ผลงานบริการการฝึกอบรม บริษัท Noble Development PCL วันที่ 28 April, 2026 โดย โค้ชวีรพันธ์ มณีวงศ์ ผู้ชม 40 ครั้ง
โค้ชวีรพันธ์ได้มีโอกาสบรรยายหลักสูตร Project Feasibility Study / Project Feasibility & Budget Literacy ให้กับทีม Management ของ Noble Development จำนวน 2 รุ่น รวม 54 ท่าน จากหลากหลายฝ่ายงาน โจทย์ของหลักสูตรนี้น่าสนใจมากครับ เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการให้ทุกคน “ทำ Feas เชิงลึกแบบ Finance” แต่ต้องการให้ทุกฝ่าย อ่าน Feas เป็น เข้าใจที่มาที่ไปของตัวเลข และมองเห็นว่าการตัดสินใจของฝ่ายตนเอง ส่งผลต่อฝ่ายอื่นและผลลัพธ์ของโครงการอย่างไร ในมุมของคนเคยทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผมเข้าใจดีว่า หลายครั้งคนทำงานแต่ละฝ่าย อาจเห็นเพียง “งบก้อนของตัวเอง” เช่น ฝ่ายก่อสร้างต้องคุม Cost ไม่ให้เกินงบ ฝ่ายขายต้องทำยอดขายให้ได้ตามแผน ฝ่ายการตลาดต้องบริหาร Promotion ฝ่าย Product / Design ต้องพัฒนาแบบให้ตอบโจทย์ลูกค้า ฝ่าย PM ต้องดู Timeline ให้โครงการเดินหน้า แต่เมื่อมองผ่าน Feasibility Study จะเห็นว่า ทุกตัวเลขไม่ได้อยู่แยกกันเลย Cost เพิ่ม → Margin ลด Timeline ยืด → Financial Cost เพิ่ม Promotion เพิ่ม → Net Profit ลด Efficiency ลด → Salable Area ลด → Project Value ลด Assumption เปลี่ยน → Decision อาจเปลี่ยน นี่คือเหตุผลที่ Feas ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “ไฟล์ตัวเลขของบางฝ่าย” แต่ควรถูกใช้เป็น ภาษากลางของการตัดสินใจ โครงการอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะวิทยากร สิ่งที่ท้าทายที่สุดของคลาสนี้คือ การทำให้เรื่องที่ดูยาก เช่น Project Value, GP, NP, IRR, NPV, WACC, Sensitivity, Scenario, Cost Structure และ Budget Impact กลายเป็นเรื่องที่ผู้บริหารทุกฝ่าย “จับต้องได้” และเชื่อมกลับไปที่งานจริงของตนเอง ดังนั้นคลาสนี้จึงไม่ได้สอนแบบบรรยาย ทฤษฎีตัวเลขยาว ๆ แต่ใช้การเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และ Case-based Workshop ตลอดทั้งวัน เช่น Feas First Look ฝึกมองภาพรวมของ Feas ว่าตัวเลขสำคัญอยู่ตรงไหน Feas Anatomy แกะโครงสร้าง Feas เป็น Zone เพื่ออ่านง่ายขึ้น ไม่หลงกับตัวเลขจำนวนมาก Budget Literacy for Non-Finance ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Cost, Expenses, GP, NP และ Return Metrics บอกอะไรกับธุรกิจ Impact Thinking Lab ฝึกคิดเป็น Chain ว่า ถ้าราคาขายลด ต้นทุนเพิ่ม หรือ Timeline เปลี่ยน จะกระทบ Revenue, Cost, Profit และ Decision อย่างไร Scenario & Sensitivity Thinking ฝึกมองหลายสถานการณ์ ไม่ตัดสินใจจาก Base Case เพียงภาพเดียว Executive Decision Brief เปลี่ยนการอ่าน Feas ให้เป็นข้อเสนอเชิงผู้บริหาร เช่น Go / Go with Condition / Revise / Hold / No Go Feedback ในวันแรกถือว่าดีมากครับ เพราะผู้เข้าอบรมหลายท่านสะท้อนว่า จากเดิมรู้เพียงว่า “งบของฝ่ายเราต้องบริหารไม่ให้เกิน” แต่หลังจากเรียนและทำกิจกรรม เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นว่า งบนั้นมีที่มาจากอะไร เชื่อมกับตัวเลขไหน และถ้าฝ่ายหนึ่งปรับเปลี่ยน จะกระทบต่อฝ่ายอื่นอย่างไร สิ่งสำคัญคือ ผู้เรียนไม่ได้เห็นแค่เรื่องต้นทุน แต่เริ่มเห็นว่า Timeline ก็เป็นตัวเลขทางธุรกิจ เพราะเวลาที่เปลี่ยนไป ไม่ได้กระทบแค่แผนงาน แต่กระทบ Financial Cost, Cash Flow, IRR และการตัดสินใจของโครงการด้วย สำหรับผม หลักสูตรนี้คือการพา Management ทุกฝ่ายเปลี่ยนมุมมองจาก “ดูงบของฝ่ายตัวเอง” ไปสู่ เข้าใจภาพรวมของโครงการและบริหารงาน ด้วยผลกระทบทางธุรกิจร่วมกัน เพราะ Feasibility ที่ดี ไม่ได้จบที่ตัวเลขสวย แต่จบที่การตัดสินใจที่ดีขึ้น การสื่อสารระหว่างฝ่ายชัดขึ้น และการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ มีความรอบคอบมากขึ้น ขอขอบคุณผู้เข้าอบรมทุกท่านและ Noble Development ที่ไว้วางใจโค้ชวีรพันธ์อย่างต่อเนื่องครับ สามารถดู Feedback จากผู้เข้าอบรมจริง https://www.facebook.com/share/p/1H59SRNezc/