หลักสูตร Project Management พื้นฐานบริหารโครงการสำหรับหัวหน้างาน
(Project Management Skill for Supervisor and Manager )

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)

แนวคิดของหลักสูตร

หลักสูตรอบรม Project Management Skill for Supervisor and Manager พัฒนาทักษะการบริหารโครงการสำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ


หัวหน้างานส่วนใหญ่ได้คุมโครงการก่อนที่จะเคยเรียนวิธีคุมโครงการ
       ในองค์กรไทย คนที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการมักเป็นคนที่ทำงานเก่งที่สุดในทีม ไม่ใช่คนที่ผ่านการอบรมการบริหารโครงการมาก่อน วิธีที่ใช้จึงเป็นการจำจากโครงการที่เคยเห็น บวกกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ
ผลที่ตามมาคืออาการชุดเดียวกันในเกือบทุกองค์กร
       - แผนงานอยู่ในหัวหัวหน้าคนเดียว ทีมจึงไม่รู้ว่าตัวเองต้องเสร็จเมื่อไรและกระทบใคร
       - งานส่งช้าแล้วค่อยรู้ ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
       - ขอบเขตงานขยายทีละนิดจนเกินงบโดยไม่มีใครทักท้วง
       - รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ไม่ได้เตรียมทางรับมือไว้ก่อน
       - ผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายเข้าใจเป้าหมายของโครงการไม่ตรงกัน


หลักสูตรนี้จึงเป็น พื้นฐานการบริหารโครงการสำหรับคนที่ต้องคุมโครงการอยู่แล้วแต่ยังไม่เคยเรียนอย่างเป็นระบบ โดยเน้นเครื่องมือที่ใช้ได้ทันทีกับโครงการที่กำลังทำอยู่ ไม่ใช่ทฤษฎีการบริหารโครงการระดับสากลที่ต้องมีทีมและระบบรองรับ


หลักสูตรนี้ต่างจากหลักสูตรบริหารโครงการตัวอื่นของ Coach Weeraphan อย่างไร
        หลักสูตรนี้เป็น พื้นฐานการบริหารโครงการ เหมาะกับหัวหน้างานที่ยังไม่เคยเรียนอย่างเป็นระบบ ใช้ได้กับโครงการทุกประเภท ไม่จำกัดเฉพาะงานก่อสร้าง
        หากองค์กรอยู่ในธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและต้องการเนื้อหาเฉพาะทาง ดูหลักสูตร พัฒนาทักษะการบริหารโครงการก่อสร้าง
        หากโจทย์คือการนำทีมและบริหารงานประจำวันหน้าไซต์ ดูหลักสูตร ภาวะผู้นำและการบริหารงานสำหรับหัวหน้างานก่อสร้าง
        หากโจทย์คือการควบคุมต้นทุนโครงการโดยเฉพาะ ดูหลักสูตร Cost Management บริหารต้นทุนก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์


อบรมการบริหารโครงการ, Project Management Training, หลักสูตรผู้จัดการโครงการ, อบรมหัวหน้างาน, WBS, Gantt Chart, Risk Management, Leadership for Project Manager

จุดมุ่งเน้นของเนื้อหา

หลักสูตรอบรม Project Management Skill for Supervisor and Manager พัฒนาทักษะการบริหารโครงการสำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ


ในยุคที่การทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง หลายองค์กรกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการทำงานแบบ Routine Based หรือการทำงานประจำที่ซ้ำๆ ไปสู่การทำงานในรูปแบบ Project Base ที่มีเป้าหมาย ช่วงเวลา และความท้าทายเฉพาะตัว การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปรับโครงสร้างงาน แต่เป็นการปรับ “วิธีคิด” และ “ทักษะการทำงาน” ของบุคลากรทั้งระบบ ซึ่งถ้าองค์กรไม่สามารถเตรียมความพร้อมได้ทัน ผลลัพธ์คือโครงการล้มเหลว งบประมาณบานปลาย และทีมงานที่ขาดความมั่นใจในการขับเคลื่อนงาน


ทำไมองค์กรต้องเปลี่ยนมาทำงานแบบ Project Base?
รูปแบบการทำงานแบบ Project Base กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจการเงิน การก่อสร้าง การผลิต การขนส่ง โลจิสติกส์ ไปจนถึง IT และ Digital Transformation ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้แก่
       - ความซับซ้อนของงานเพิ่มขึ้น: งานประจำไม่สามารถตอบสนองเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็วได้อีกต่อไป
       - การทำงานแบบ Cross-functional: ทีมงานจากหลายแผนกต้องมาทำงานร่วมกันในโครงการเดียวกัน เช่น ฝ่ายการตลาด ฝ่ายผลิต ฝ่ายไอที
       - ลูกค้าและตลาดต้องการความเร็ว: การแข่งขันสูงขึ้น โครงการต้องส่งมอบได้เร็วและมีคุณภาพ
       - เทคโนโลยีใหม่เข้ามา: ทำให้ต้องมีโครงการเพื่อปรับปรุงระบบ กระบวนการ และเครื่องมือ


การทำงานแบบ Project Base จึงไม่ใช่ทางเลือกแต่กลายเป็นความจำเป็นขององค์กรยุคใหม่


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านนี้มักตามมาด้วยปัญหาหลายด้าน เช่น


1.ครงการล่าช้าและเกินงบประมาณ เพราะทีมงานยังไม่คุ้นกับการวางแผนโครงการ การใช้เครื่องมือ เช่น Work Breakdown Structure (WBS) หรือ Gantt Chart
2.การสื่อสารระหว่างทีมไม่ราบรื่น เมื่อคนจากหลายแผนกต้องมาร่วมงานในโครงการเดียว ขาดทักษะการสื่อสารและการประสานงานที่ชัดเจน
3.ขาดการจัดการความเสี่ยง ปัญหาที่ควรป้องกันตั้งแต่แรกกลับกลายเป็นวิกฤติเมื่อโครงการดำเนินไป ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย


4.ผู้จัดการโครงการยังขาด Leadership Skill การทำงานแบบ Project Base ต้องการผู้นำที่ไม่เพียงแค่บริหารงาน แต่ต้องสามารถสร้างแรงจูงใจ ประสานผลประโยชน์ และจัดการ Stakeholders ที่มีความคาดหวังหลากหลาย
5.ขาดวัฒนธรรมการทำงานแบบ Project Mindset บุคลากรบางคนยังยึดติดกับงานประจำ ไม่เข้าใจความสำคัญของเป้าหมายโครงการ จึงไม่สามารถทุ่มเทให้กับงานได้เต็มที่


 


หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ Pain Point เหล่านี้โดยตรง และช่วยให้องค์กรปรับตัวสู่การทำงานแบบ Project Base ได้อย่างมั่นใจ จุดมุ่งเน้นหลักคือ


       - สร้างความเข้าใจใน Project Base Concept ผู้เรียนจะเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Routine Work กับ Project Work เห็นว่าทำไมการทำงานแบบโครงการถึงสำคัญต่อการขับเคลื่อนกลยุทธ์ขององค์กร


       - พัฒนาทักษะการกำหนดขอบเขตโครงการ (Project Scope Management) เพื่อป้องกัน Scope Creep และจัดการความคาดหวังของผู้ใช้งานตั้งแต่ต้น


       - เสริมเครื่องมือวางแผนโครงการ (WBS และ Gantt Chart) ทำให้งานใหญ่ถูกแตกออกเป็นงานย่อยที่จัดการได้ พร้อมกำหนดระยะเวลาและทรัพยากรที่เหมาะสม


       - เน้น Risk Management และ Proactive Planning ให้ผู้เรียนเรียนรู้วิธีการประเมินความเสี่ยงและสร้างแผนรับมือก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง


       - พัฒนา Leadership และ Stakeholder Management สร้างผู้นำโครงการที่ไม่เพียงควบคุมงาน แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการความคาดหวังของ Stakeholders ได้อย่างสมดุล
       - การเรียนรู้ผ่าน Workshop และ Roleplay ไม่ใช่เพียงฟังบรรยาย แต่ได้ลงมือทำจริง เช่น การออกแบบ WBS จากโครงการจำลอง การใช้ Risk Matrix วิเคราะห์ความเสี่ยง หรือการจำลองสถานการณ์การเจรจากับ Stakeholders


 


 


 


 


อบรมการบริหารโครงการ, Project Management Training, หลักสูตรผู้จัดการโครงการ, อบรมหัวหน้างาน, Project Base Work, Work Breakdown Structure (WBS), Gantt Chart, Risk Management Training, Leadership for Project Manager, Stakeholder Management, Corporate Training Project Management

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ (Outcome)

หลักสูตรอบรม Project Management Skill for Supervisor and Manager พัฒนาทักษะการบริหารโครงการสำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ


ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับจากหลักสูตร Project Management Skill for Manager


 


       หลักสูตร Project Management Training ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มความรู้ใหม่ให้กับบุคลากร แต่คือการสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับ บุคคล (Individual) และ องค์กร (Organization) ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และคุณภาพของการทำงานในระยะยาว


 


ผลลัพธ์สำหรับ “ผู้เข้าอบรม”


       1. เข้าใจการทำงานแบบ Project Base อย่างลึกซึ้ง ผู้เรียนจะตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างงานประจำ (Routine Work) และงานโครงการ (Project Base Work) พร้อมเรียนรู้วิธีคิดแบบ Project Mindset ที่มุ่งเน้นเป้าหมายและการส่งมอบงานอย่างมีคุณภาพ


       2. สามารถใช้เครื่องมือ Project Management ได้จริง จากการฝึกปฏิบัติ ผู้เข้าอบรมจะใช้ Work Breakdown Structure (WBS), Gantt Chart, Risk Matrix และ Stakeholder Analysis ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการวางแผน ติดตาม และควบคุมงานโครงการ


       3. พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม ผู้เข้าอบรมจะเข้าใจวิธีสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การประสานงานกับทีมข้ามแผนก และการจัดการความคาดหวังของ Stakeholders ซึ่งเป็น Soft Skill ที่สำคัญสำหรับ Project Manager และหัวหน้างานยุคใหม่


       4. เสริมสร้างภาวะผู้นำ (Leadership for Project Manager) ผ่าน Roleplay และ Workshop ผู้เรียนจะพัฒนาทักษะการจูงใจ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง และการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม สามารถนำไปใช้กับโครงการจริงได้ทันที


       5. มั่นใจในการบริหารเวลาและทรัพยากร ผู้เรียนจะรู้วิธีจัดลำดับความสำคัญ (Prioritization) และบริหารทรัพยากร 4M (Man, Money, Material, Method) อย่างสมดุล เพื่อให้โครงการเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ


 


ผลลัพธ์สำหรับ “องค์กร”


       - โครงการเสร็จตรงเวลาและควบคุมงบประมาณได้ องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากโครงการที่ล่าช้าหรือเกินงบ เพราะผู้จัดการและทีมงานเข้าใจวิธีใช้เครื่องมือ Project Control อย่างเป็นระบบ


       - เพิ่มความสามารถแข่งขันในตลาด เมื่อโครงการสามารถส่งมอบตรงเวลาและมีคุณภาพสูง ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ องค์กรจึงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาคู่ค้าและ Stakeholders


       - เสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ Project Mindset บุคลากรทุกระดับเริ่มคิดและทำงานในมุมมองของโครงการ (Project Base Work) ช่วยให้องค์กรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น


       - ลดความขัดแย้งและเพิ่มการทำงานร่วมกัน ด้วยทักษะการสื่อสารและการทำงานข้ามแผนกที่พัฒนาขึ้น ทีมงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ลดความสูญเสียจาก Miscommunication และเพิ่ม Synergy ในการทำงาน


       - พัฒนาผู้นำโครงการภายในองค์กร องค์กรจะได้บุคลากรที่มีทักษะครบทั้ง Hard Skill (เช่น WBS, Gantt Chart, Risk Management) และ Soft Skill (เช่น Leadership, Stakeholder Management) ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาที่ปรึกษาภายนอก และสร้างผู้นำโครงการภายในที่แข็งแกร่ง


       - สร้างผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ที่ยั่งยืน เมื่อโครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์คือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Goal) ได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงกระบวนการ หรือการทำ Digital Transformation


 


 


 


อบรมการบริหารโครงการ, Project Management Training, หลักสูตรผู้จัดการโครงการ, Project Base Work, WBS, Gantt Chart, Risk Management, Leadership for Project Manager

เนื้อหาหลักสูตร

หลักสูตรอบรม Project Management Skill for Supervisor and Manager พัฒนาทักษะการบริหารโครงการสำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ


PART 1 : การกำหนดขอบเขตโครงการให้ชัดเจน


       - Project Management Concept : เข้าใจลักษณะการทำงานแบบโครงการ วงจรชีวิตของโครงการ


       - Project Scope Management: การจัดการขอบเขตโครงการเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลง Scope ที่ไม่ได้วางแผนไว้และการทำงานที่ไม่อยู่ใน scope


       - SMART Goals: เรียนรู้วิธีการกำหนดเป้าหมายโครงการให้เฉพาะเจาะจง, วัดผลได้, สามารถบรรลุได้, สอดคล้อง, และมีเวลาที่ชัดเจน


       - การจัดทำ Project Charter โดยประเมินจากความต้องการของผู้ใช้งาน , ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร , ทิศทางของธุรกิจที่องค์กรจะไป


       - Workshop: การกำหนดขอบเขตโครงการ


       - ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม:


              - แต่ละกลุ่มกำหนดโครงการและแบ่งหน้าที่เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน


              - การใช้เทคนิคการวิเคราะห์และพูดคุยเพื่อรวบรวมข้อมูล


              - กำหนดขอบเขตโครงการและเอกสารการกำหนดขอบเขต (Project Charter)


       - ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้: การเข้าใจในการวิเคราะห์และการกำหนดขอบเขตโครงการอย่างละเอียด สามารถจัดการความคาดหวังของผู้ใช้งาน ลูกค้า ได้


 


PART 2 : การทำ Work Breakdown Structure และ วางแผนโครงการ


       - เรียนรู้เกี่ยวกับ Work Breakdown Structure และบทบาทในการจัดการโครงการ


       - เทคนิคการแบ่งงานโครงการออกเป็นงานย่อยๆ ที่จัดการได้ง่าย


       - Workshop: การสร้าง WBS


              - สร้าง WBS สำหรับเคสโครงการที่กำหนด


              - การนำเสนอ WBS ที่สร้างและรับข้อเสนอแนะจากผู้อบรมและเพื่อนร่วมกลุ่ม


       - ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้: การเข้าใจวิธีการแบ่งงานโครงการออกเป็นงานย่อยๆ และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ


       - Gantt Chart : การวางแผนงานโครงการให้เห็นภาพรวม รายละเอียดของงานและการติดตามความคืบหน้าโครงการ


       - Resources Management: เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร 4M ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ


       - Workshop: การจัดการเวลาและทรัพยากร


              - การใช้เครื่องมือการจัดการโครงการเพื่อวางแผนและติดตามความคืบหน้า


       - ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้: การเข้าใจและการใช้งานเทคนิคการจัดการเวลาและทรัพยากรในโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 


PART 3 : การควบคุมแผนงานและติดตามความคืบหน้าโครงการ


       - Risk Management  : สร้างแนวคิดเรื่องการจัดการความเสี่ยง วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจจะกระทบกับเป้าหมายและแผนงาน


       - การควบคุมและติดตามความคืบหน้างานรวมถึงการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น


       - Proactive Management: การทำงานแบบเชิงรุกด้วยการ Foresee ล่วงหน้าแล้วหาแนวทางรับมือ


       - Effective Meeting : การประชุมที่มีประสิทธิภาพโดยมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ปัญหา


       - Change Management : การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินโครงการ


       - Closing Project : การปิดและส่งมอบโครงการ


       - Workshop: การประเมินและจัดการความเสี่ยง


              - การใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงและแนวทางการทำงานแบบเชิงรุก


 


PART 4 : Leadership Development for Project Leader & Stakeholder Management


       - Leadership Mindset : เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของการเป็นผู้นำที่ดีรวมถึงสำรวจ Style การเป็นผู้นำของตัวเอง


       - เทคนิคการจูงใจ: สร้างแรงจูงใจให้กับทีมผ่านการรับฟังความคิดเห็นและการให้ Feedback แบบต่างๆ


       - Role Playing: การนำทีมและการจูงใจ


              - จำลองสถานการณ์การบริหารทีมที่มีความท้าทาย เช่น ขาดแรงจูงใจ, ความขัดแย้ง


              - ดำเนินการสื่อสารเพื่อแก้ไขปัญหาและการจูงใจทีม


       - ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้: พัฒนาทักษะการเป็นผู้นำและการจูงใจผู้อื่น, การสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ


       - Stakeholder Analysis Matrix: ศึกษาวิธีการวิเคราะห์ Stakeholders เพื่อระบุผู้มีอิทธิพลและการมีส่วนได้ส่วนเสียต่อโครงการ


       - การสื่อสารกับ Stakeholders: เทคนิคการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อบริหารความคาดหวัง


       - Role Playing: การจัดการความคาดหวังของ Stakeholders


              - จำลองสถานการณ์ที่ Stakeholders มีความคาดหวังแตกต่างกัน


              - การฝึกการสื่อสารและการเจรจาเพื่อหาจุดสมดุลของความคาดหวัง


       - ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้: พัฒนาทักษะการสื่อสารและการจัดการความคาดหวังของ Stakeholders, การสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่ดี


 


 


อบรมการบริหารโครงการ, Project Management Training, หลักสูตรผู้จัดการโครงการ, อบรมหัวหน้างานและผู้จัดการ, Training for Project Manager, Project Base Work Training, Corporate Training Project Management, Project Management Concept, วงจรชีวิตโครงการ, Project Life Cycle, Project Scope Management, SMART Goals Training, การจัดทำ Project Charter, Workshop กำหนดขอบเขตโครงการ, จัดการ Scope Creep, Work Breakdown Structure, WBS Training, การสร้าง WBS, Gantt Chart Training, Project Planning & Scheduling, Resource Management 4M, Workshop การสร้าง WBS, การจัดการเวลาและทรัพยากร, Project Resource Allocation, Project Monitoring & Control, Risk Management Training, การจัดการความเสี่ยงโครงการ, Proactive Project Management, Effective Meeting for Project Manager, Change Management in Project, Closing Project Process, Workshop การประเมินและจัดการความเสี่ยง, Leadership for Project Manager, Leadership Mindset Training, Team Motivation Workshop, การจูงใจทีมโครงการ, Role Play การบริหารทีม, Stakeholder Analysis Matrix, Stakeholder Management Training, การสื่อสารกับ Stakeholders, Project Communication Skill, ลดโครงการล่าช้าและเกินงบประมาณ, ส่งมอบโครงการตรงเวลาและมีคุณภาพ, เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม, พัฒนาภาวะผู้นำโครงการ, ความพึงพอใจ Stakeholders และลูกค้า, พัฒนาทีมงานเชิงรุก, เสริมทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหาโครงการ

เครื่องมือ , เฟรมเวิร์ค , กิจกรรม

หลักสูตรอบรม Project Management Skill for Supervisor and Manager พัฒนาทักษะการบริหารโครงการสำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ


เครื่องมือ (Tools)


       - Project Charter – เอกสารกำหนดขอบเขต วัตถุประสงค์ และผู้เกี่ยวข้องของโครงการ


       - SMART Goals – เทคนิคการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และมีกรอบเวลา


       - Work Breakdown Structure (WBS) – แยกงานใหญ่ให้เป็นงานย่อยเพื่อให้บริหารจัดการง่ายขึ้น


       - Gantt Chart – ตารางแผนงานโครงการที่ช่วยติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นระบบ


       - Resource Management (4M: Man, Money, Material, Method) – การจัดสรรทรัพยากรโครงการให้คุ้มค่า


       - Risk Matrix & Risk Register – เครื่องมือวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อวางแผนรับมือเชิงรุก


       - Stakeholder Analysis Matrix – การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อจัดการความคาดหวังและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี


 


เฟรมเวิร์ก (Frameworks)


       - Project Life Cycle Framework – วงจรชีวิตโครงการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนปิดโครงการ


       - Scope Management Framework – จัดการขอบเขตโครงการเพื่อลด Scope Creep


       - Resource Allocation Framework – แนวทางการบริหารเวลาและทรัพยากร


       - Risk Management Framework – ขั้นตอนการวิเคราะห์ ระบุ และควบคุมความเสี่ยง


       - Leadership & Communication Framework – พัฒนาภาวะผู้นำและทักษะการสื่อสารสำหรับผู้จัดการโครงการ


       - Stakeholder Engagement Framework – การบริหารความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง


 


 


กิจกรรมการเรียนรู้ (Activities)


       - Workshop การกำหนดขอบเขตโครงการ (Project Scope Workshop) ผู้เรียนกำหนดโครงการจริง แบ่งหน้าที่ และจัดทำ Project Charter


       - Workshop การสร้าง WBS แตกงานโครงการออกเป็นงานย่อย และนำเสนอ WBS ต่อเพื่อนร่วมกลุ่มเพื่อรับ Feedback


       - Workshop การจัดการเวลาและทรัพยากรใช้ Gantt Chart และ Resource Allocation Tool เพื่อวางแผนและควบคุมทรัพยากรโครงการ


       - Workshop การประเมินและจัดการความเสี่ยงใช้ Risk Matrix วิเคราะห์ความเสี่ยงและวางแผนเชิงรุก


       - Role Play การนำทีมและการจูงใจ ฝึกทักษะการสร้างแรงบันดาลใจ แก้ไขความขัดแย้ง และพัฒนาทีมงาน


       - Role Play การจัดการ Stakeholders จำลองสถานการณ์ความคาดหวังที่หลากหลาย และฝึกการเจรจาหาจุดสมดุล


 


 


Work Breakdown Structure (WBS), Gantt Chart, SMART Goals, Risk Management Tools, Stakeholder Analysis, Project CharterProject Management Workshop, Role Play Project Manager, Risk Assessment Workshop, Stakeholder Communication Training, Project Management Framework, Scope Management, Risk Management Framework, Leadership for Project Manager, Stakeholder Management

สัดส่วนเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้


สัดส่วนเนื้อหา
       - 30 เปอร์เซ็นต์ Concept และเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็นต่อการวางแผนและติดตามงาน
       - 50 เปอร์เซ็นต์ Workshop วางแผนจากโครงการจริงที่ผู้เรียนกำลังดูแลอยู่
      - 20 เปอร์เซ็นต์ Reflection และการวางแผนนำไปใช้ในสัปดาห์แรกหลังอบรม


รูปแบบการเรียนรู้
       
คลาสไม่ได้เริ่มจากมาตรฐานการบริหารโครงการระดับสากล แต่เริ่มจากโครงการที่ผู้เรียนกำลังทำอยู่จริง แล้วให้ลองเขียนแผนด้วยวิธีเดิมของตัวเองก่อน จากนั้นจึงนำเครื่องมือเข้าไปช่วยจัดโครงสร้างใหม่ทีละชิ้น
       ผู้เรียนจึงไม่ได้เพียงรู้ว่า WBS หรือ Gantt Chart คืออะไร แต่ได้แผนของโครงการตัวเองที่นำกลับไปใช้ต่อได้ในวันรุ่งขึ้น


องค์ประกอบของการเรียนรู้
       - ใช้โครงการจริงของผู้เรียนเป็นวัตถุดิบ ไม่ใช่กรณีศึกษาสมมติ
       - Workshop แตกงานด้วย WBS และวางไทม์ไลน์ด้วย Gantt Chart
       - Worksheet ประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์ผู้เกี่ยวข้องที่ใช้ซ้ำได้ทุกโครงการ
       - Action Commitment ระบุสิ่งที่จะเปลี่ยนในโครงการของตนเอง พร้อมกำหนดเวลา


วัดผลด้วย Outcome-Driven Learning
       - Readiness Check ก่อนอบรม สำรวจว่าผู้เรียนแต่ละคนดูแลโครงการลักษณะใด วางแผนด้วยวิธีใดอยู่ และเคยเจอปัญหาแบบใดบ่อยที่สุด เพื่อออกแบบ Workshop ให้ตรงกับงานจริง
       - Impact Workshop 1 วัน วางแผนโครงการจริงจนได้แผนที่ใช้ต่อได้ จบด้วย Action Commitment
       - 8 Weeks Behavioral Tracker หลังอบรม ติดตามผ่าน LINE 8 สัปดาห์ เช่น การแตกงานเป็น WBS ก่อนเริ่มโครงการใหม่ การสื่อสารแผนให้ทีมเห็นตรงกันตั้งแต่ต้น และการทบทวนความเสี่ยงในที่ประชุมประจำสัปดาห์


HR และผู้บริหารจะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายทีมเพื่อนำเสนอผู้บริหารได้ทันที

ผู้ที่เหมาะกับหลักสูตรนี้

       - หัวหน้างานและ Supervisor ที่เพิ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการ
       
- Project Manager และ Project Leader ที่คุมโครงการจากประสบการณ์ แต่ยังไม่เคยเรียนอย่างเป็นระบบ
       
- วิศวกรและทีมเทคนิคที่ต้องรับผิดชอบโครงการควบคู่กับงานประจำ
       
- Project Coordinator และทีมสนับสนุนที่ต้องติดตามความคืบหน้าและประสานงานหลายฝ่าย
       
- Team Member ที่กำลังเตรียมขึ้นเป็นผู้ดูแลโครงการในอนาคต
       
- HR และ HRD ที่ต้องการวางมาตรฐานการบริหารโครงการให้ทุกหน่วยงานใช้ภาษาเดียวกัน


เหมาะกับองค์กรที่เจอสถานการณ์เหล่านี้บ่อย
       
- โครงการเสร็จช้ากว่าแผนเกือบทุกครั้ง แต่ระบุไม่ได้ว่าช้าตรงขั้นไหน
       
- แผนงานอยู่ในหัวของหัวหน้าคนเดียว เมื่อเขาไม่อยู่ทีมก็เดินต่อไม่ได้      
       
- ขอบเขตงานขยายทีละนิดจนเกินงบ โดยไม่มีใครทักท้วงระหว่างทาง
       
- รู้ว่ามีความเสี่ยงแต่ไม่ได้เตรียมแผนสำรอง จึงต้องแก้เฉพาะหน้าทุกครั้ง
       
- แต่ละหน่วยงานเข้าใจเป้าหมายและกำหนดส่งของโครงการไม่ตรงกัน
       
- แต่ละโครงการใช้วิธีวางแผนและรายงานคนละแบบ ทำให้ผู้บริหารเปรียบเทียบไม่ได้


ระดับความรู้พื้นฐาน
       
ไม่ต้องมีพื้นฐานการบริหารโครงการมาก่อน หลักสูตรออกแบบสำหรับคนที่เติบโตมาจากสายปฏิบัติแล้วต้องรับบทบาทคุมโครงการ จึงเริ่มจากโครงการที่ทำอยู่จริงแล้วค่อยเติมเครื่องมือทีละชิ้น ผู้ที่เคยเรียนมาบ้างแล้วจะได้ทบทวนและได้แบบฟอร์มที่ใช้ได้จริงกลับไป


จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม
       20 ถึง 30 คนต่อรุ่น และได้ผลดีที่สุดเมื่อจัดให้ทีมที่ทำโครงการร่วมกันมาเรียนพร้อมกัน เพราะจะได้วางแผนโครงการจริงร่วมกันตั้งแต่ในห้องเรียน</p>

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ทำไมโครงการถึงเสร็จช้ากว่าแผนเกือบทุกครั้ง +
สาเหตุที่พบบ่อยมี 5 เรื่อง (1) แผนงานอยู่ในหัวของหัวหน้าคนเดียว ทีมจึงไม่รู้ว่าตัวเองต้องเสร็จเมื่อไรและงานของตัวเองไปกระทบใคร (2) แตกงานไม่ละเอียดพอ ทำให้ประเมินเวลาต่ำกว่าความจริงตั้งแต่ต้น (3) ไม่มีจุดตรวจระหว่างทาง จึงรู้ว่าช้าตอนที่แก้ไม่ทันแล้ว (4) ขอบเขตงานขยายทีละนิดโดยไม่มีใครทักท้วง (5) รู้ว่ามีความเสี่ยงแต่ไม่ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า จุดร่วมของทั้ง 5 เรื่องคือปัญหาเกิดตั้งแต่ตอนวางแผน ไม่ใช่ตอนลงมือทำ หลักสูตรนี้จึงเน้นที่การวางแผนให้เห็นภาพร่วมกันตั้งแต่ต้นโครงการ
หลักสูตรนี้ช่วยแก้ Pain Point อะไรขององค์กรได้บ้าง? +
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในองค์กรมี 6 เรื่อง (1) โครงการล่าช้าและเกินงบประมาณเกือบทุกครั้ง (2) ส่งมอบงานได้ไม่ตรงกับคุณภาพที่ตกลงไว้ (3) ทีมงานสื่อสารไม่ตรงกันจนเกิดงานซ้ำและความขัดแย้ง (4) วางแผนด้วยความเคยชิน ไม่ได้ใช้เครื่องมืออย่าง WBS Gantt Chart หรือการประเมินความเสี่ยง (5) ผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายเข้าใจเป้าหมายและกำหนดส่งไม่ตรงกัน (6) แต่ละโครงการใช้วิธีวางแผนและรายงานคนละแบบ ทำให้ผู้บริหารเปรียบเทียบและติดตามไม่ได้ หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ทั้ง 6 เรื่องนี้โดยตรง
หลักสูตรนี้ต่างจากการอบรม Project Management ทั่วไปอย่างไร? +
จุดเด่นคือหลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่แนวคิดทั่วไป แต่เชื่อมทั้ง Project Scope Management, Project Charter, WBS, Gantt Chart, Risk Management, Stakeholder Management และ Leadership for Project Manager เข้าด้วยกัน พร้อม Workshop และ Roleplay ให้ผู้เรียนได้ฝึกใช้กับสถานการณ์จริงของโครงการ
ขอบเขตงานขยายจนเกินงบ ควรป้องกันตั้งแต่ตอนไหน +
ต้องป้องกันตั้งแต่ตอนเริ่มโครงการ ไม่ใช่ตอนที่งานเริ่มบานปลาย ขั้นตอนที่ใช้ได้จริงมี 4 ข้อ (1) เขียนขอบเขตงานให้ชัดตั้งแต่ต้น โดยระบุทั้งสิ่งที่รวมอยู่ในงานและสิ่งที่ไม่รวม เพราะส่วนที่ไม่ได้เขียนไว้คือจุดที่มักถูกขอเพิ่มภายหลัง (2) ตั้งเป้าหมายให้วัดได้ด้วยหลัก SMART เพื่อให้ทุกฝ่ายรู้ว่าเสร็จแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร (3) ตกลงกติกาว่างานที่เพิ่มจากขอบเขตเดิมต้องผ่านการประเมินผลกระทบด้านเวลาและต้นทุนก่อนเสมอ (4) บันทึกทุกการเปลี่ยนแปลงเป็นลายลักษณ์อักษร ในหลักสูตรผู้เรียนจะฝึกเขียนขอบเขตงานและ Project Charter จากโครงการจริงของตนเอง
WBS คืออะไร ต่างจาก Gantt Chart อย่างไร +
WBS หรือ Work Breakdown Structure คือการแตกงานใหญ่ของโครงการออกเป็นงานย่อยลงไปเรื่อยๆ จนถึงระดับที่มอบหมายให้คนรับผิดชอบได้และประเมินเวลาได้ ส่วน Gantt Chart คือการนำงานย่อยเหล่านั้นมาวางบนเส้นเวลา เพื่อให้เห็นว่างานไหนต้องเสร็จก่อน งานไหนทำพร้อมกันได้ และงานไหนที่ถ้าช้าแล้วจะดึงทั้งโครงการช้าตาม ความต่างคือ WBS ตอบว่ามีงานอะไรบ้าง ส่วน Gantt Chart ตอบว่างานเหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อไร ลำดับที่ถูกต้องคือ ทำ WBS ก่อนเสมอ เพราะถ้าแตกงานไม่ครบ Gantt Chart ก็จะไม่ครบตาม และแผนจะพลาดตั้งแต่วันแรก ในหลักสูตรผู้เรียนจะฝึกทำทั้งสองอย่างจากโครงการจริงของตนเอง
จะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าโครงการกำลังจะมีปัญหา +
สัญญาณเตือนล่วงหน้ามาจาก 3 ทาง (1) จุดตรวจระหว่างทาง หรือ Milestone ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ถ้าจุดตรวจแรกช้า โอกาสที่ทั้งโครงการจะช้ามีสูงมาก (2) การประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน โดยเรียงตามโอกาสเกิดและความรุนแรง แล้วเตรียมแผนรับมือเฉพาะความเสี่ยงที่สูงทั้งสองด้าน (3) การถามทีมด้วยคำถามที่ตรง เช่น ตอนนี้มีอะไรที่รอคนอื่นอยู่บ้าง แทนคำถามกว้างว่างานเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งมักได้คำตอบว่าเรียบร้อยดี องค์กรที่รู้ปัญหาช้าเสมอมักไม่ได้ขาดข้อมูล แต่ขาดจุดตรวจที่ทำให้ข้อมูลโผล่ขึ้นมาเอง
คุมโครงการโดยไม่มีอำนาจสั่งการทีม ทำอย่างไร +
สถานการณ์นี้พบมากที่สุดในการบริหารโครงการ เพราะทีมโครงการมักมาจากหลายแผนกและมีหัวหน้าสายงานของตัวเองอยู่แล้ว วิธีที่ใช้ได้จริงมี 4 ข้อ (1) สร้างความชัดเจนแทนการใช้อำนาจ คือทำให้ทุกคนเห็นแผนเดียวกันว่าใครทำอะไร เสร็จเมื่อไร และกระทบใครถ้าช้า (2) ขอความร่วมมือโดยเชื่อมกับเป้าหมายของฝ่ายนั้น ไม่ใช่เป้าหมายของโครงการอย่างเดียว (3) ตกลงกับหัวหน้าสายงานของสมาชิกทีมตั้งแต่ต้นเรื่องเวลาที่จะใช้ ไม่ใช่ไปขอทีหลังตอนงานเร่ง (4) รายงานความคืบหน้าให้ทุกฝ่ายเห็นสม่ำเสมอ เพราะความโปร่งใสสร้างแรงกดดันเชิงบวกได้ดีกว่าการสั่ง
จะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจเป้าหมายโครงการตรงกันได้อย่างไร +
เริ่มจากการระบุผู้เกี่ยวข้องให้ครบก่อน ทั้งคนที่ได้ประโยชน์ คนที่ต้องลงแรง และคนที่มีอำนาจอนุมัติ จากนั้นแยกกลุ่มตาม 2 เกณฑ์คือ มีอำนาจต่อโครงการมากแค่ไหน และได้รับผลกระทบมากแค่ไหน เพื่อกำหนดว่าใครต้องคุยบ่อยแค่ไหนและด้วยรูปแบบใด กลุ่มที่มีทั้งอำนาจและผลกระทบสูงต้องเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ตอนตั้งเป้าหมาย ไม่ใช่มารับรู้ตอนงานใกล้เสร็จ จากนั้นสรุปเป้าหมาย ขอบเขต และเกณฑ์ความสำเร็จเป็นเอกสารหน้าเดียวที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ในหลักสูตรผู้เรียนจะฝึกทำ Stakeholder Analysis และ Project Charter จากโครงการจริง
หลังอบรมมีการติดตามผลอย่างไร +
องค์กรสามารถต่อยอดเป็น Learning Journey เต็มรูปแบบได้ เริ่มจาก Readiness Check ก่อนอบรม เพื่อสำรวจว่าผู้เรียนแต่ละคนดูแลโครงการลักษณะใด วางแผนด้วยวิธีใดอยู่ และเคยเจอปัญหาแบบใดบ่อยที่สุด เพื่อออกแบบ Workshop ให้ตรงกับงานจริง ตามด้วย Action Commitment ที่จัดทำในห้องเรียน และ 8 Weeks Behavioral Tracker ที่ติดตามพฤติกรรมผ่าน LINE เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เช่น การแตกงานเป็น WBS ก่อนเริ่มโครงการใหม่ การสื่อสารแผนให้ทีมเห็นตรงกันตั้งแต่ต้น และการทบทวนความเสี่ยงในที่ประชุมประจำสัปดาห์ HR และผู้บริหารจะได้รับรายงาน Before-After รายบุคคลและรายทีม
จัดอบรม In-house ให้องค์กรได้หรือไม่ ขอใบเสนอราคาอย่างไร +
ได้ หลักสูตรออกแบบสำหรับ In-house Training โดยเฉพาะ โดยนำโครงการที่องค์กรกำลังดำเนินอยู่จริงมาเป็น Case และ Workshop จึงใช้ได้กับโครงการทุกประเภท ทั้งงานก่อสร้าง งานผลิต งานพัฒนาระบบ งานปรับปรุงกระบวนการ และงานเปิดสาขาหรือเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ HR เพียงแจ้งจำนวนผู้เรียน ตำแหน่งงาน ประเภทโครงการ และช่วงเวลาที่ต้องการ ทีมงานจะติดต่อกลับพร้อม Course Outline และใบเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง

เรามุ่งเน้นพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็น โดยเน้นการเรียนรู้และการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถเติบโตในตำแหน่งงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชม.

ช่องทางติดต่ออื่นๆ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
LINE OA : @coachweeraphan
Social Media :          
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)