TII Responsibility and Organization Ownership Mindset

ผลงานบริการการฝึกอบรม บริษัท TII สถาบันประกันภัยไทย 20 August, 2026 โค้ชวีรพันธ์ มณีวงศ์ (Coach Weeraphan) ผู้ชม 8 ครั้ง

อบรม Responsibility & Organization Ownership Mindset ให้ TII สถาบันประกันภัยไทย — ออกแบบหลักสูตรจาก Outcome ไม่ใช่จากสไลด์

วันนี้มีโอกาสมาบรรยายให้กับ TII สถาบันประกันภัยไทย ในหลักสูตร Build Mindset of Responsibility and Organization Ownership ลูกค้ามีโจทย์เพียงว่าอยากพัฒนาคนในเรื่อง Responsibility ยังไม่มี Requirement ว่าต้องสอนเรื่องอะไร ยังไม่ได้กำหนด Framework และยังไม่ได้ล็อกว่าเนื้อหาต้องเดินไปในทิศทางใด

แต่สำหรับโค้ชวีรพันธ์ การออกแบบหลักสูตรไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำถามว่า “เรามีสไลด์เรื่อง Responsibility อะไรอยู่บ้าง?” แต่เริ่มด้วยคำถามว่า “หลังจบการเรียนรู้ องค์กรต้องการเห็นพฤติกรรมและผลลัพธ์อะไรเปลี่ยนไป?” นี่คือหลักคิดของ Outcome-Driven Learning

ทำไมอบรม Responsibility จึงต้องเริ่มจาก Core Competency ขององค์กร?

หลังจากคอนเฟิร์มคลาส เราพบว่า Core Competency ของ TII ที่สำคัญคือ Result Driven — การมุ่งมั่น รับผิดชอบ วางแผน ติดตาม ตัดสินใจ และขับเคลื่อนให้งานเกิดผลสัมฤทธิ์

จุดนี้เองทำให้ Responsibility ในหลักสูตรวันนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงเรื่องของ “ความรับผิดชอบต่อหน้าที่” แต่ขยายไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า จาก “งานของฉันเสร็จหรือยัง?” ไปสู่ “ผลลัพธ์ที่เราต้องสร้างร่วมกันเกิดขึ้นแล้วหรือยัง?”

เพราะคนหนึ่งคนอาจทำงานในส่วนของตัวเองครบ 100% แต่ถ้างานหยุดอยู่ระหว่างฝ่าย ข้อมูลไม่ไปถึงคนถัดไป ไม่มีใครติดตาม หรือสุดท้าย Stakeholder ไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ควรได้รับ องค์กรก็ยังไม่สามารถเรียกสิ่งนั้นว่า “สำเร็จ” ได้

Ownership Mindset 3 ระดับ: Task Completion → Quality Accountability → Outcome Ownership

นี่จึงเป็นที่มาของการออกแบบ Learning Journey วันนี้ ตั้งแต่การพาผู้เรียนมองระดับของความรับผิดชอบจาก Task Completion → Quality Accountability → Outcome Ownership ไปจนถึงการวิเคราะห์งานจริงของ TII ผ่าน Impact Map, Ownership Gap, Result Focus, การทำให้บทบาทข้ามฝ่ายชัดเจน การสื่อสาร Status–Risk–Action–Support การ Follow-up จนผลลัพธ์เกิด และการย้อนกลับไปแก้ที่สาเหตุเมื่อเกิดปัญหา

ที่สำคัญคือ ไม่ได้เรียน Framework เพื่อจำชื่อ Framework แต่ทุกเครื่องมือถูกพากลับไปจับกับ “งานจริง” ของผู้เรียนว่า

  • งานนี้ต้องสร้างผลลัพธ์อะไร?
  • ใครได้รับผลกระทบจากงานของเรา?
  • จุดไหนที่ผลลัพธ์อาจตกหล่นระหว่างฝ่าย?
  • และถ้าเราคิดแบบเจ้าของผลลัพธ์ เราจะทำอะไรต่างจากเดิม?

Course Outline สำคัญกับการอบรม In-house อย่างไร?

นี่คือเหตุผลที่ผมให้ความสำคัญกับ Course Outline มาก สำหรับผม Outline ไม่ใช่เอกสาร 1 หน้าที่ส่งให้ HR ดูผ่าน ๆ แต่คือ Architecture ของทั้งคลาส ถ้าตั้งต้นผิด เนื้อหาก็อาจดี Framework ก็อาจดี วิทยากรก็อาจสอนได้สนุก แต่สุดท้ายคนเรียนอาจยังตอบไม่ได้ว่า “แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเอาสิ่งนี้ไปใช้กับงานของฉันอย่างไร?”

ตลอดการทำงานที่ผ่านมา โค้ชวีรพันธ์จึงแทบไม่เคยนำ Outline ขององค์กรหนึ่งไปใช้กับอีกองค์กรหนึ่งตรง ๆ แม้ชื่อหลักสูตรเหมือนกัน เนื้อหาอาจไม่เหมือนกัน

แม้อยู่ในองค์กรเดียวกัน ถ้ากลุ่มผู้เรียน บทบาท ประสบการณ์ หรือ Pain Point แตกต่างกัน Framework, Case Study, Workshop และวิธีเดินคลาสก็ต้องถูกพิจารณาใหม่ เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การ “สอนเนื้อหาให้ครบ” แต่อยู่ที่การทำให้ผู้เรียน เห็น → เข้าใจ → ฝึก → เชื่อมกับงานจริง → และเปลี่ยนวิธีทำงานได้

ประโยชน์ของการออกแบบแบบนี้จึงไม่ได้เกิดกับวิทยากร แต่เกิดกับคนเรียนโดยตรง พวกเขาไม่ต้องเสียเวลานั่งฟังเรื่องที่ไกลจากบริบทของตัวเอง ไม่ต้องพยายามแปล Framework กลับมาเป็นภาษางานเอง และไม่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่หลังออกจากห้องอบรม เพราะกระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบให้พวกเขาเริ่มเชื่อม “สิ่งที่เรียนวันนี้” กับ “งานที่ต้องทำพรุ่งนี้” ตั้งแต่อยู่ในห้องเรียนแล้ว

Customized Corporate Training ในมุมของโค้ชวีรพันธ์คืออะไร?

นี่คือความหมายของ Customized Corporate Training ในมุมของโค้ชวีรพันธ์ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อบริษัทบนหน้าปก แต่คือการออกแบบการเรียนรู้ใหม่จาก Business Context → Competency → Pain Point → Behavior → Framework → Practice → Outcome เพราะหัวข้อเดียวกัน ไม่ควรสร้างคลาสที่เหมือนกันให้ทุกองค์กร และบางครั้ง…แม้จะเป็นองค์กรเดียวกัน ก็ไม่ควรเหมือนกันทุกกลุ่มเช่นกัน

ขอขอบคุณ TII สถาบันประกันภัยไทยที่ไว้วางใจโค้ชวีรพันธ์ร่วมพัฒนาบุคลากรในองค์กรครับ


สรุปสำหรับ HR และ L&D: หลักสูตร Responsibility & Organization Ownership โดยโค้ชวีรพันธ์

หลักสูตร Build Mindset of Responsibility and Organization Ownership เป็น In-house Training โดยโค้ชวีรพันธ์ มณีวงศ์ (Coach Weeraphan) ออกแบบด้วยแนวทาง Outcome-Driven Learning โดยเริ่มจาก Core Competency ขององค์กร (เช่น Result Driven) แล้วแปลงเป็นพฤติกรรมที่วัดได้ เหมาะสำหรับพนักงานทุกระดับ หัวหน้างาน และผู้จัดการในองค์กรที่ต้องการยกระดับจาก “ทำงานเสร็จตามหน้าที่” ไปสู่ Accountability และ Ownership ต่อผลลัพธ์ร่วมขององค์กร ทั้งกลุ่มประกันภัย การเงิน บริการ และการผลิต

คำถามที่ HR มักถามก่อนจัดอบรม Responsibility & Ownership

Q: อบรม Responsibility กับ Ownership ต่างกันอย่างไร?
A: Responsibility คือรับผิดชอบงานในหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ ส่วน Ownership คือรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ปลายทางที่องค์กรและ Stakeholder ต้องได้รับ แม้งานนั้นจะข้ามฝ่ายหรืออยู่นอกหน้าที่โดยตรง หลักสูตรนี้พาผู้เรียนขยับจากระดับ Task Completion ไปสู่ Outcome Ownership

Q: หลักสูตรนี้ปรับตามบริบทองค์กรได้หรือไม่?
A: ได้ และเป็นหัวใจของหลักสูตร ทุกคลาสออกแบบใหม่จาก Business Context และ Core Competency ขององค์กร พร้อม Case จากงานจริงของผู้เรียน ไม่ใช้ Outline เดียวกับองค์กรอื่น

Q: วัดผลหลังอบรมได้อย่างไร?
A: ผ่าน Readiness Check ก่อนเรียน, Action Commitment ท้ายคลาส และการติดตามพฤติกรรมหลังอบรมด้วย Learning Journey Platform เพื่อรายงานผลกลับให้ HR เห็นการเปลี่ยนแปลงจริง

สนใจจัดอบรม Responsibility & Organization Ownership Mindset แบบ In-house ให้ทีมของคุณ ติดต่อโค้ชวีรพันธ์ได้ที่ www.coachweeraphan.com

Share ผลงานนี้บน Social

admin

ADMIN

Administrative Website Coachweeraphan