ทำไมผู้นำ ต้องฟังมากกว่าสั่ง

ภาวะความเป็นผู้นำ (Leadership) เป็นหนึ่งหมวดหลักสูตรที่ผมรู้สึกท้าทายทุกครั้งที่ได้รับโอกาสไปบรรยาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มระดับผู้จัดการที่มีประสบการณ์ มีความสำเร็จจากวิธีการหรือแนวทางที่เขาใช้จนกลายเป็นความเชื่อส่วนตัว (Personal Belief) ยิ่งอธิบายหลักคิดของคำว่า ผู้นำ ก็ยิ่งรู้สึกว่ากำลังไป ขัด กับความเชื่อเดิมของเขา เช่น


     - ผู้นำใช้การโน้มน้าวจูงใจมากกว่าการสั่ง
     - ผู้นำมีความสุขกับการพัฒนาคน
     - ผู้นำยินดีกับการเป็นแกนกลางขององค์กรที่ใครก็วิ่งหา
     - ผู้นำ ฟัง มากกว่า พูด
     - ผู้นำเชื่อมั่นในตนเองและรับฟังคนที่เห็นต่างๆ


แม้หลายๆ ตัวอย่างที่หยิบมาเล่าให้ฟังจะดูน่าสนใจ แต่พอเขามองกลับไปที่บริบทตัวเองก็มักจะคิดคล้ายๆ กันคือ ไม่น่าจะเหมาะ โดยเฉพาะหากงานหรือธุรกิจของเขาต้องแข่งกับ เวลา หรือ ทำงานกับ คนที่ไม่ค่อยเชื่อฟัง แนวคิดเหล่านั้นน่าจะส่ง ผลเสีย มากกว่า ผลดี จนอาจทำให้ธุรกิจชะงัก โครงการล่าช้า ขาดทุน ขาดความเชื่อมั่น จึงเป็นเหตุผลที่ผมรู้สึก ท้าทาย ในคลาสจากสีหน้า อาการ คำพูด บรรยากาศอึมครึมที่เกิดขึ้นในคลาส


ถ้าเป็นปีแรกๆ ของการสอนที่จิตยังไม่แข็ง ใจยังไม่แกร่ง นิ่งไม่นานพอ ก็จะรีบลดระดับความเข้มข้นลงมาแล้วไปแบบสยายๆ เพื่อรักษาความสนุก ความเป็นกันเอง และ คะแนนประเมิน เพราะไม่มั่นใจว่าพาคนเรียนลงไป หุบเขา แห่งความสงสัย คลางแคลงใจแล้วจะพาเขา กลับ ขึ้นมาได้


แต่จากการเพาะบ่มความผิดพลาด ฝึกฝนทักษะและกระบวนการสอนจนทำให้ แข็ง-แกร่ง-นิ่ง อยู่กับความสงสัย ความไม่เชื่อ ไม่เห็นด้วย หรือแม้กระทั่งคำถามเชิงท้าทายจากผู้เรียน เช่น
     - ผมว่าหลักการของอาจารย์ดี แต่ใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอก
     - คนบางคนจูงใจไปก็ไม่ได้ผล เสียเวลา
     - ในเมื่อคนอื่นไม่ชอบหัวหน้าคนนี้ ทำไมผมต้องชอบด้วย
     - คนมีหลายระดับ บางคนเข็นยังไงก็เข็นไม่ขึ้น


จากประสบการณ์ตัวเองไม่ว่าจะให้คำแนะนำแบบไหนไป ก็ไม่มีทางถูกใจ ตอบโจทย์เขาได้ทั้งหมด จากหลายเหตุผล
     - คนเรียนอาจจะ Trust ผมไม่มากพอที่จะเชื่อได้ว่าทำตามผมแล้วจะสำเร็จ
     - คำแนะนำมาจากความเชื่อ ประสบการณ์ผม ซึ่งแตกต่างจากเขา
     - คนเรียนรู้สึกว่าเขาต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผม(ผู้สอน)


ผมจึงไม่ค่อยเชี่ยวชาญการให้ How to จัดการกับคนหรือสถานการณ์ต่างๆ ของเขา และก็รู้สึกว่าไม่มีความสามารถที่จะไปเปลี่ยน ความเชื่อ คนเรียนได้ ผมจึงใช้แนวทางที่ตัวเองถนัดที่สุดนั่นคือ การโค้ช ด้วยกระบวนการถาม-ฟัง-สะท้อน แล้ว Role Play ด้วยสถานการณ์จริง ใช้ความละเอียดในจังหวะการพาขึ้น-พาลง พาเครียด-พาคลาย พางง-พาaha ได้ จนผู้เรียนเริ่ม มองเห็น-ยอมรับตัวเอง และยินดีเปลี่ยนความเขื่อตัวเองเพราะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงทีมงาน ผมคิดว่าแรงจูงใจที่ดีที่สุดคือแรงจูงใจจากภายในเมื่อเขามองเห็นโอกาส ความเป็นไปได้ ผลลัพธ์ดีๆ ที่จะได้ และเมื่อจำนวนมือที่ยกจากคำถามว่า ใครอยากเป็นผู้นำบ้างครับ ในตอนจบคลาส มากกว่า ตอนเริ่มคลาส


ก็เท่ากับว่าตัวผมเองได้ก้าวผ่านกำแพงความท้าทายเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับผู้นำที่คิดต่างจากผมไปอีกระดับแล้วครับ

Share บทความนี้บน Social

   Share    Share

สนใจอบรมติดต่อ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :          
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)