- 23 June, 2021
- admin
- 514
หนึ่งในสถานการณ์ที่Project Manager มักไม่ค่อยอยากเจอคือ "การถูกเปลี่ยนแปลงแผนงานที่วางไว้แล้วหรือการถูกขอความช่วยเหลือในเรื่องที่ตัวเองมีข้อจำกัด" เช่น การถูกเปลี่ยนแปลงมักจะมาในรูปแบบของ"คำสั่งแบบเป็นทางการ" เช่น Memo , Letter , MOM หรืออาจจะเป็น "การข้อร้องแบบคนกันเอง" ซึ่งบางเรื่องเปลี่ยนแล้วดี เปลี่ยนแล้วไม่มีผลกระทบ ไม่ทำให้การบริหารงานยุ่งยากหรือซับซ้อนขึ้นผู้บริหารโครงการก็ยินดีที่จะเปลี่ยนหรือทำให้ หรือหากผู้บริหารโครงการมีHidden Agenda อื่นเช่น ต้องการสร้าง Relation & Connection หรือคาดหวังรายได้จากงานเพิ่มเติม(Additional Work) ก็ยินดีที่จะเปลี่ยนหรือทำให้เช่นกัน แต่จากประสบการณ์ของผม การเปลี่ยนแปลงหรือขอความช่วยเหลือมักจะกระทบกับแผนงาน ขั้นตอนที่เตรียมไว้แล้วหรือกระทบกับทรัพยากรที่มีในมือ(อย่างจำกัด) หากยินยอมทำตามก็ต้องเสียเวลาในการปรับเปลี่ยนหลายๆเรื่อง รื้อแผนหรือต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่เลยก็มี บางที่ต้องเรียกประชุม ต้องแจ้งคนที่เกี่ยวข้อง ไปขอร้องคนอื่นให้เขาเปลี่ยนแปลงอีกต่อหนึ่ง ซึ่งจะinterupt เราทั้งความรู้สึกและความคิด บางทีกระทบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือบรรยากาศการทำงานภายในโครงการก็มี ผู้บริหารโครงการหลายคนอยากปฏิเสธหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะ ขี้เกรงใจบ้าง กลัวมีปัญหาภายหลังบ้าง ไม่กล้าปฏิเสธบ้าง แต่ผู้บริหารโครงการมือเก๋ามีเทคนิคในการปฏิเสธที่ทำให้ผู้ร้องขอต้องลังเลบ้าง หรือเข้าใจ จนนำไปสู่การจะไม่เปลี่ยน ไม่ปรับ ไม่ร้องขอความช่วยเหลือ(ซึ่งอาจจะไม่เต็มใจแต่พอเข้าใจและรับได้) โดยมีเทคนิคที่ใช้ 4 ข้อคือ Impact : ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาหากปฏิบัติตามคำนั้น โดยมักจะยกกรณี Worst Case ไว้ก่อน แล้วอาศัยข้อมูลเชิงประสบการณ์จริงที่เคยผ่านมา ทำให้ผู้ขอร้องเกิดความลังเล(Dilemma) ชั่งใจและเปลี่ยนใจในที่สุด Refer : อ้างบุคคลที่มีอำนาจสูงกว่าเช่นระดับผู้บริหารองค์กร MD CEO เพื่อเพิ่มน้ำหนักของคำปฏิเสธ แต่ผู้บริหารมือเก๋าๆไม่ได้ใช้วิธีนี้พร่ำเพรื่อ เพราะมันไปกระทบความสัมพันธ์ภายหลัง จึงเลือกใช้เฉพาะตอนที่จำเป็นจริงๆ หรือแบบถอยไม่ได้ Bargain : การมีข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหนักใจและทำให้เปลี่ยนใจเนื่องจากรู้สึก"ไม่คุ้มค่า"กับสิ่งที่จะได้จากคำขอนั้น ซึ่งก็ต้องอ่านใจ รู้จักและมีข้อมูลของอีกฝ่ายพอสมควรถึงจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนี้ได้ และข้อแลกเปลี่ยนนั้นก็ยังเป็นไปเพื่อประโยชน์ของโครงการหรือองค์กรอยู่ดี Stick on Contract : ใช้การยืนยันตามข้อสัญญาที่ได้ตกลงไว้ วิธีนี้ต้องอาศัยความใจแข็ง(ความเขี้ยว)มากพอสมควร แต่ก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่มีอยู่ในตัวผู้บริหารมือเก๋าหลายท่าน แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้ว่าหากในอนาคตตนเองต้องไปขอความช่วยเหลือจากเขาบ้างก็จะยากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้ง4เทคนิคการปฏิเสธที่ใช้นี้ไม่ได้มีศาสตร์หรือหลักการตายตัว ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล สถานการณ์ และอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน หลายครั้งที่ปฏิเสธได้ผล แต่หลายครั้งก็ต้องไปเจรจาต่อรองกันต่อจะ Win-Win ,Win-Lost หรือ Lost-Lost ก็แล้วแต่ความเก๋าและความสามารถของผู้บริหารโครงการ แต่สุดท้ายแล้ว...วัตถุประสงค์จริงๆของการปฏิเสธก็เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามแผนแรกที่วางไว้ (แม้อาจจะเอนเอียงไปทางประโยชน์ส่วนของทีมบริหารบ้าง) และหากโครงการจบตามแผนงาน งบประมาณ และคุณภาพได้จริง ผลประโยชน์ก็กลับคืนสู่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ดี
▪︎ Ownerขอเปลี่ยนแปลงขอบเขตหรือรายละเอียดงาน
▪︎ ทีมอื่นขอให้จัดสรรปันส่วนทรัพยากรไปช่วยเหลือเช่น แรงงาน เครื่องจักร วัสดุ
▪︎ ถูกขอให้ปรับเปลี่ยนแผนงานหรือวิธีการที่เราเซ็ตไว้เป็นอย่างดีแล้ว
▪︎ ผู้ใหญ่หรือฝ่ายที่มีอำนาจขอปรับลดงบประมาณในส่วนต่างๆลงเช่น ชั่วโมงทำงาน จำนวนแรงงาน
สนใจอบรมติดต่อ
Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)