- 05 May, 2021
- admin
- 1738
โครงการก่อสร้างที่ผู้บริหารโครงการได้รับมอบหมายให้ดูแลมีหลายประเภท หลายลักษณะ ซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน จากประสบการณ์การควบคุมและบริหารโครงการก่อสร้างของผม ผมขอจำแนกประเภทของโครงการก่อสร้างออกเป็นสามประเภท แต่ละประเภทมีประเด็นสำคัญที่วิเคราะห์ถึงความแตกต่าง เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนงานได้แก่ การกำหนดระยะเวลาของโครงการ วิธีการก่อสร้าง ข้อจำกัดทางทรัพยากรที่เลือกใช้ มาตรการความปลอดภัย ช่วงเวลาที่ทำงานได้ โดยแบ่งประเภทโครงการและวิเคราะห์ถึงประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงดังนี้ โครงการที่เริ่มก่อสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ( New Construction Project ) เป็นโครงการที่ต้องเริ่มก่อสร้างจากพื้นที่ว่างเปล่า ไม่มีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดตั้งอยู่ในพื้นที่ ทำให้มีอุปสรรคหรือข้อจำกัดในการก่อสร้างน้อยกว่าประเภทอื่น โครงการปรับปรุงอาคารเดิม ( Renovation Project ) โครงการประเภทนี้เป็นโครงการที่ปรับปรุงจากอาคารเดิม ซึ่งอาจจะยังใช้งานอยู่หรือไม่มีการใช้งานแล้วก็ได้ เช่นปรับปรุงบ้านพักอาศัย ปรับปรุงอาคารสำนักงาน ปรับปรุงห้างสรรพสินค้า โดยการปรับปรุงมีทั้งแบบปรับปรุงเฉพาะงานตกแต่งและงานระบบ หรืออาจจะต้องปรับปรุงโครงสร้างด้วยกรณีที่โครงสร้างเดิมไม่สามารถรับน้ำหนักอาคารตามแบบใหม่ได้ โครงการประเภทนี้มีลักษณะเป็นการต่อเติม ส่วนต่อขยายจากอาคารเดิมที่มีอยู่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งาน จึงเป็นงานก่อสร้างในพื้นที่หรือใกล้ชิดกับพื้นที่ที่ยังมีการทำงานตามปกติ ยกตัวอย่างโครงการลักษณะนี้เช่น การขยายพื้นที่โรงงาน ขยายไลน์การผลิต เพิ่มพื้นที่คลังสินค้า การต่อเติมบ้านหรืออาคาร เป็นต้น ความมีประสบการณ์ การมองภาพกว้างของงาน การวิเคราะห์และคาดการณ์ที่สิ่งที่จะเกิดขึ้น ความรู้ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง และวัสดุก่อสร้าง จะช่วยให้ผู้บริหารโครงการเข้าใจคุณลักษณะของโครงการที่รับผิดชอบอยู่ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนงาน การจัดการทรัพยากร มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าอย่างสูงสุดได้
โครงการประเภทนี้ผู้บริหารโครงการสามารถวางแผนการทำงาน การใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มที่ ช่วงเวลาทำงานขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่เช้ายันเย็นจนถึงล่วงเวลา (หากไม่มีประเด็นกับพื้นที่ข้างเคียง) การติดตั้งหรือใช้งานเครื่องจักรสามารถวางได้เท่าที่พื้นที่มี และมักจะไม่มีสิ่งกีดขวางการทำงานของเครื่องจักร
ในส่วนการกำหนดมาตรการความปลอดภัย ใช้มาตรการตามงานก่อสร้างทั่วไปเช่น การทำงานในที่สูง การป้องกันไฟ เป็นต้น
การกำหนดระยะเวลาของโครงการนี้อาจมีข้อจำกัดต่างๆที่ต้องคำนึงถึงเช่น หากเป็นอาคารที่ยังมีการใช้งานอยู่ ไม่สามารถทำงานในช่วงเวลาปกติได้ ก็ต้องคำนวณเวลาเผื่อไว้ แต่หากเป็นอาคารที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ในการทำงานอาจมีอุปสรรคต่างๆเช่นการขนย้ายวัสดุ การทำงานของเครื่องจักร ก็จะกระทบกับเวลาการทำงานเช่นกัน
ในส่วนของช่างฝีมือ แรงงาน ในบางอาคารจะมีข้อกำหนดในเรื่อง ความสามารถช่างเนื่องจากเป็นงานที่มีความเสี่ยง หรือเน้นว่าต้องใช้เฉพาะแรงงานท้องถิ่นเท่านั้น เพื่อภาพลักษณ์และความปลอดภัย
เจ้าของงานอาจเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ใกล้เคียงกับอาคารเดิม ซึ่งผู้ผลิตอาจเลิกผลิตไปแล้ว หรืออย่างการเทคอนกรีตก็ต้องใช้คอนกรีตชนิดพิเศษเนื่องจากข้อจำกัดในการขนส่งหรือสภาพพื้นที่ เหล็กเส้นยาวไม่สามารถนำเข้าพื้นที่ได้ ต้องแบ่งเป็นท่อนที่มีขนาดสั้นลง
เครื่องจักรขนาดใหญ่ หรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่บางตัวไม่สามารถเข้าพื้นที่ ต้องเปลี่ยนเป็นขนาดเล็กเช่นรถตัก รถขุด หัวสกัด รถปูน อาจส่งผลต่อระยะเวลาของงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นได้
มาตรการความปลอดภัยสำหรับโครงการประเภทปรับปรุงอาคารเดิมมีทั้งตามมาตรฐานโครงการก่อสร้างทั่วไป และเฝ้าระวังเป็นพิเศษเช่น พื้นที่ก่อสร้างที่อยู่ใกล้กับส่วนของอาคารที่มีการใช้งานตามปกติ อาจจะต้องควบคุมเรื่องเสียง ฝุ่น ควัน รวมถึงของตกหล่นจากที่สูง หรือการรื้อถอนโครงสร้าง งานตกแต่งเดิมต้องมีการป้องกันการพังทลายของโครงสร้างส่วนที่ยังคงเก็บไว้ อาจต้องมีค้ำยันพิเศษ การขนย้ายเศษจากการรื้อถอน ซึ่งกระทบถึงเวลาและต้นทุนในการก่อสร้างด้วยเช่นกัน
โครงการขยายอาคารเดิม ( Modification Project )
โครงการลักษณะนี้มีข้อจำกัดคล้ายๆกับโครงการประเภทปรับปรุงอาคารเดิมที่ยังมีการใช้งานอยู่ และมักจะเป็นโครงการที่เร่งรัดการก่อสร้างให้จบโดยเร็วเนื่องจากผลกระทบต่อพื้นที่ทำงานปติ รวมถึงความต้องการในการใช้พื้นที่ส่วนต่อขยายซึ่งมักจะมีผลกระทบเชิงธุรกิจหรือการอยู่อาศัย
ช่วงเวลาที่สามารถทำงานได้ของโครงการนี้ส่วนมากจะเป็นนอกเวลาทำงานปกติเช่นช่วงกลางคืนหรือวันหยุดต่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับการดำเนินธุรกิจการการทำงานของพนักงาน ซึ่งกรณีนี้ก็จะส่งผลถึงค่าแรงงานช่างที่อาจจะต้องคิดแบบสองแรงหรือสามแรง และอาจจะหาแรงงานทำงานในช่วงเวลาแบบนี้ยากกว่าปกติ แต่หากสามารถทำงานในช่วงเวลาปกติได้ ข้อจำกัดเหล่านี้ก็อาจจะลดลง
การใช้เครื่องมือ เครื่องจักรอาจจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพนักงานหรือการทำงานประจำวัน รวมถึงการทำงานของระบบ เครื่องจักรที่ทำงานอยู่ประจำ เช่น เครื่องจักรผลิตบางประเภทไวต่อความร้อน ดังนั้นในการก่อสร้างอาจต้องหลีกเลี่ยงวิธีการทำงานที่ทำให้เกิดความร้อนหรือควันเป็นต้น
การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างก็อาจะเผชิญข้อจำกัดคล้ายๆกับโครงการประเภทปรับปรุงอาคารคือ ต้องใช้วัสดุที่ใกล้เคียงกับอาคารเดิม หรือ วัสดุก่อสร้างบางอย่างมีข้อจำกัดเรื่องการขนส่งเข้าพื้นที่ทำงานเช่น การเทคอนกรีต โครงสร้างเหล็กที่เป็นการเชื่อมอาจต้องเปลี่ยนวิธีการเป็นแบบยึดล๊อคแทน
ช่างฝีมือและแรงงานต้องพิจารณาถึงความปลอดภัย ความเหมาะสมและทักษะฝีมือเฉพาะ ตามความต้องการของเจ้าของงาน
มาตรการความปลอดภัยต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยง อันตรายที่อาจเกิดต่อผู้ปฏิบัติงานประจำรวมถึงโครงสร้างอาคารเดิมมากเป็นพิเศษ บางโครงการอาจเป็นการทำงานบนที่สูงหรือที่อับอากาศ ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย