หลักการสำคัญของการคิดเชิงระบบ

หลักการสำคัญของการคิดเชิงระบบ

การคิดเชิงระบบ ( System Thinking ) เป็นการคิดที่ช่วยให้เราทำความเข้าใจกับเรื่องต่างๆได้มากขึ้น โดยมองภาพทั้งหมดของสิ่งที่มีแล้วทำความเข้าใจกับองค์ประกอบที่อยู่ในนั้น เพื่อเลือกวิธีการจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด

การคิดเชิงระบบจะแตกต่างจากการคิดที่เป็นแบบเส้นตรง คือ คิดจากหนึ่งไปสองแล้วไปสาม แต่การคิดเชิงระบบจะมองในทุกๆด้านที่อาจมีความเกี่ยวข้อง

การคิดเชิงระบบจึงต้องอาศัยการคิดอื่นๆมาประกอบ เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อแยกแยะองค์ประกอบ การคิดเชิงสร้างสรรค์เพื่อขยายกรอบความคิดให้กว้างขึ้น รวมถึงการคิดเชิงกลยุทธ์ที่ต้องสร้างทางเลือกเพื่อตัดสินใจเลือกวิธีการ

หากเราต้องการพัฒนาการคิดเชิงระบบ เราต้องทำความเข้าใจกับคุณลักษณะพื้นฐานของการคิดประเภทนี้ซึ่งมีหลักการอยู่ 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่

1. การคิดที่ภาพใหญ่ ( Big Picture ) - ปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า งานที่เราทำอยู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานองค์กรซึ่งมีงานส่วนอื่นๆร่วมอยู่ด้วย ในหลักการข้อนี้จึงมุ่งเน้นให้เราลองถอยออกมาจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพื่อมองภาพทั้งระบบว่ามีส่วนงานใด ขั้นตอนใดทั้งก่อนที่มาถึงเราและส่วนที่จะต่อจากเรา เพื่อให้เราคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการตัดสินใจของเรา แล้วคิดอย่างรอบคอบว่าควรยึดการตัดสินใจนั้นหรือคิดหาวิธีการอื่นๆ

2. สร้างสมดุลระหว่างผลระยะสั้นกับระยะยาว - หลายครั้งที่เราตัดสินแก้ปัญหาโดยสนใจแต่ผลลัพธ์ระยะสั้น เช่น แค่ให้งานเสร็จ ให้มีสินค้าส่ง หรือแก้ไขให้ได้ (ไว้ก่อน) แต่ไม่ได้คำนึงถึงผลที่อาจตามมาระยะยาวว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นตามมา ปัจจัยที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต (และเรายังไม่ได้คิดถึงมัน) และอาจจะทำให้เกิดปัญหาเดิมหรือปัญหาใหม่ตามมาในอนาคต เราจึงควรคิดถึงทางเลือกที่ให้ผลระยะสั้นและระยะยาว แล้วหาแนวทางปฏิบัติร่วมที่เป็นไปได้ในสองทางเลือก(หรือมากกว่านั้น)

3. การยอมรับความเป็นพลวัตของระบบ - สิ่งต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้เกิดผลกระทบกลับมาที่ตัวเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระบบมีการพึ่งพาอาศัยกัน มีความสัมพันธ์กัน การยอมรับความเป็นพลวัตนี้จะช่วยให้เรามองสถานการณ์อย่างเข้าใจ ไม่ใช่ต่อต้าน แต่มุ่งเน้นการหาแนวทางใหม่ๆที่สอดคล้องกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

4. ให้ความสำคัญกับทั้งข้อมูลที่วัดได้ และวัดไม่ได้ - ตามปกติเรามักจะสนใจเฉพาะข้อมูลเชิงปริมาณ (วัดได้) มากกว่าข้อมูลเชิงคุณภาพ (วัดไม่ได้) เช่น มุ่งเน้นเพิ่มยอดขายโดยไม่คำนึงถึงเรื่องการให้บริการ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตจนมองข้ามความรู้สึกของคนที่เกี่ยวข้องจนเกิดความขัดแย้ง เป็นต้น การคิดเชิงระบบจะกระตุ้นให้เราไม่โน้มเอียงไปตามข้อมูลประเภทใดประเภทหนึ่งมากจนเกินไป แต่ต้องประเมินทั้งสองมิติ (วัดได้ - วัดไม่ได้) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

5. ยอมรับว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของระบบเสมอ - เรามีส่วนร่วมกับปัญหาที่เผชิญอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร หรือแม้จะไม่ทำอะไรเลย ย่อมมีผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ เราทำงานเสร็จเร็วก็มีผลกระทบ เราทำงานเสร็จช้าก็มีผลกระทบ เราไม่ทำงานก็มีผลกระทบ หรือแม้กระทั่งวิธีการทำงานที่แตกต่างกันก็อาจทำให้เกิดผลกระทบที่แตกต่างกัน การคิดเชิงระบบจึงฝึกให้เราคิดถึงผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจเสมอ

หากท่านสามารถฝึกฝนตัวเองให้มีกระบวนการคิดที่สอดคล้องกับหลักการทั้งห้าข้อนี้ได้ จะช่วยลดปัญหาต่างๆที่ท่านไม่คาดคิดลงไปได้มาก และเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจของท่านด้วยเช่นกัน

องค์กรใดที่กำลังมองหาหลักสูตร "การคิดเชิงระบบมองภาพรวมอย่างเข้าใจ" (Systematic Thinking) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ Click >> การคิดเชิงระบบมองภาพรวมอย่างเข้าใจ 

Share บทความนี้บน Social

   Share    Share

สนใจอบรมติดต่อ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :          
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)