เข้าใจข้อมูลอย่างถ่องแท้ด้วยการคิดเชิงวิพากษ์

การคิดเชิงวิพากษ์ คืออะไร?
          ในยุคที่มีชุดข้อมูลจำนวนมหาศาลวิ่งเข้ามาหาเราอยู่ตลอดเวลาทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ รวมถึงใครๆก็สามารถเป็นผู้สร้างชุดข้อมูลขึ้นมาเองและส่งต่อให้ผู้อื่นได้อย่างง่ายดายซึ่งชุดข้อมูลดังกล่าวก็มีทั้งที่เป็นจริงและอาจจะไม่เป็นจริง ความสามารถในการประเมินและตรวจสอบว่าความน่าเชื่อถือของข้อมูลจึงเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญสำหรับการอยู่ในโลกยุคปัจจุบันไม่ว่าจะทั้งการทำงาน การทำธุรกิจหรือแม้กระทั่งการดำเนินชีวิต การประเมินและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนจะนำข้อมูลนั้นไปใช้ต้องอาศัยทักษะการคิดอันหนึ่งที่เรียกว่า "การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)" ซึ่งเป็นทักษะที่ค่อนข้างใหม่สำหรับคนไทยเพราะเราอาจจะคุ้นชินกับการท่องจำ การปฏิบัติตามโดยห้ามมีคำถาม การห้ามโต้แย้งบุคคลที่อาวุโสกว่า มีตำแหน่งสูงกว่า หรือมีประสบการณ์มากกว่า


บทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับการคิดเชิงวิพากษ์ให้มากขึ้นกันครับ
         1. การคิดเชิงวิพากษ์ คือ การพิจารณาตรวจสอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ได้รับมา ไม่ว่าจะเป็นจากการฟังหรือการอ่าน โดยไม่เชื่อ ไม่เห็นด้วยคล้อยตามในทันที แต่ตั้งคำถามท้าทายหรือโต้แย้งเพื่อทำให้เกิดมุมมองที่แตกต่าง การค้นหาคำตอบที่สมเหตุสมผลมากขึ้นกว่าเดิม
         2. ความท้าทายของการคิดเชิงวิพากษ์อยู่ที่การควบคุมตนเองให้ยังไม่รีบสรุปแม้อาจจะเป็นเรื่องที่มีประสบการณ์อยู่แล้วหรือมีความมั่นใจว่าต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น เคยได้ยินมาแบบนั้น หรือเขาทำกันมาแบบนั้น ซึ่งความท้าทายนี้มักจะนำไปสู่ความขัดแย้ง การโต้เถียงกัน เนื่องจากเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่แต่ละคนจะมี Ego (ความยึดมั่นในตนเอง) และใช้ Ego นั้นแสดงออกมาเป็นอารมณ์เมื่อมีใครมาตั้งคำถามกับเรื่องที่เรามั่นใจ
         3. แต่หากสามารถบริหารสถานการณ์ความขัดแย้งนั้นให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ต่อยอดคำถามที่ถูกถามเชิงท้าทายไปสู่การคิดหาไอเดียใหม่ๆเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะต้องกลับไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม แต่ท้ายที่สุดก็อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ ดังนั้นการฝึกฝนตนเองให้รับมือกับการถูกตั้งคำถามเชิงท้าทายจึงเปรียบเสมือนการกระตุ้นให้ใช้สมองส่วนคิดเชิงเหตุผลแทนอารมณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
         4. การคิดเชิงวิพากษ์มีหลักการสำคัญคือ การตั้งคำถามกับสิ่งที่ได้ยินเพื่อค้นหาเหตุผลอื่นๆเพิ่มเติม และการตั้งสมมติฐานเพื่อให้มีการพิจารณาให้รอบด้านและรอบคอบมากขึ้น รวมถึงการเอาชนะความลำเอียง (Bias) ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นตอนที่เราไเยินเรื่องที่ตรงกับประสบการณ์และความเชื่อของเรา
         5. การฝึกเป็นคนช่างสงสัย (ให้นึกถึงเจ้าหนูจำไมตอนเด็กๆ) จะช่วยกระตุ้นการคิดเชิงวิพากษ์ได้ เช่น ทำไมต้องเป็นทำแบบนี้ , แล้วถ้าไม่ทำแบบนี้จะทำแบบใดได้อีกบ้าง , ถ้าไม่เป็นไปตามนี้จะเป็นแบบไหน , ทำไมถึงคิดว่าต้องเป็นแบบนี้ , อะไรทำให้เชื่อว่าทำแบบนี้จะได้ผล ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะไม่ค่อยได้นำมาถามเพราะบริบทขององค์กร, บริบทสังคมรอบตัวที่เป็นอยู่ การถูกสอนให้เชื่อว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ รวมถึงระบบการเรียนการสอนที่เน้นท่องจำมากว่าการมาอภิปรายกันในชั้นเรียน
         6. การเป็นคนชอบพิสูจน์ข้อมูลที่ได้รับมาว่าจริงเท็จอย่างไร เชื่อถือได้แค่ไหน และการเป็นคนชอบลองผิดลองถูก จะช่วยให้เรามองเห็นสถานการณ์นั้นทั้งมิติรอบด้านและมิติเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความมั่นใจกับเรื่องสำคัญที่ต้องตัดสินใจ และบางเรื่องก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน วิธีการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ๆ
         7. การฝึกทักษะการคิดนอกกรอบ (Lateral Thinking) จะช่วยให้มองเห็นมุมมองใหม่ๆที่อาจไม่เคยคิดหรือให้ความสำคัญมาก่อนเช่น มีคนอยู่แค่นี้ไม่มีทางเสร็จตามแผนแน่ !!! เราอาจจะตั้งคำถามเชิงการคิดนอกกรอบเช่น "ทำไมต้องใช้คนจำนวนเท่านั้น ?" , "ถ้าไม่ยึดติดว่าต้องใช้คนทำ มีอะไรที่น่าจะทำแทนได้บ้าง ?" .... ซึ่งเป็นคำถามที่อาจจะไม่สามารถตอบได้ทันที แต่จะทำให้ผู้ถูกถามได้ฉุกคิดในมุมมองใหม่ๆที่อาจจะไม่เคยคิดมาก่อนได้ และกระบวนการค้นหาคำตอบที่เป็นไปได้ อาจนำไปสู่นวัตกรรมได้อีกด้วย
         8. การคิดแบบหมวกหกใบ ( Six Thinking Hats ) ของ Mr. Edward De Bono เป็นเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยไกด์ความคิดให้มีทิศทางอย่างรอบด้านและหลากหลาย ไม่ยึดติดกับความคิดใดความคิดหนึ่งมากเกินไป โดยให้ความสำคัญกับความคิดอื่นๆ เช่น แทนที่จะมองแต่ด้านลบ(หมวกสีดำ) ให้เพิ่มความคิดในมุมบวก(หมวกสีเหลือง) หรือ หากมีมุมมองเชิงอารมณ์มากเกินไป(หมวกสีแดง) ให้เพิ่มมุมมองที่เป็นข้อเท็จจริง อ้างอิงหรือพิสูจน์ได้(หมวกสีขาว)
         9. อีกหนึ่งเทคนิคที่ผมใช้บรรยายในคลาสให้ผู้เรียนบ่อยๆคือการใช้แผนที่ความคิด (Mind Mapping) เพื่อช่วยให้ขยายรายละเอียดของข้อมูลให้กว้างขึ้นเพื่อช่วยให้มองเห็นภาพรวมก่อนการตัดสินใจ โดย Mind Mapping จะใช้การทำงานของสมองทั้งซีกขวาและซีกซ้ายในการมองเชิงเหตุผลและมองในแนวกว้าง
         10. สรุปแล้ว ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนทั้งในเชิงกรอบความคิด(Mindset) ที่ต้องท้าทายความเชื่อแบบเดิมๆ และฝึกฝนในส่วนของเทคนิคการตั้งคำถาม (Questioning) อย่างสงสัยใคร่รู้และมุมมองอย่างรอบควบคู่กันไปด้วย

องค์กรใดที่กำลังมองหาหลักสูตร "การคิดเชิงวิพากษ์" (Critical Thinking) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ Click >> หลักสูตร "การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วยทักษะการคิดเชิงวิพากษ์" (Critical Thinking Skill for New Success)

Share บทความนี้บน Social

   Share    Share

สนใจอบรมติดต่อ

Call : 061-456-3996    คุณ วีรพันธ์ (โค้ชแจ๊ค)
          061-456-3994    คุณ ชุติมา (มด)
Social Media :          
Website : www.coachweeraphan.com
E-Mail : coachweeraphan@gmail.com (Office E-mail)
E-Mail : wrp299@gmail.com (Personal E-mail)