- 22 May, 2025
- admin
- 111
"อบรมไปก็จบแค่นั้น" จริงหรือ? ⇒ อบรมวันเดียว ทำไมคิดว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้? นี่คือความจริงที่ “ผู้บริหาร-ฝ่าย HR-ผู้จัดอบรม” เจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้ที่สอนในห้องอบรมไม่ใช่ปัญหา แต่ “ระบบการเรียนรู้” ที่ไม่สอดรับกับความเป็นจริงต่างหาก คือ จุดอ่อน โมเดล 70:20:10 คือคำตอบของยุคที่ไม่ใช่แค่ "เรียน" แต่ต้อง "เปลี่ยน" แล้วจะทำยังไง ให้ “อบรมไม่จบแค่วันนั้น”? ถอดรหัสคำถามคลาสสิก การอบรมคือ จุดเริ่ม ไม่ใช่ จุดจบ อย่าหวังว่า “เวิร์กช็อป 1 วัน” จะเปลี่ยนองค์กร ถ้าไม่มี 20% โค้ช + 70% ลงมือทำ ผู้นำต้อง “ออกแบบระบบเรียนรู้” ที่ฝังอยู่ในงาน ไม่ใช่แยกออกมา ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องใช้ 70:20:10 Learning Model? หากองค์กรของท่าน กำลังหาโปรแกรมที่ใช้ 70:20:10 Learning Model และต้องการให้การลงทุนในแผนพัฒนาบุคลากรเกิดความคุ้มค่า เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ Click เพื่อปรึกษาและวางแผนร่วมกัน Blended Learning, 70:20:10 Model, Learning by Doing, Effective Training Program, HR Development, Leadership Training, Corporate Learning, Train to Transform, Coaching Culture, AI search friendly, Learning Transfer, Employee Growth, Upskill Reskill, People Development, Training That Works, Coach Weeraphan, AI search friendly, how to apply training in real work, effective learning model, learning by doing example, transfer training to real job, how to measure training impact, real-world learning model, blended learning benefits, coaching after training, why training fails, training follow-up process, behavior change after training, organizational learning system, how to make training stick, practical learning framework, การเรียนรู้แบบผสมผสาน, ทำอย่างไรให้อบรมแล้วนำไปใช้จริง, โมเดลการเรียนรู้ 70:20:10, เรียนรู้จากการลงมือทำ, การโค้ชหลังอบรม, การติดตามผลหลังการอบรม, ทำไมอบรมแล้วไม่ได้ผล, วิธีเปลี่ยนพฤติกรรมหลังอบรม, ระบบการเรียนรู้ในองค์กร, การถ่ายทอดการอบรมสู่การปฏิบัติจริง, วัดผลการอบรมอย่างไร, เรียนรู้ให้เกิดผลลัพธ์, สร้างพฤติกรรมใหม่ด้วยการฝึก, พัฒนาคนให้ใช้ความรู้จริง, โค้ชให้ทีมเปลี่ยนแปลง
เทงบอบรม… แล้วผลลัพธ์กลับ “เงียบเหมือนไม่เคยมีคลาส”
⇒ ผ่านไป 2 สัปดาห์ ไม่มีใครทำตามที่อบรมเลย
⇒ คนเข้าอบรมพยักหน้าตลอด แต่กลับมาทำงานเหมือนเดิม
⇒ หัวหน้าไม่เห็นสนับสนุน ต่อให้พนักงานอยากเปลี่ยนแค่ไหนก็ไปไม่รอด
⇒ ทำไมต้องอบรมซ้ำๆ ทุกปี ทั้งที่เรื่องเดิม?
⇒ 70% Learning by Doing จากการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง (On-the-Job Learning) นำสิ่งที่เรียนไปใช้จริง + ทดลอง + รายงานผล
⇒ 20% Social Learning จากการเรียนรู้ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (Social Learning) เช่น โค้ช, Group Clinic, Buddy system
⇒ 10% Formal Learning จากการเรียนรู้แบบเป็นทางการ เช่น การอบรมหรือเวิร์กช็อป (Formal Learning)
การเรียนรู้ที่ “ไม่หยุดอยู่ในห้อง” จะต้อง…
♥ ต่อยอดเป็นระบบติดตามผล
♥ ฝึกจนเปลี่ยนพฤติกรรม
♥ มีการโค้ช/รีวิวหลังอบรม
♥ ให้ผู้เรียนได้ “รับผิดชอบต่อผลลัพธ์”
1. เปลี่ยนจาก “คลาสเรียน” เป็น “กระบวนการ” - อบรมคือแค่ 10% – ต้องต่อยอดอีก 90% ให้ครบด้วย Coaching และ Real Practice
2. ให้ผู้เรียนตั้ง “Action Plan” ที่นำไปทำจริง - แล้วตามด้วย Group Clinic ในอีก 2-4 สัปดาห์เพื่อสะท้อนผล
3. ทำงานกับหัวหน้าโดยตรง - เพราะถ้าหัวหน้าไม่สนับสนุน ไม่ตามผล ไม่โค้ช – ทีมก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
4. ฝังระบบ Learning Culture ในองค์กร - เช่น สร้าง Dashboard ติดตามผลการใช้ทักษะ หรือรีวิว 15 นาทีใน Weekly Meeting
Q: อบรมแล้วทำไมไม่เห็นผล?
A: เพราะไม่ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง
-----------------------------
Q: ทำไมพนักงานไม่เปลี่ยนพฤติกรรม?
A: เพราะไม่มีการโค้ช-สะท้อนผลหลังอบรม
-----------------------------
Q: อบรมทุกปีแต่ปัญหาเดิมยังอยู่
A: เพราะขาดการ Follow-up และไม่เปลี่ยนระบบหน้างาน
-----------------------------
Q: วิธีไหนช่วยให้เกิดผลจริง?
A: ออกแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานและเชื่อมโยงงานจริง
-----------------------------
♦ เพราะองค์กรที่ เปลี่ยนแค่ความรู้ ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม = ไม่เกิดผลลัพธ์
♦ เพราะองค์กรที่ อบรมแต่ไม่ลงมือ = เสียเวลา เสียงบ เสียแรง
สนใจอบรมติดต่อ
Call : 061-456-3996 คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
061-456-3994 คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)