- 08 October, 2024
- admin
- 437
เมื่อสัปดาห์ก่อน โค้ชวีรพันธ์ได้มีโอกาสบรรยายแบบ Virtual Online ให้กับลูกค้ากลุ่มบริษัทลิสซิ่งรถยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่นในหลักสูตร Signature หลักสูตรหนึ่งของผม เพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ด้วยแนวคิดแบบ PDCA ตลอดเวลาเกือบสิบปีที่ผมบรรยายหลักสูตรนี้กว่าร้อยคลาส เคสกรณีศึกษาจริงที่ทำเวิร์คช็อปกันหลายร้อยเคส ได้ Result หรือ Action Plan ที่นำไปใช้ได้เลยทันทีบ้าง ได้ไอเดียที่ดูยังลอยๆต้องไปกลั่นกรองต่อบ้าง หรือแนวทางที่ยังดูไม่ต่างจากที่ทำอยู่ก็มี ผมได้ตลกผลึกมากขึ้นเรื่อยๆถึงแก่นของ PDCA ในแบบฉบับของตัวเองหลายประเด็นด้วยกัน PDCA เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดการทำงานอย่างเป็นระบบตามชื่อเต็มของมัน (Plan-Do-Check-Act) แต่แม้จะรู้และสามารถตอบได้ทุกคนว่า PDCA คืออะไรมีประโยชน์อย่างไร … แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เรียนจะเอามาปรับใช้ การตระหนักถึงกระบวนการที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ในงานที่เป็นไปตามเป้าหมายต้องมี ”แผนงาน“ ที่ชัดเจนซึ่งถือเป็นเข็มทิศชี้ทาง แต่บางคนก็ยังชอบทำงานตามความเคยชินและประสบการณ์เดิมๆมากกว่า เมื่อไม่มีแผนงานที่ชัดเจนก็มักจะตามมาด้วยการทำงานไปเรื่อยๆ ไม่มีการตรวจเช็คหรือตรวจสอบว่าถึงไหนแล้ว ”ช้า-เร็ว-ถูก-ผิด“ อย่างไร จึงไม่ได้มีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนวิธีการแต่อย่างใด ลงท้ายด้วยงานที่มักจะไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือต่อให้ได้ก็มาจากความเชี่ยวชาญหรือปัจจัยภายนอกที่เกื้อหนุนมากกว่าการทำงานอย่างเป็นระบบของตัวเอง PDCA เป็นกระบวนการที่ช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานอย่างไม่สิ้นสุดโดยการหาจุดช่องโหว่ ความสิ้นเปลือง สูญเสีย หรือไม่เกิดประสิทธิภาพ และคิดหาแนวทางใหม่ๆมาใช้เพื่อทำให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้น แต่แนวคิดแบบนี้คนส่วนหนึ่งก็มักจะติดที่ไม่กล้าทดลอง ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง เพราะกังวลว่าผลลัพธ์จะไม่ดีแล้วกลายเป็นเสียเวลา เสียทรัพยากร แต่การยึดติดกับวิธีการ รูปแบบ กระบวนการทำงานเดิมๆ อาจทำให้เสียโอกาส เสียความสามารถทางการแข่งขันได้ หากคู่แข่ง หรือคนอื่นๆเขาปรับตัวหรือพัฒนาไปแล้ว แนวคิดแบบ PDCA จึงเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงจากผลลัพธ์ได้โดยต้องมีการตั้งสมมติฐานและทดลองแล้วประเมินผลลัพธ์ที่ได้เพื่อปรับปรุง PDCA จึงเป็นเหมือนแนวคิดในการ ”ลองผิด-ลองถูก“ เพียงแต่คนส่วนมากชอบ “ลองแล้วถูกเลย” มากกว่าจะเสียเวลากับความผิดพลาด แต่โดยธรรมชาติของสิ่งใหม่มักจะต้องผ่านการเรียนรู้ การลองแล้วผิดจึงทำให้ได้เรียนรู้ทั้งจุดที่ดีและไม่ดีเพื่อรีบนำไปปรับปรุงแล้วทดลองใหม่ ทำซ้ำๆ แบบนี้จนได้ผลลัพธ์ที่ “ถูก” ขนาดไอนสไตน์ยังลองผิดได้เป็นหลายพันครั้งเลย แนวคิดของการ “Damage Control” ที่ผมใช้จึงช่วยจำกัดกรอบความเสียหายให้เรากล้าที่จะผิดได้มากขึ้น แม้จะสอนหลักสูตรนี้มาหลายครั้ง แต่ผมก็ยัง PDCA กับการสอนของผมอยู่ตลอด ทดลองเทคนิค เครื่องมือ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ต่างจากเดิมเพื่อทดสอบสมมติฐานของผมเกี่ยวกับกระบวนการสร้างการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนของผมครับ
สนใจอบรมติดต่อ
Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)