedback 3-Minute Framework – โครงสร้างให้ฟีดแบคแบบสั้น ชัด ไม่ปะทะ
         - 10-Minute Coaching Model – โมเดลโค้ชแบบย่อ ใช้ได้จริงในงานประจำวัน
         - Coaching Question Starter Kit – ชุดคำถามสำหรับกระตุ้นการคิดและพัฒนาคน
         - Coaching Conversation Planner – แบบฟอร์มวางโครงสร้างบทสนทนาโค้ช
         - Mentoring Tracker Sheet – แบบฟอร์มติดตามการเป็นพี่เลี้ยง
         - Performance Tracker Template – ติดตามผลลัพธ์แบบพัฒนา ไม่ใช่ควบคุม
         - 7-Day Micro Action Plan Sheet – วางแผนเปลี่ยนพฤติกรรมใน 7 วัน
         - Learning Culture Checklist – ตรวจสอบการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในทีม


เฟรมเวิร์ค (Frameworks & Models)
         - Leader as Coach Model – บทบาทผู้นำที่เน้นการพัฒนา ไม่ใช่ควบคุม
         - Coaching Mindset Compass – มุมมองผู้นำ 4 ทิศทางในการโค้ชทีม
         - 10-Minute Coaching Model – ฟัง → ถาม → สะท้อน → ตกลง → ติดตาม
         - CARE Mentoring Model – Connect – Ask – Reflect – Empower
         - Skill–Will Matrix – เลือกวิธีโค้ชหรือสอนให้เหมาะกับระดับทักษะ–แรงจูงใจ
         - Performance Conversation Loop – วงจรโค้ชเพื่อดูแลผลงาน
         - Learning Culture Builder – กรอบแนวคิดสร้างทีมให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
         - Coaching Impact Map – แผนภาพเชื่อมโยงการโค้ชกับผลลัพธ์ทีม


กิจกรรม (Workshops & Practices)
         - Self-Assessment: People Development Mindset – ประเมินบทบาทผู้นำ
         - Boss vs Coach Behavior Scan – เช็กพฤติกรรมที่ใช้อยู่จริงในชีวิตงาน
         - Coaching Practice (3 สถานการณ์) พนักงานผลงานตก, พนักงานดาวเด่น, พนักงานมีพฤติกรรมลบ
         - Mentoring Case Study – ฝึกออกแบบแผนพัฒนาคนใหม่ (New staff)
         - Feedback 3-Minute Practice – เขียน–พูดฟีดแบคในสถานการณ์จริง
         - Coaching Conversation Roleplay – จำลองการโค้ชแบบ 10 นาที
         - Coaching Calendar Design – ออกแบบรอบการโค้ชทั้งเดือน
         - 7-Day Growth Tracker Workshop – ติดตามพัฒนาการรายบุคคล
         - Micro Action Plan Workshop – วางแผนโค้ช 1 คน 1 พฤติกรรม 1 สัปดาห์
         - Reflection & Group Dialogue – แลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อนการเรียนรู้

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้


รูปแบบการเรียนรู้ตามโปรแกรม (Learning Design Approach)


การออกแบบโปรแกรมนี้ใช้แนวทาง Outcome Driven Learning (ODL) ซึ่งมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ต้องการเกิดขึ้นกับผู้เรียนและองค์กรเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้เนื้อหา แต่คือการพัฒนา "พฤติกรรมและความสามารถที่จับต้องได้" (Behavioral & Capability Shift) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ทักษะ และแนวคิด ไปประยุกต์ใช้จริงในบริบทงานที่ตนรับผิดชอบ


ภายใต้แนวคิด ODL นี้ โปรแกรมถูกพัฒนาให้เชื่อมโยงกับโมเดลการเรียนรู้แบบ 70:20:10:
          70% คือ Learning by Doing – ผู้เรียนจะได้ฝึกปฏิบัติจริงผ่าน Workshop, Case Study และ Project Simulation ใน Workbook อย่างต่อเนื่อง
          20% คือ Learning from Others – มีการเรียนรู้ร่วมกันผ่าน Group Dialogue, Peer Feedback และ Role Play ที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนมุมมอง
          10% คือ Formal Learning – ผู้เรียนจะได้รับความรู้เชิงหลักการผ่านการบรรยายแบบสั้น กระชับ ชัดเจน พร้อมตัวอย่างที่สอดคล้องกับงานจริง


เพื่อให้การเรียนรู้มีพลังและสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง บทบาทของผู้นำการเรียนรู้ (Learning Leader) จึงถูกออกแบบให้หลากหลาย ได้แก่
          Trainer: ถ่ายทอดความรู้หลักการอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย
          Facilitator: กระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยน และเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม
          Coach: ตั้งคำถามและสะท้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการตระหนักรู้ในระดับลึก
          Consultant: แนะนำแนวทางหรือแนวคิดที่เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงในองค์กร


โดยในทุกกระบวนการเรียนรู้ ผู้เรียนจะได้รับ Workbook ที่ออกแบบให้สามารถใช้เป็น คู่มือปฏิบัติและพื้นที่คิดเชิงลึก ได้ทั้งระหว่างและหลังการอบรม เพื่อรองรับการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Continuous Learning) และสามารถกลับมาทบทวนได้ตลอดเวลา


สุดท้าย โปรแกรมนี้ยังสามารถต่อยอดสู่รูปแบบ Blended Learning เช่น Post-Training Clinic, Line Group Q&A, หรือ Coaching Session เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่ไม่หยุดอยู่แค่ในห้องอบรม สะท้อนแนวคิดของการเป็น Solution for Change ที่แท้จริง – เปลี่ยนการเรียนรู้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ


ออกแบบให้ใช้ได้จริงในเวลาที่ผู้จัดการสาขามี
เครื่องมือทุกชิ้นในหลักสูตรถูกออกแบบโดยมีข้อจำกัดด้านเวลาเป็นโจทย์ตั้งต้น
        - ให้ Feedback ใน 3 นาที ด้วย Feedback 3-Minute Framework ใช้ได้ระหว่างเปลี่ยนกะหรือหลังปิดร้าน
       - โค้ชใน 10 นาที ด้วย 10-Minute Coaching Model ไม่ต้องนัดห้องประชุม
       - เปลี่ยนพฤติกรรมใน 7 วัน ด้วย 7-Day Micro Action Plan ทีละเรื่องเดียวต่อสัปดาห์
       นี่คือความต่างจากหลักสูตร Coaching ทั่วไปที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารสำนักงานที่มีเวลานัดคุยได้ล่วงหน้า


วัดผลด้วย Outcome-Driven Learning
       -  Readiness Check ก่อนอบรม  สำรวจว่าผู้จัดการสาขาแต่ละคนใช้เวลากับการพัฒนาทีมสัปดาห์ละกี่นาที และเจอปัญหาเรื่องคนแบบใดบ่อยที่สุด
       - Impact Workshop 1 วัน ฝึกจากบทสนทนาจริงในสาขาของผู้เรียน จบด้วย 7-Day Micro Action Plan
       - 8 Weeks Behavioral Tracker หลังอบรม ติดตามผ่าน LINE 8 สัปดาห์ เช่น จำนวนครั้งที่ให้ Feedback กับทีมต่อสัปดาห์ จำนวนบทสนทนาโค้ชที่เกิดขึ้นจริง และความคืบหน้าของพนักงานที่เลือกไว้เป็นเป้าหมาย
       ผู้บริหารสายสาขาและ HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายสาขา ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างสาขาได้ด้วย

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

- ผู้จัดการสาขา (Branch Manager) ที่ต้องดูแลทั้งยอดขายและทีมงานพร้อมกัน
- ผู้ช่วยผู้จัดการสาขาและหัวหน้ากะที่กำลังเตรียมขึ้นเป็นผู้จัดการ
- ผู้จัดการเขตและ Area Manager ที่ต้องพัฒนาผู้จัดการสาขาหลายแห่ง
- ผู้บริหารสายงานสาขาที่ต้องการวางมาตรฐานการพัฒนาคนให้เหมือนกันทุกสาขา
- HR และ HRD ของธุรกิจที่มีหลายสาขา ซึ่งต้องการลดอัตราการลาออกและลดเวลาที่ใช้สอนงานพนักงานใหม่


เหมาะกับธุรกิจประเภทใด
        หลักสูตรนี้ออกแบบสำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือหน่วยบริการหลายแห่ง เช่น ธุรกิจค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ ธนาคารและสถาบันการเงิน ร้านอาหารและเครื่องดื่ม คลินิกและร้านขายยา ศูนย์บริการรถยนต์และโชว์รูม สถานีบริการน้ำมัน และธุรกิจบริการที่มีสาขากระจายทั่วประเทศ


เหมาะกับองค์กรที่เจอสถานการณ์เหล่านี้บ่อย
- แต่ละสาขาทำงานคนละมาตรฐาน ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้จัดการ
- ผู้จัดการสาขาลงไปทำงานแทนลูกน้องเพราะเร็วกว่าสอน
- พนักงานใหม่ลาออกภายในสามเดือนแรกเพราะไม่มีใครดูแล
- สำนักงานใหญ่ส่งนโยบายลงไป แต่แต่ละสาขาตีความไม่ตรงกัน
- ผู้จัดการสาขาที่เก่งยอดขาย แต่พัฒนาทีมไม่เป็น จึงโตต่อไม่ได้
- องค์กรขยายสาขาแต่หา Successor ที่พร้อมเป็นผู้จัดการไม่ทัน


ระดับความรู้พื้นฐาน
        ไม่ต้องมีพื้นฐาน Coaching มาก่อน หลักสูตรออกแบบให้เริ่มจากบทสนทนาที่ผู้จัดการสาขาใช้อยู่แล้วทุกวัน แล้วค่อยปรับทีละประโยค จึงเหมาะทั้งผู้จัดการที่เพิ่งรับตำแหน่งและผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว


จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม
        20 ถึง 30 คนต่อรุ่น เพื่อให้ทุกคนได้ฝึกจับคู่สนทนาและได้รับ Feedback รายบุคคล</p>

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ผู้จัดการสาขาไม่มีเวลาโค้ชทีม ควรทำอย่างไร +
ไม่ต้องหาเวลาเพิ่ม แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการโค้ชให้พอดีกับเวลาที่มีอยู่แล้ว ผู้จัดการสาขาส่วนใหญ่เข้าใจว่า Coaching ต้องนัดคุยเป็นทางการครั้งละหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในหน้างาน ทางออกคือใช้จังหวะที่มีอยู่แล้วในแต่ละวัน เช่น ช่วงเปลี่ยนกะ ระหว่างเดินตรวจร้าน หรือหลังปิดร้าน แล้วใช้โครงสร้างบทสนทนาที่สั้นแต่ครบ หลักสูตรนี้จึงออกแบบเครื่องมือให้ใช้ได้ในเวลาที่มีจริง คือให้ Feedback ใน 3 นาที โค้ชใน 10 นาที และวางแผนเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเรื่องใน 7 วัน
ทำไมพนักงานสาขาใหม่ถึงลาออกภายในสามเดือนแรก +
สาเหตุที่พบบ่อยมี 4 เรื่อง (1) พนักงานใหม่ถูกปล่อยให้เรียนรู้เองจากการลองผิดลองถูก เพราะทุกคนในสาขายุ่ง (2) ได้รับคำสั่งว่าต้องทำอะไร แต่ไม่มีใครอธิบายว่าทำไปเพื่ออะไร จึงไม่รู้สึกว่างานมีความหมาย (3) ทำผิดแล้วถูกตำหนิต่อหน้าลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน จึงไม่กล้าถามและไม่กล้าลอง (4) ไม่เห็นเส้นทางเติบโตของตัวเองในองค์กร ทั้ง 4 เรื่องนี้แก้ได้ด้วยวิธีที่ผู้จัดการสาขาสื่อสารและติดตามพนักงานในเดือนแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่หลักสูตรนี้ฝึกโดยตรง
หลักสูตรนี้ต่างจากการอบรมภาวะผู้นำทั่วไปอย่างไร? +
จุดเด่นคือหลักสูตรนี้ไม่ได้สอนภาวะผู้นำแบบกว้าง ๆ แต่เจาะบทบาทของ ผู้นำสาขา โดยตรง และเน้นการแยกบทบาทระหว่าง Boss, Mentor และ Coach ให้ผู้เรียนเลือกใช้ได้เหมาะกับสถานการณ์และระดับ Skill–Will ของทีม พร้อมมีโมเดลที่ใช้ได้จริงในงานประจำวัน เช่น 10-Minute Coaching, CARE Model, Feedback Framework, Coaching Calendar และ Micro Action Plan
โค้ชลูกน้องที่ยอดไม่ถึงเป้าอย่างไรไม่ให้เสียกำลังใจ +
หลักการคือแยกเรื่องตัวเลขออกจากเรื่องตัวบุคคล และเริ่มจากข้อเท็จจริงก่อนความเห็น ลำดับที่ใช้ได้จริงคือ (1) เปิดด้วยข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน เช่น ยอดสัปดาห์นี้เทียบกับเป้า (2) ถามก่อนบอก ให้ลูกน้องเล่าว่าเขาเห็นอะไรและติดตรงไหน (3) แยกให้ชัดว่าเป็นเรื่องทักษะที่ยังไม่พอ หรือแรงจูงใจที่ลดลง เพราะสองอย่างนี้ใช้วิธีต่างกัน (4) เลือกปรับเรื่องเดียวที่ทำได้ในสัปดาห์นี้ ไม่ใช่แก้ทุกเรื่องพร้อมกัน (5) นัดติดตามผลให้ชัดเจน ในหลักสูตรผู้เรียนจะฝึกลำดับนี้กับเคสจริงของสาขาตนเอง
ให้ Feedback พนักงานหน้าร้านตอนไหนและอย่างไร +
เรื่องเวลามีหลักง่ายๆ คือให้ Feedback ให้เร็วที่สุดหลังเหตุการณ์ แต่ต้องไม่ทำต่อหน้าลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน จังหวะที่เหมาะที่สุดคือช่วงเปลี่ยนกะ ระหว่างเติมสินค้า หรือก่อนปิดร้าน ส่วนวิธีให้ใช้โครงสร้าง 3 นาที คือ (1) บอกสถานการณ์ที่เห็นด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช้คำเหมารวมอย่างไม่ใส่ใจหรือไม่รับผิดชอบ (2) บอกผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกค้า ทีม หรือยอดขาย (3) ตกลงร่วมกันว่าครั้งหน้าจะทำอย่างไร และปิดด้วยการถามว่าต้องการให้ช่วยอะไร หลักสูตรนี้ใช้ Feedback 3-Minute Framework เป็นเครื่องมือหลักในการฝึก
จะทำให้ทุกสาขาพัฒนาคนด้วยมาตรฐานเดียวกันได้อย่างไร +
ต้องเปลี่ยนจากการพึ่งความสามารถส่วนตัวของผู้จัดการแต่ละคน มาเป็นระบบที่ทุกสาขาใช้เหมือนกัน 3 อย่าง (1) ใช้ภาษาและโครงสร้างบทสนทนาชุดเดียวกันทุกสาขา เพื่อให้พนักงานที่ย้ายสาขาเจอวิธีสอนงานแบบเดิม (2) ใช้ Coaching Calendar กำหนดว่าเดือนนี้แต่ละสาขาจะโค้ชใครและเรื่องอะไร ทำให้การพัฒนาคนเป็นงานที่วางแผนได้ ไม่ใช่ทำเมื่อว่าง (3) ใช้ Growth Tracker บันทึกความคืบหน้าของพนักงานรายบุคคล ทำให้ผู้จัดการเขตเปรียบเทียบและช่วยเหลือสาขาที่ตามหลังได้ เครื่องมือทั้งสามนี้อยู่ในหลักสูตรและส่งมอบเป็นแบบฟอร์มพร้อมใช้
ควรเลือกโค้ชใครก่อนในทีมสาขาที่มีคนหลายแบบ +
ควรเริ่มจากการแยกทีมด้วย 2 คำถามคือ คนนี้มีทักษะพอหรือยัง และมีความอยากทำแค่ไหน (Skill กับ Will) แล้วจึงเลือกวิธีให้ตรง (1) ทักษะยังไม่พอแต่อยากทำ ให้สอนงานและเป็นพี่เลี้ยงก่อน ยังไม่ต้องโค้ช (2) ทักษะพอแล้วแต่ยังไม่มั่นใจ กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ได้ผลจากการโค้ชมากที่สุด ควรเลือกก่อน (3) ทักษะพอและอยากทำ ให้มอบหมายงานที่ท้าทายขึ้นแทนการโค้ช (4) ทั้งทักษะและแรงจูงใจต่ำ ต้องคุยเรื่องความคาดหวังและมาตรฐานงานก่อน ไม่ใช่เริ่มที่การโค้ช หลักสูตรนี้ฝึกการวินิจฉัยด้วย Skill–Will กับทีมจริงของผู้เรียน
ผู้เรียนจะได้เครื่องมืออะไรกลับไปใช้ที่สาขาบ้าง +
ผู้เรียนจะได้อย่างน้อย 5 เรื่องสำคัญ คือ หนึ่ง เข้าใจบทบาทใหม่ของผู้นำสาขายุคปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง สอง มีความมั่นใจในการสร้างบทสนทนาเชิงโค้ชและตั้งคำถามให้ทีมคิดเอง สาม ใช้เครื่องมือ Coaching และ Mentoring ได้กับสถานการณ์จริงของงานสาขา สี่ สร้างระบบพัฒนาคนรายบุคคลได้ผ่าน Coaching Calendar และ Growth Tracker ห้า ยกระดับผลลัพธ์ทั้งด้าน KPI การบริการลูกค้า และมาตรฐานงานของแต่ละสาขาได้อย่างเป็นรูปธรรม
หลังอบรมมีการติดตามผลอย่างไร +
องค์กรสามารถต่อยอดเป็น Learning Journey เต็มรูปแบบได้ เริ่มจาก Readiness Check ก่อนอบรม เพื่อสำรวจว่าผู้จัดการสาขาแต่ละคนใช้เวลากับการพัฒนาทีมสัปดาห์ละกี่นาที และเจอปัญหาเรื่องคนแบบใดบ่อยที่สุด ตามด้วย 7-Day Micro Action Plan ที่จัดทำในห้องเรียน และ 8 Weeks Behavioral Tracker ที่ติดตามพฤติกรรมผ่าน LINE เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เช่น จำนวนครั้งที่ให้ Feedback กับทีมต่อสัปดาห์ จำนวนบทสนทนาโค้ชที่เกิดขึ้นจริง และความคืบหน้าของพนักงานที่เลือกไว้เป็นเป้าหมาย ผู้บริหารสายสาขาและ HR จะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายสาขา ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างสาขาได้
จัดอบรม In-house ให้ผู้จัดการสาขาได้หรือไม่ ขอใบเสนอราคาอย่างไร +
ได้ หลักสูตรออกแบบสำหรับ In-house Training โดยเฉพาะ และปรับเคสให้ตรงกับประเภทธุรกิจขององค์กร ทั้งค้าปลีก ธนาคาร ร้านอาหาร คลินิก ศูนย์บริการ และธุรกิจบริการที่มีหลายสาขา โดยนำสถานการณ์จริงจากสาขาของลูกค้ามาเป็นบทฝึก จัดได้ทั้งรวมผู้จัดการสาขาหลายแห่งมาเรียนพร้อมกัน หรือแยกตามเขต HR เพียงแจ้งจำนวนผู้เรียน ประเภทธุรกิจ และช่วงเวลาที่ต้องการ ทีมงานจะติดต่อกลับพร้อม Course Outline และใบเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)