ผลงานบริการการฝึกอบรม บริษัท Heritage Snack and Food วันที่ 30 March, 2026 โดย โค้ชวีรพันธ์ มณีวงศ์ ผู้ชม 27 ครั้ง
ปิดท้ายเดือนมีนาคม 2569 อย่างงดงามด้วยคลาสนี้ครับ เริ่มต้นรุ่นที่ 1 - นี่ไม่ใช่ Classroom Training แบบ “เข้าเรียน 1 วันแล้วจบ” แต่คือการอบรม Planning & Priority Setting ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้เห็นปัญหางานของตัวเองตั้งแต่ก่อนเข้าห้องจริง รอบนี้กลุ่มผู้เข้าอบรมของ Heritage Snack ส่วนใหญ่เป็นสาย Operation / Production / QC / Warehouse / Planning / Support Function ซึ่งทุกคนเจอกับโจทย์คล้ายกันมาก คือ งานหลายอย่างเข้าพร้อมกัน งานด่วนแทรก งานเสร็จแล้วต้องแก้ซ้ำ เริ่มงานทั้งที่ข้อมูลหรือของยังไม่พร้อม และไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรก่อนหลัง สิ่งที่แตกต่างจากการเรียน Classroom ปกติ คือก่อนอบรมมีการทำ Readiness Check ล่วงหน้า 2 วัน เพื่อเก็บข้อมูลจริงของผู้เรียน ทั้ง Pain Point, วิธีจัดการงานที่ใช้อยู่, ความคาดหวัง, และเคสหน้างานที่กำลังเจออยู่จริง ทำให้ในวันอบรม เนื้อหาไม่ได้เริ่มจากทฤษฎี แต่เริ่มจาก “ความจริงของงาน” ของผู้เรียนเอง เมื่อเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ ภาพที่เห็นชัดมากคือ หลายคนยังจัดงานตามความรู้สึกว่างานไหนด่วน มากกว่าการมองความสำคัญที่แท้จริง และปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดคือ งานเสร็จแล้วต้องแก้ซ้ำ ซึ่งสะท้อนว่าเรื่อง การวางแผนงาน, การเช็กความพร้อมก่อนเริ่ม, การจัดลำดับความสำคัญ, Priority Matrix, Goal Clarity, Time Management for Operations, ลด Rework ในงานประจำ, วางแผนงานอย่างเป็นระบบ ยังเป็นทักษะสำคัญมากสำหรับองค์กรยุคนี้ ระหว่างคลาส ผู้เรียนไม่ได้แค่นั่งฟัง แต่ได้ทำ Workshop จากเคสของตัวเองจริง รวมถึงกิจกรรม Spaghetti Tower ที่ทำให้เห็นชัดว่า ทีมที่รีบลงมือโดยไม่คิด อาจดูเร็วในช่วงแรก แต่สุดท้ายมักพัง ซ้ำ และเสียเวลามากกว่า ขณะที่ทีมที่หยุดคิด วางแผน และแบ่งบทบาทก่อนลงมือ กลับสร้างผลงานได้ดีกว่าอย่างชัดเจน จุดสำคัญคือการอบรมครั้งนี้มีมุมของ Before – During – After Learning ชัดเจน Before = มี Readiness Check เพื่อสะท้อนพฤติกรรมและปัญหาจริงก่อนเข้าเรียน During = ใช้ข้อมูลจริงมารันกิจกรรม ทำให้ผู้เรียนเห็น “ความเชื่อเดิม” และ “วิธีใหม่” ที่นำไปใช้ได้ทันที After = มี Action Commitment ให้ผู้เรียนระบุว่าจะนำเครื่องมือไหนกลับไปใช้กับงานอะไร เมื่อไร และจะวัดผลดีขึ้นจากอะไร ดังนั้นผลลัพธ์ของคลาสจึงไม่ใช่แค่ “เรียนจบ” แต่คือผู้เรียนเริ่มเห็นชัดขึ้นว่า - งานไหนควรทำก่อน - จะลดงานแก้ซ้ำได้อย่างไร - ก่อนเริ่มงานควรถามอะไรตัวเอง - เมื่อมีหลายงานชนกัน ควรตัดสินใจอย่างไร - และจะเปลี่ยนจากการทำงานตามความด่วน มาเป็นการทำงานอย่างมีระบบได้อย่างไร อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากสำหรับ HRD คือ ข้อมูลจาก Readiness Check + In-class Workshop + Action Commitment สามารถนำไปสรุปเป็นรายงานเพื่อใช้ติดตามต่อหลังอบรมได้จริง จึงเป็นการอบรมที่เชื่อมจากห้องเรียนไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานจริง ไม่ใช่แค่จบใน 6 ชั่วโมงแล้วแยกย้าย เพราะในโลกการทำงานจริง การทำงานหนักอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องคิดก่อนทำ วางแผนให้เป็น และเลือกสิ่งสำคัญให้ถูกด้วย ขอขอบคุณผู้เข้าอบรมทุกท่านและ Heritage Snack and Food ที่ไว้วางใจโค้ชวีรพันธ์อย่างต่อเนื่องครับ แล้วพบกันรุ่นที่ 2 ครับ สามารถดู Feedback จากผู้เข้าอบรมจริง https://www.facebook.com/share/p/1DjoUApAhV/