Employee Mindset กับ Entrepreneur Mindset

Employee Mindset กับ Entrepreneur Mindset
(คิดแบบพนักงาน - คิดแบบผู้ประกอบการ)

สองคำนี้น่าสนใจและมีความหมายที่ดี มีคุณลักษณะที่ดีทั้งคู่ เพียงแต่อาจจะมีความแตกต่างบางประการ ที่ส่งผลถึงตัวบุคคล องค์กรที่แตกต่างกัน

Employee Mindset
    เป็นกรอบความคิดหรือวิธีคิดในการปฏิบัติงานโดยที่ยึดถือเงื่อนไข กรอบข้อตกลงต่างๆตอนสมัครงาน สัมภาษณ์งาน การว่าจ้าง การตกลงผลตอบแทนหรือการเติบโตเป็นหลักพื้นฐานในการคิด วางแผน แก้ปัญหา ตัดสินใจ เพื่อให้ตัวเรารู้สึกว่า การทำงานของเรา เราทำถูกต้องแล้วทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ทำตามที่ได้ตกลงกันแล้ว และยึดถือกรอบความคิดนี้ในการทำงานต่อไปได้

Entrepreneur Mindset
    จะแตกต่างกันจาก Employee Mindset แม้จะในสถานะการเป็นพนักงานเหมือนกัน แต่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ข้อจำกัดหรืออุปสรรคในการทำงาน กรอบความคิดแบบ Entrepreneur จะช่วยให้พนักงานคิดและตัดสินใจ แตกต่างจากพนักงานที่มีกรอบความคิดแบบ Employee Mindset

ผมจึงลองสรุปความแตกต่างของกรอบความคิดทั้งสองแบบ จากการถอดประสบการณ์ของตัวเอง รวมถึงศึกษาจากผู้นำรอบตัวได้ประมาณนี้ครับ

Employee Mindset : ทำให้เสร็จตามคำสั่ง
Entrepreneur Mindset : ทำมากกว่าที่สั่ง หากเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น องค์กรหรือลูกค้า

Employee Mindset : ทำงานให้คุ้มค่าจ้าง
Entrepreneur Mindset : ทำงานเกินค่าจ้างหากช่วยให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น

Employee Mindset : ทำงานหนักเพื่อตำแหน่ง ชื่อเสียง และผลตอบแทน
Entrepreneur Mindset : ทำงานหนักเพื่อมองเห็นโอกาสและไอเดียใหม่ๆ


Employee Mindset : ตรงต่อเวลา(เริ่ม-เลิกตามเวลางาน)
Entrepreneur Mindset : ไม่ค่อยตรงต่อเวลา(เริ่ม-เลิกตามเนื้องานและอารมณ์)

Employee Mindset : วันหยุดคือวันหยุด
Entrepreneur Mindset : วันหยุดคือ...อะไร ไม่รู้จัก(เพราะอยากทำงาน)

Employee Mindset : ทำแล้วต้องได้เงิน
Entrepreneur Mindset : ทำแล้วต้องได้ประสบการณ์ แล้วเงินจะตามมา

Employee Mindset : Empathize ผู้อื่นตามหน้าที่
Entrepreneur Mindset : Empathize ผู้อื่นตามความต้องการเขา

Employee Mindset : ทรัพยากรมีแค่ไหนทำแค่นั้น
Entrepreneur Mindset : ทรัพยากรมีแค่ไหนใช้ให้คุ้มค่า

Employee Mindset : เงินของเขาคือเงินของเขา
Entrepreneur Mindset : เงินของเขาเปรียบเสมือนเงินเรา

Employee Mindset : ไม่เคยทำ = ไม่เหมาะกับเรา
Entrepreneur Mindset : ไม่เคยทำ = ความรู้ใหม่

Employee Mindset : รอคำสั่ง/นโยบายก่อน
Entrepreneur Mindset : เสนอไอเดีย/แนวทางที่น่าจะเป็นประโยชน์

Employee Mindset : เสนอแล้วหัวหน้าไม่สนใจก็ช่างหัวหน้า
Entrepreneur Mindset : เสนอแล้วหัวหน้าไม่ฟัง รีบปรับปรุงใหม่

Employee Mindset : อุปสรรค = ข้ออ้าง
Entrepreneur Mindset : อุปสรรค = โอกาสใหม่ๆ

Employee Mindset : รอความพร้อมค่อยทำ
Entrepreneur Mindset : ทำทั้งๆที่ยังไม่พร้อม

Employee Mindset : ผิดครั้งแรก = ไม่ถนัด = ล้มเลิก
Entrepreneur Mindset : ผิดครั้งแรก = “ยัง”ไม่ถนัด = ยังไม่ล้มเลิกง่ายๆ

Employee Mindset : เกิดปัญหา = โชคไม่ดี
Entrepreneur Mindset : เกิดปัญหา = โชคดีจริงๆที่เจอปัญหา

Employee Mindset : หลีกเลี่ยงหัวหน้าขี้บ่นเพราะไม่รู้ว่าต้องการอะไร
Entrepreneur Mindset : เดาใจหัวหน้าขี้บ่นว่าน่าจะต้องการอะไร

Employe Mindset : ความ”รู้”เต็มเปี่ยม
Entrepreneur Mindset : ความ”ไม่รู้”เต็มเปี่ยม

Employee Mindset : เก่งอยู่แล้ว ไม่ต้องเรียนรู้เพิ่ม
Entrepreneur Mindset : พัฒนาต่อยอดความเก่งไปเรื่อยๆทั้งแนวกว้างและแนวลึก


วิธีคิดแบบพนักงานไม่ใช่ไม่ดี แต่ในฐานะพนักงานที่ต้องการก้าวไปเป็นมืออาชีพ(Professional) และรักษาความสามารถทางการแข่งขันในเส้นทางอาชีพ เราอาจจะต้องค่อยๆฝึกฝนการ Shift Mindset จากแบบ Employee ไปเป็นวิธีคิดแบบ Entrepreneur รวมถึงในระดับองค์กร หากต้องการรักษาความอยู่รอด ในสภาวะการแข่งขันที่คาดเดาได้ยาก การสร้างให้พนักงานมีกรอบความคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneur Mindset) ถือเป็นภารกิจที่มีความท้าทายเช่นกันครับ


 


สนใจสอบถามข้อมูลสำหรับอบรมหลักสูตรต่างๆ ของโค้ชวีรพันธ์ Click>> https://line.me/ti/p/Ur1lJOhy8C


 

Share บทความนี้บน Social

   Share    Share

สนใจอบรมติดต่อ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :          
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)