- 15 February, 2024
- admin
- 938
เปลี่ยนงานที่ทำประจำวันให้เป็นงานโปรเจค เวลาผมไปบรรยายหลักสูตรเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการทำงาน หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ต้องพูดถึงคือ “การคิดแบบ Project base” …. ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก Day to Day หรือ Routine base วิธีคิดแบบ Project base มีลักษณะประมาณนี้ >> When & Who & Where. ต้องระบุกำหนดกรอบเวลา , สถานที่หรือ area , คนที่เกี่ยวข้องที่ชัดเจน >> How การคิดแบบโปรเจคคือต้อง Fix& Flex ให้ถูกจังหวะ
>> What & Why เราตั้งเป้าหมายในงานที่ทำประจำว่าอยากเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างไร เช่น
- ลดเวลาทำงานชิ้นนี้จาก 3 ชม.เหลือ 1 ชม. (ลูกค้าจะได้ของเร็วขึ้น)
- ใช้คนทำงานนี้ลดลงจาก 5 คนเหลือ 4 คนแต่ได้ผลเท่าเดิม(จะได้หมุนคนไปทำที่จุดอื่น
- ลดการถูกตีกลับเอกสารจากบัญชีให้เป็นครั้งเดียวผ่าน (จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น)
การคิดแบบโปรเจคจะไม่มองแค่ ”What” (ทำอะไร) แต่ต้องคิดถึง “Why” (ทำอันนี้แล้วได้อะไร)
- ทำอะไรก่อน อะไรหลัง ใช้เวลาแค่ไหนที่จะให้เสร็จ
- ทำตรงไหน ที่ไหน แผนกไหน ต้องชัดเจนจะได้ไม่เสียเวลา
- คุยกับใคร ติดต่อใคร หรือมอบหมายให้ใคร จะได้เตรียมการสื่อสารให้ถูกกับเขา
หลายครั้งที่ทำงานประจำแล้วเสียเวลาเพราะไม่ชัดเจนเรื่องเหล่านี้ ตีกลับไปกลับมา คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่ถูกคน
- Fix เป้าหมาย , กรอบเวลา แต่ Flex วิธีการ
- Fix คนที่จะสื่อสาร แต่ Flex วิธีการสื่อสาร
ใดๆ คือควรมีแนวทางหรือหลักการที่ยึดเป็นแกนไว้เช่น มาตรฐาน , ขอบเขต , กฏ แต่ไม่ใช่เป็นข้อจำกัดจนไม่สามารถใช้ Creative Thinking ได้ผมเชื่อว่าทักษะการทำงานแบบโปรเจคจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในยุคปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอน ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เยอะขึ้น การเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น แม้เราจะไม่ได้รับผิดชอบงานโครงการก็ไม่ได้หมายความเราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะการบริหารโครงการ เพราะหลายๆ เรื่องในชีวิตเราก็เสมือนเป็นโครงการอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดน้ำหนัก เก็บเงิน เลี้ยงลูก เรียนต่อ ท่องเที่ยว วิธีคิดแบบ “Project Base” สามารถช่วยได้ครับ
สนใจอบรมติดต่อ
Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)